สาระเด็ก เพลงเด็ก แฟชั่นเด็ก

5 วิธีป้องกันสายตาสั้นก่อนวัย ปัญสายตาสั้นในเด็กมีมากขึ้นเมื่ออยู่ชั้นมัธยมศึกษา เพื่อป้องกันลูกมีปัญหาสายตาสั้นก่อนวัย พ่อแม่จึงต้องใส่ใจและสังเกตความผิดปกติของสายตาลูกอย่างใกล้ชิด 5 วิธีป้องกันสายตาสั้นก่อนวัย 1.ลดการเพ่งเป็นเวลานานๆ  หากลูกเพ่งดูอะไรติดต่อกันนานๆ ควรพักสายตา เช่น ให้มองไปไกลๆ  หรือไปทำกิจกรรมอย่างอื่นบ้างสักประมาณ 5 นาที แล้วค่อยมาใช้สายตาระยะใกล้ๆ ได้ 2.ควบคุมระยะเวลาในการใช้สายตา หากเลี่ยงไม่ได้ที่จะให้ดูจอไอแพด หรือจอสมาร์ตโฟน นอกจากต้องคุมเนื้อหาที่ลูกจะดูแล้ว ควรปรับตัวอักษรให้มีขนาดใหญ่มากขึ้น เพื่อให้แสงที่จอไม่สว่างเกินไป และควรจำกัดเวลาในการอยู่กับจอ และการทำกิจกรรมอื่นๆ ให้สมดุล 3.จัดสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัย รวมทั้งระมัดระวังการเล่นของเด็ก เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับตา 4.ดูแลสุขภาพตาด้วยอาหาร ให้ลูกกินอาหารที่ประโยชน์ จากผักผลไม้ที่มีวิตามินเอ  วิตามินซี และวิตามินอี 5.ควรพาลูกไปตรวจตาตามช่วงอายุ ไม่ควรละเลยการไปตรวจวัดสายตาตามช่วงอายุต่างๆ เช่น ช่วงอายุ 3-6 เดือน ช่วง 3-6  ปี และช่วงเข้าสู่ประถมวัย เพื่อคัดกรองสายตาผิดปกติตั้งแต่เนิ่นๆ...

7 วิธีกำจัดแมลง และสัตว์ร้ายใกล้ลูกน้อย อันตรายใกล้ตัวลูกน้อยภายในบ้าน ก็คือบรรดาสัตว์ต่างๆ ที่อาจจะเข้ามา กัด ต่อย หรือเป็นพาหะ แพร่เชื้อโรค ทำให้ลูกน้อยของเราไม่สบาย หรือเจ็บป่วย แนะนำ “วิธีกำจัดแมลง” และสัตว์ร้ายให้อยู่หมัดจากของใกล้ตัวภายในบ้าน ให้ลูกน้อยปลอดภัย 1.แมลงสาบ แมลงสาบ เป็นแมลงที่มีกลิ่นเหม็น และมีขาที่สะสมเชื้อโรค มักจะพบตามถังขยะ ลิ้นชัก และที่เก็บของ วิธีปราบ ผสมเบกกิ้งโซดากับน้ำตาลปี๊บเท่าๆ กัน โรยบริเวณที่แมลงสาบอยู่ หรือพบบ่อยๆ วางพริกไทยเม็ด(แบบแห้ง)สัก 1 ช้อนโต๊ะใส่ไว้ในถุงผ้าโปร่งวางในที่ที่มีแมลงสาบชุกชุมจะช่วยไล่แมลงสาบไปได้ มีอายุการใช้งาน 4-5 เดือน 2.มอด มอด มักจะอาศัยอยู่ในข้าวสาร เปิดหม้อหุงข้าวขึ้นมาทีไร เราก็จะเห็นมอดอาศัยอยู่ในนั้น วิธีปราบ นำสมุนไพรที่มีรสเผ็ดร้อน เช่น พริกแห้ง ใบมะกรูด หอมแดง มาห่อด้วยผ้าขาวบาง ใส่ในข้าวสาร นำช้อนสแตนเลส 2 คันใส่ในข้าวสาร วิธีกําจัดมด 3.มด ไม่ว่าบ้านไหนๆ...

รับมือดูแลเมื่อเกิดภัยกับลูกทุกสถานการณ์ คุณแม่ทั้งมือใหม่ และมือเก่าทุกคน ย่อมมีความกังวลสารพัดเรื่อง ทั้งเรื่องของความสะอาด เรื่องโรคภัย และเรื่อง ความปลอดภัยจากภัยอันตราย ต่างๆ รอบตัวลูกน้อย แม้ตอนนี้ทั้งครอบครัว จะระมัดระวังกันแทบทุกฝีก้าว แต่ลูกน้อยก็มีความซน และอยากเรียนรู้จึงอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ ความปลอดภัยจากภัยอันตราย รับมือได้ เพื่อเป็นการกันไว้ดีกว่าแก้ เราจึงอยากให้คุณแม่เรียนรู้วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อช่วยชีวิตลูก เมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด รวมถึงวิธีตั้งรับกับภัยรอบตัวที่อาจเกิดขึ้นได้ *1669 เบอร์นี้จำให้ขึ้นใจ เป็นเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินที่สามารถโทร.ได้ภายในประเทศไทย แต่หาก คุณพ่อ คุณแม่ เดินทางไปต่างประเทศ ควรจดเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินของประเทศนั้นๆ ไว้ด้วย หรือถ้าสะดวกลงแอพพลิเคชั่นอย่าง “Police I lert u” หรือแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ที่ช่วยสอนวิธีกู้ชีวิตขั้นพื้นฐานติดไว้ด้วยก็ได้ แนะนำให้ศึกษาก่อน หากเกิดกรณีฉุกเฉินจะสามารถทำได้ทันท่วงที แต่ถ้าอยากลงลึกในรายละเอียด และฝึกทดลองทำ ปัจจุบัน มีโรงเรียนแพทย์หลายแห่ง เปิดสอนการปฐมพยาบาลแก่บุคคลทั่วไป คุณพ่อ คุณแม่ สามารถสอบถามเพื่อเข้าร่วมอบรมได้ *อุปกรณ์ปฐมพยาบาลที่ควรมีติดบ้าน เบตาดีน น้ำเกลือ ใช้สำหรับล้างแผล...

ลูกนอนมากเกินไปหรือเปล่า  มาทำความเข้าใจกัน ถ้าดูจากเกณฑ์เวลานอนของเด็กแต่ละวัย เด็กวัย 1-3 ขวบจะนอนรวมประมาณวันละ 10-16 ชั่วโมงอยู่แล้วค่ะ คุณแม่บอกว่าลูกไม่ยอมนอนกลางวันแต่หลับสนิทรวดเดียวตอนกลางคืน อย่างนี้ก็ไม่จำเป็นต้องปรับเวลานอนแต่อย่างใด เด็กวัยนี้ไม่จำเป็นต้องนอนกลางวัน หากนอนหลับกลางคืนได้ครบจำนวนชั่วโมงตามต้องการ ตอนเช้าเวลาปลุกถ้าลูกตื่นได้โดยง่าย แจ่มใสร่าเริงไม่งอแง ไม่เหนื่อยหรืออ่อนเพลีย ไม่ซนมากผิดปกติ (เด็กบางคนถ้านอนไม่พอ อาจไม่ได้แสดงอาการเหน็ดเหนื่อย แต่แสดงอาการซนมากกว่าเดิม) ที่สำคัญ หากลูกเติบโตตามเกณฑ์ ไม่ตัวเล็กผิดปกติก็ถือว่าไม่เป็นไรค่ะ ...

อาการหวัด ไอ เจ็บคอ 3 วิธีป้องกันอาการที่มักเข้าใจกันผิด อาการหวัด ไอ เจ็บคอ ลูกน้อยมักป่วยกันมากในช่วงหน้าหนาว ซึ่งในเด็กบางคนที่ภูมิคุ้มกันร่างกายต่ำมากก็อาจมีไข้ตัวร้อน  นอนซมจนต้องแอดมิทเข้าโรงพยาบาล ดังนั้นเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ได้เข้าใจวิธีการดูแลและป้องกันลูกน้อยจาก ไข้หวัดมากขึ้น เราจะพามาดู 3 ความเข้าใจผิดที่คุณพ่อคุณแม่อาจจะมี เกี่ยวกับการป้องกันไข้หวัดของลูกน้อยกันค่ะ   อาการหวัด ไอ เจ็บคอ การดูแลบรรเทาอาการที่เข้าใจกันผิด 1. วิตามินซีช่วยป้องกันหวัดได้ มีการทำการวิจัยหลายครั้งถึงประสิทธิภาพของวิตามินซีในการป้องกันหวัด แต่ผลวิจัยส่วนใหญ่ไม่สม่ำเสมอนัก ทำให้ในทางวิชาการยังถือว่าไม่มีหลักฐานอะไรว่าวิตามินซีสามารถป้องกันโรคหวัดได้ อย่างไรก็ตามมีการวิจัยที่เชื่อถือได้หลายแหล่ง พบว่าการทานวิตามินซีในปริมาณเพียง 2 มิลลิกรัมต่อวันทุกวัน สามารถลดระยะเวลาการเป็นหวัดได้ หมายความว่าเมื่อลูกน้อยทานวิตามินซีเป็นประจำอาจจะไม่ได้มีโอกาสเป็นไข้หวัดลดลง แต่จะสามารถลดระยะเวลาที่ป่วยให้สั้นลงได้นั่นเองค่ะ แต่ยังมีสารอีกตัวที่อาจจะมีชื่อที่ไม่คุ้นหูคุณแม่นักคือ Flavonoid ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีการวิจัยรองรับว่าสามารถ ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อในปอด ลำคอ และจมูก ได้ถึง 33% ซึ่งตัว Flavonoid นี้เป็นสารที่พบได้ในผักและผลไม้ อย่างเช่นผลไม้อย่าง เอลเดอร์เบอร์รี่ค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าอยากป้องกันอาการหวัดของลูกต้องไม่ลืมเรื่องของการกินอาหารให้ครบ 5  หมู่เลยค่ะ 2. วัคซีนสเปรย์ฉีดจมูกทดแทนการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้...

สะดือหลุด กี่วันแห้ง? พร้อมวิธีดูแลหลังลูกสะดือหลุด สะดือหลุด กี่วันแห้ง? พร้อมวิธีดูแลหลังลูกสะดือหลุด สะดือหลุด กี่วันแห้ง? ปกติแล้วหลังจากสะดือหลุดแล้ว ภายใน 7-10 วันสะดือก็จะเริ่มแห้ง หลังจากสะดือหลุดอาจจะมีเลือดซึมออกมาได้นิดหน่อย หรือในเด็กบางคนจะมีก้อนเนื้อเล็ก ๆ ขนาดเท่าถั่วแดงอยู่ด้านในของสะดือ เป็นเรื่องที่ไม่ได้อันตรายอะไรค่ะ เพราะก้อนเนื้อนี้จะหายไปได้เองตามธรรมชาติ สำหรับเด็กบางคนที่สะดือแห้งช้า ไม่ได้หมายความว่า คุณพ่อคุณแม่รักษาความสะอาดของสะดือลูกได้ไม่ดีพอนะคะ ไม่จำเป็นต้องโทษตัวเองค่ะ เพราะถึงแม้ว่าจะทำความสะอาดได้ดีพอแล้ว ก็อาจจะมีเลือดซึม สะดือแห้งช้า หรือมีก้อนเนื้อได้ค่ะ สะดือหลุด แล้วต้องทำอย่างไรต่อ? หลังจาก สะดือหลุด แล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็ยังต้องดูแลสะดือลูกต่อไปจนกว่าจะแห้งดีค่ะ ขั้นตอนในการดูแลสะดือหลังสะดือหลุดนั้น เหมือนกันกับขั้นตอนการดูแลสายสะดือ มีดังต่อไปนี้ หลังอาบน้ำ ให้ซับสะดือให้แห้งอย่างเบามือ คอยดูแลให้สะดือลูกแห้งเสมอ เช็ดทำความสะอาดสะดือ ด้วยน้ำยาทำความสะอาดที่โรงพยาบาลให้มาหลังคลอด โดยชุบน้ำยาลงบนสำลีแล้วเช็ดอย่างเบามือ วันละครั้ง ไม่จำเป็นต้องล้วงหรือแคะสะดือ เพื่อให้สะดือสะอาดที่สุด เช็ดเฉพาะจุดที่เช็ดได้ก็เพียงพอแล้วค่ะ ในกรณีที่มีเลือดไหลซึมออกมา อย่าใช้น้ำยาเช็ดไปโดยตรงในบริเวณที่เลือดไหล ให้ใช้สำลีซับออกอย่างเดียว ไม่จำเป็นต้องปิดแผลบริเวณที่มีเลือดไหลซึม เพื่อไม่ให้เกิดการอับชื้น ...

4 เคล็ดลับ ช่วยลูกน้อยนอนหลับสนิทตลอดคืน นอนหลับสนิทตลอดคืน รู้ไหมว่าดีต่อร่างกายและสุขภาพของลูกน้อย แต่จะทำยังไงถึงจะทำให้ลูกได้นอนหลับสนิท เพราะไม่ใช่กับเด็กทุกคนที่จะนอนง่าย หลับเร็ว และก็หลับลึกด้วยหนะซิค่ะ เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาค่ะ เอาเป็นว่าถ้าอยากรู้ว่าต้องทำไงลูกน้อยถึงมีช่วงเวลาการนอนหลับที่ได้คุณภาพ คุณพ่อคุณแม่ต้องห้ามพลาดเคล็ดลับที่นำมาฝากกันนะคะ   นอนหลับสนิทตลอดคืน ให้ประโยชน์อะไรกับลูกน้อยบ้างนะ !! เด็กทารกตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงขวบปีแรกขึ้นไป ถ้าได้ นอนหลับสนิทตลอดคืน จะช่วยให้ภูมิคุ้มกันโรคในร่างกายถูกเติมเต็มอยู่ตลอดเวลาทำให้ไม่เจ็บป่วยบ่อย  ในเด็กแรกเกิด เด็กเล็กๆ เด็กวัยกำลังโต ควรได้รับการพักผ่อนนอนหลับต่อคืนประมาณ 8-12++ ชั่วโมง ซึ่งชั่วโมงการนอนหลับจะค่อยๆ ลดลงไปตามช่วงอายุค่ะ เด็กที่เข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ หรือก่อน 3 ทุ่ม จะเป็นการนอนหลับที่ได้ประโยชน์และคุณภาพมากที่สุด เพราะโกรท ฮอร์โมน (Growth Hormone) ฮอร์โมนที่ช่วยในเรื่องพัฒนาการการเจริญเติบโต จะหลั่งออกมาอย่างเต็มที่ในช่วง 22.00-24.00 น. เซลล์ต่างๆ ในร่างกายที่ถูกใช้งาน หรือสึกหรอไปก็จะได้รับการซ่อมแซมให้กลับมาสมบูรณ์พร้อมสำหรับการทำงานได้ตลอดเวลาอีกครั้ง ที่สำคัญสมองในส่วนการเรียนรู้ก็จะทำงานมีประสิทธิภาพ ข้อดีคือเด็กที่ได้นอนหลับเต็มเต็มอิ่ม จะช่วยให้เรียนรู้เก่ง จำแม่นด้วยค่ะ เคล็ดลับง่ายๆ ลูกน้อยนอนหลับสนิทตลอดคืน อย่างที่บอกไปค่ะว่าการนอนหลับที่ได้คุณภาพช่วยลูกน้อยให้มีพัฒนาการ...

วิธีดูแลลูกน้อย ให้ห่างไกลจากผื่นผ้าอ้อม ผื่นผ้าอ้อม …คือผื่นที่เกิดขึ้นบนผิวหนังบริเวณที่สัมผัสกับผ้าอ้อม ไม่ว่าผ้าอ้อมนั้นจะเป็นผ้าอ้อมแบบผ้าหรือผ้าอ้อมที่ใช้แล้วทิ้งก็ตาม โดยผิวหนังบริเวณที่สัมผัสกับผ้าอ้อมจะเกิดเป็นผื่นแดงซึ่งต่อมาอาจจะมีอาการแดง ลามเป็นมากขึ้นจนผิวหนังอักเสบ เปื่อยเป็นแผลและติดเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อราได้ ♦ สาเหตุที่ทำให้เป็นผื่นผ้าอ้อม ผื่นผ้าอ้อม ไม่ได้เกิดจากตัวผ้าอ้อมโดยตรงเพราะจากการวิจัยพบว่าผื่นผ้าอ้อมนั้นเกิดได้ทั้งในทารกที่ใช้ผ้าอ้อมชนิดผ้าที่ใช้แล้วสามารถซักแล้วนำกลับมาใช้ใหม่หรือผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง แต่เกิดเนื่องจากผลของการใช้ผ้าอ้อม เช่น ความร้อน อบ อับ เปียกชื้น เหงื่อที่ผิวหนังและปัสสาวะและอุจจาระที่ติดอยู่ที่ผ้าอ้อม  เนื่องจากผิวหนังที่เปียกชื้นตลอดเวลาจะทำให้ผิวหนังโดยเฉพาะผิวหนังของทารกและเด็กเล็กซึ่งบาง อ่อนนุ่ม เกิดการระคายเคือง เปื่อยเป็นแผลและติดเชื้อจนเกิดการอักเสบได้ง่ายกว่าเด็กโต การปล่อยให้ทารกและเด็กแช่อยู่ในผ้าอ้อมเปื้อนปัสสาวะหรืออุจจาระเป็นเวลานานเกินไป แบคทีเรียในอุจจาระจะไปย่อยสารสารยูเรียในปัสสาวะสลายตัวเป็นแอมโมเนียซึ่งเป็นตัวก่อให้เกิดอาการระคายเคืองต่อผิวหนังและทำให้ผิวหนังมีความเป็นด่างแล้วไปกระตุ้นให้เอ็นไซม์ที่ช่วยย่อยโปรตีน และไขมัน ที่มีอยู่ในอุจจาระทำงาน ซึ่งจะยิ่งทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นระคายเคืองจากกรดน้ำดีมากขึ้น ผิวหนังจึงเกิดผื่นแดงเป็นผื่นผ้าอ้อม โดยสรุป … ผื่นผ้าอ้อม เกิดจากการที่ผิวหนังเปียกชื้นและสัมผัสกับปัสสาวะและอุจจาระเป็นเวลานานๆ จนทำให้ผิวหนังมีความเป็นด่าง และเกิดการระคายเคืองจนผิวหนังเป็นผื่นแดง เปื่อยเป็นแผลและอาจติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราซ้ำเติม ทั้งนี้ทารกที่กินนมผงจะมีอุจจาระเป็นด่าง ทำให้มีโอกาสเกิดผื่นได้ง่ายกว่าทารกที่กินนมแม่ซึ่งมีอุจจาระเป็นกรดช่วยทำให้เอ็นไซม์ต่างๆ เช่น โปรตีน และไขมัน และกรดน้ำดี ที่มีในอุจจาระทำงานน้อยลง จึงมีโอกาสเป็นผื่นผ้าอ้อมน้อยกว่า แต่ถึงอย่างไรก็ตามทารกที่กินนมแม่ก็ยังสามารถเป็นผื่นผ้าอ้อมได้ ถ้าหากมีการใช้ผ้าอ้อมและดูแลผิวหนังบริเวณนั้นอย่างไม่ถูกต้อง เมื่อลูกเป็น ผื่นผ้าอ้อม ♠ อาการ ผื่นผ้าอ้อม ผื่นผ้าอ้อม มักเกิดบริเวณขาอ่อนด้านในโดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงซอกเนื้อ...

เบบี๋ท้องอืดทำอย่างไรดี? ลูกท้องอืด เป็นอาการที่เป็นกันบ่อย ตั้งแต่เด็กทารกแรกเกิดจนถึงเด็กโต สาเหตุที่ทารกมีอาการท้องอืดบ่อยๆ เนื่องจากระบบย่อยอาหารของทารกยังทำงานได้ไม่ดีพอ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรดูแลสุขภาพของลูกน้อยและหมั่นสังเกตอาการเมื่อ ลูกท้องอืด ลูกท้องอืด มีอาการดังนี้ ปวดท้อง เหมือนมีลมอยู่ในท้อง ร้องไห้งอแง ไม่ยอมนอน เคาะท้องแล้วได้ยินเสียงเหมือนมีลมอยู่ มือเท้างอ เหมือนอาการปวดท้อง ท้องแข็ง ลูกท้องอืด เพราะอะไร? ระบบย่อยอาหารของลูกยังทำงานไม่สมบูรณ์ ลูกดูดนมนานจนเกินไป มีลมเข้าท้องตอนที่ลูกดูดนมจากขวด หลังจากที่ลูกกินนมแล้ว คุณแม่ไม่ได้จับให้ลูกเรอ เพื่อขับลม วิธีบรรเทาอาการท้องอืดในทารก คือการไล่ลม ซึ่งทำได้หลายลักษณะแล้วแต่ท่าที่ผู้เลี้ยงดูจะถนัด คือ 1. การอุ้มพาดบ่า อุ้มทารกพาดบ่าข้างที่ถนัด มืออีกข้างหนึ่งประคองตรงคอและศีรษะไว้ ลูบหลังเบา ๆ จากล่างขึ้นบน หรือตบหลังเบา ๆ จนกว่าจะเรอ 2. นอนคว่ำบนตัก วางทารกนอนคว่ำบนตัก ประคองศีรษะไว้แล้วลูบหรือตบหลังเบา ๆ 3. ให้ทารกนั่ง จับทารกนั่งห้อยขาบนตักหันหน้าไปด้านใดด้านหนึ่งประคองหน้า และหลังทารกด้วยมือทั้งสอง เอนตัวทารกไปข้างหน้า ให้ส่วนของท้องทารกพาดกับหน้าแขนของผู้อุ้มแล้วลูบหรือตบหลังเบา ๆ 4....

เคล็ดไม่ลับจับเบบี๋ ให้ตื่นสายๆ บ้าง คุณอาจแอบนึกอยากให้ลูกกลับไปตื่นกลางดึกเหมือนเดิมอีกใช่ไหมล่ะ อย่างน้อยคุณก็ได้นอนยาวขึ้นอีกสักสองชั่วโมง แต่ลูกน้อยของคุณกำลังปรับเวลาได้สวยแล้ว มาหาวิธีช่วยยืดเวลาตื่นของเขาน่าจะดีกว่า 1. ปรับแสงในห้องหน่อย เด็กบางคนก็ไวต่อแสงมาก พอแสงสว่างรำไรมาก็รู้สึกตัวแล้ว ควรลดผ้าม่านหรือมู่ลี่เสียตั้งแต่ก่อนนอนเพื่อลดแสงสว่างที่ลอดเข้ามาปลุกเจ้าหนู แต่ระวังอย่าให้มืดจนเกินไป เพราะเดี๋ยวจะกลายเป็นตื่นสายได้ 2. ลดเสียงจราจรยามเช้า เบบี๋บางคนก็ไวต่อเสียง ถ้าเขานอนในห้องที่ใกล้ถนนก็อาจตื่นง่าย เพราะรถราจากถนนปลุกเขาก็ได้ อาจจัดให้ลูกนอนห้องอื่นที่ได้ยินเสียงจากถนนน้อยลง แต่ถ้าเป็นห้องนี้ก็ปิดหน้าต่าง ติดผ้าม่านหนาขึ้นหน่อย เพื่อช่วยกรองเสียง 3. ขยับเวลานอนให้ดึกขึ้น เพราะการพาเข้านอนเร็วก็หมายถึงตื่นเร็วด้วย ค่อยๆ ยืดเวลากล่อมสักวันละ 5 นาทีจนครบชั่วโมง ถือคติใหม่ นอนดึกขึ้นวันละนิดจิต (พ่อแม่) แจ่มใสนะลูก 4. นอนกลางวันให้น้อยลง วัยทารกต้องการเวลานอนรวมกันทั้งวันประมาณ 14 ชั่วโมง 30 นาที ยืดหยุ่นกันไปแล้วแต่คน บางทีลูกของคุณอาจนอนกลางวันมากไป คุณอาจตัดบางงีบออก แต่อย่างดตอนที่เขาง่วงหรือเหนื่อยมากๆ ก็แล้วกัน 5. จัดของเล่นให้เสมอ ถ้าเขายังตื่นเช้าอยู่ หาของเล่นให้เขาเล่นตอนตื่นไปคนเดียวสักพัก อาจเป็นโมบายล์หรือกระจกที่แขวนไว้ก็ได้ เพื่อความปลอดภัย ควรเลือกของเล่นชิ้นไม่เล็กเกินไป หรือมีขอบมีคมที่เป็นอันตรายได้ 6. ปรับเวลาอาหารเช้าให้สายขึ้น ถ้าเขาตื่นตีห้าแล้วได้กิน เขาก็ตื่นมาเพื่อกิน...