สาระเด็ก เพลงเด็ก แฟชั่นเด็ก

ลูก 1 เดือนท้องผูก ทารกกินน้ำส้ม ได้หรือไม่? ลูก 1 เดือนท้องผูก กินน้ำส้ม ได้หรือไม่? …คำถามนี้อาจเกิดขึ้นได้กับคุณแม่มือใหม่หลายคน เนื่องจากลูกน้อยที่กินนมแม่เอง หรือกินนมผง มักมีอาการท้องผูก จึงหาวิธีที่จะช่วยแก้อาการท้องผูกนี้ด้วยการให้ลูกกินน้ำส้มเพื่อหวังว่าจะช่วยในการขับถ่ายได้ แต่แท้จริงแล้วนั้น การให้ ทารกกินน้ำส้มไม่ได้เป็นการช่วยเรื่องระบบขับถ่ายของทารกน้อย แต่อาจเป็นการทำร้ายลูกโดยตรงอีกด้วย ทารกกินน้ำส้ม ได้หรือไม่?   มีหลายบ้านที่คุณย่าคุณยาย ป้อนน้ำส้มให้ทารกวัยไม่ถึง 6 เดือนทาน ทั้งนี้อาจเป็นเพราะสมัยก่อน คนโบราณยังไม่มีความรู้ว่าเด็กทารกยังไม่ควรทานอะไรอกจากนมแม่ เพราะเรื่องระบบการทำงานของลำไส้ยังไม่แข็งแรง พอที่จะรับอาหารอื่น สาเหตุที่ทำให้ลูกท้องผูก เด็กอาจมีอาการท้องผูกได้ทุกช่วงวัยที่พบมากที่สุดคืออายุประมาณ 6 เดือน- 4 ปี ซึ่งมีสาเหตุแตกต่างกันไปในเด็กแต่ละคน และการท้องผูกมักเกิดจากปัจจัยหลายอย่างร่วมกัน เช่น เด็กบางคนถูกฝึกให้ขับถ่ายเร็วเกินไป แต่เขายังไม่พร้อมที่จะขับถ่ายเอง  เด็กไม่ชอบกินผักและผลไม้ และที่พบบ่อยในช่วงวัยอนุบาล คือ เด็กห่วงเล่นและกลั้นอุจจาระเป็นนิสัย แต่ก็ยังมีเด็กอีกส่วนน้อยที่มีอาการท้องผูกจากโรคร้ายแรง อาการท้องผูกที่แท้จริง ทั้งนี้ก็มีหลายบ้านที่ลูกทารกน้อยกินนมแม่แต่ท้องผูก คุณแม่จึงอยากหาตัวช่วยอย่างน้ำส้มเพื่อช่วยบรรเทาอาการลูกน้อย ซึ่งการท้องผูกสำหรับเด็กที่กินนมแม่นั้น การกินนมแม่ล้วน ไม่ถ่าย 2-3 สัปดาห์...

ของเล่นชิ้นแรก…สำหรับลูกน้อย วัยทารกนั้นสามารถมองเห็นและได้ยินเสียงก่อนจะรู้จักหยิบจับหรือลุกขึ้นนั่งได้ แม้ว่ายังมองเห็นสิ่งต่างๆ เป็นเพียงภาพเลือนๆ ไม่ชัดเจนก็ตาม และวัตถุที่มองเห็นนั้นจะต้องอยู่ห่างจากตาลูกไม่เกิน 14 นิ้วเท่านั้น นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเจ้าตัวน้อยจึงสนใจและจ้องหน้าคุณอยู่ตลอดนั่นเอง แต่พวกเขาจะจำหน้าตาของคุณได้ก็เมื่ออายุ 1 เดือนขึ้นไปแล้วนั่นแหละ นอกจากสนใจภาพหรือสิ่งของที่มีสีตัดกันแล้ว ลูกน้อยวัยนี้ยังพร้อมเรียนรู้ สนใจฟังเสียงเพลงที่มีทำนองช้าๆ กับวัตถุที่เคลื่อนไหวได้เป็นพิเศษ จึงเป็นโอกาสดีที่เราจะเสริมสร้างพัฒนาการของลูกไปพร้อมๆ กับการเล่นสนุกด้วย แนะนำของเล่นสนุก-เสริมพัฒนาการลูกทารก 1. ซีดีเพลงหรือกล่องดนตรี ดนตรีคือสิ่งสำคัญซึ่งช่วยเสริม-สร้างพัฒนาการที่ดีให้ลูกน้อย เพราะทำให้เพลิดเพลินและรู้สึกสงบ การเลือกดนตรีให้เด็กไม่มีข้อจำกัดตายตัว เพียงแต่ควรเป็นเพลงที่มีจังหวะใกล้เคียงกับจังหวะการเต้นของหัวใจมากที่สุด เพราะเด็กแรกเกิดยังคงเคยชินกับเสียงเต้นของหัวใจแม่ตั้งแต่ตอนอยู่ในท้องนั่นเอง นอกจากนี้ยังเป็นเพลงที่คุณร้องเองระหว่างเล่นหรือทำกิจกรรมต่างๆ กับลูกก็ได้โดยไม่ต้องกังวลกับเสียงของตัวคุณเองเลย 2. กระจกเงา (ของเด็กเล่น) เด็กๆ ชอบและสนุกกับการส่องกระจกโดยไม่รู้เลยว่าเงาที่สะท้อนนั้นคือเงาของตัวเอง กระจกจึงเป็นของเล่นอีกชิ้นที่นำมาแขวนให้เจ้าตัวน้อยดูเล่นเพลินๆ ได้ 3. หนังสือนิทานนุ่มนิ่ม นิทานภาพสำหรับเด็กเล็กไม่จำเป็นต้องมีเรื่องราวมากมาย แต่ควรเน้นภาพประกอบที่มีความชัดเจน สีสันดึงดูดใจ ส่วนเรื่องราว อาจมีเพียงคำบรรยายสั้นๆ และอาศัยการอธิบายจากคุณเสียส่วนใหญ่ เพราะลูกยังเล็กเกินกว่าจะเข้าใจหรืออ่านเองได้ และเมื่อลูกโตขึ้นก็ไม่ต้องกลัวว่าหนังสือเล่มนั้นจะหมดความหมาย เพราะคุณพ่อคุณแม่อาจเล่าเรื่องราวที่แต่งขึ้นเองเสริมเข้าไปอีกได้ รับรองว่านิทานคิดเองสดๆ นี่แหละที่ทำให้เด็กติดใจกันมานักต่อนักแล้ว 4. ของเล่นประเภทมีเสียงต่างๆ กรุ๋งกริ๋งŽ เป็นของเล่นอีกประเภทหนึ่งที่ทำให้เจ้าตัวน้อยเรียนรู้ว่ามือเล็กๆ ของพวกเขาเขย่าและทำให้ของเล่นนั้นเกิดเสียงได้นะ 5. กระดิ่งลมสบายใจ ลองหากระดิ่งลมหรือโมบายล์เล็กๆ ที่มีเสียงกรุ๋งกริ๋งมาแขวนไว้ใกล้ๆ เปล...

วิธีช่วยชีวิตลูก สิ่งแปลกปลอมติดคอ สำลักอาหาร อันตรายจากการสำลักอาหาร สิ่งแปลกปลอมติดคอ เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตที่พบบ่อยในเด็กเล็ก คุณแม่จึงควรเรียนรู้ วิธีช่วยชีวิตลูกในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อช่วยลูกได้อย่างทันท่วงที สิ่งของชิ้นเล็กๆ อันตราย! ควรเก็บให้พ้นมือเด็ก เพราะเด็กเล็กๆ ชอบเอาสิ่งต่างๆ เข้าปาก แล้วสำลักลงหลอดลม คุณแม่จึงควรป้องกันโดยการเก็บของชิ้นเล็กๆ ให้พ้นจากการหยิบได้เองของเด็ก เช่น กระดุม เมล็ดถั่ว เมล็ดข้าวโพด ลูกอม ข้าวโพดคั่ว องุ่น ลูกเกด ขนมเยลลี่ ลูกปัด ลูกเต๋า เหรียญ แบตเตอรี่ ชิ้นส่วนของเล่น เศษลูกโป่งที่แตก หรือของใดก็ตามที่ขนาดเล็กกว่าเส้นผ่านศูนย์กลางของแกนกระดาษชำระ ถือว่ามีความเสี่ยงในการสำลักได้ วิธีสังเกตเมื่อ สิ่งแปลกปลอมติดคอ ลูกน้อย เมื่อลูกมีอาการแสดงว่ากำลังสำลัก จะมีอาการไออย่างมาก เนื่องจากการไอเป็นกลไกการขับสิ่งแปลกปลอมออกจากท่อหลอดลม หากไอออกมาได้สำเร็จ เขาจะหยุดไอและมีอาการเป็นปกติ ในกรณีที่ขับออกไม่สำเร็จ หากสิ่งแปลกปลอมนั้นมีขนาดเล็กอาจลงไปสู่ทางเดินหายใจส่วนล่าง เกิดปัญหาติดเชื้อในปอดตามมา ทำให้มีไข้ ไอเรื้อรัง (เพราะมีเชื้อโรคติดตามสิ่งของนั้นลงไปด้วย) หรือลงไปอุดในท่อหลอดลมขนาดเล็กทำให้เกิดภาวะปอดแฟบหรือปอดแตกตามมา...

เทคนิคเพิ่มน้ำนมแม่ ให้ลูกมีกินได้นานเป็นปี คุณแม่ที่ให้นมลูกต่างก็ต้องการที่จะมีน้ำนมมากพอให้ลูกกินอย่างน้อย 6 เดือน หรือสามารถทำสต็อกน้ำนมแม่ เพื่อเก็บไว้ให้ลูกกินต่อไปได้นานเป็นปี คุณแม่บางคนมีน้ำนมมาก โดยไม่ต้องพยายามอะไรมากมาย ในขณะที่คุณแม่จำนวนไม่น้อยเป็นกังวลว่า จะมีน้ำนมเพียงพอให้ลูกกินหรือไม่ จึงพยายามสรรหาสารพัด เทคนิคเพิ่มน้ำนมแม่ อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำนมมาก-น้อย ไม่เกี่ยวกับขนาดของเต้านม แต่เกี่ยวกับการดูดนมของลูก และความถี่ในการให้ลูกดูดนมหรือปั๊มนมเป็นหลักค่ะ เทคนิคเพิ่มน้ำนมแม่ ให้ลูกกินนมแม่ ยิ่งนานยิ่งดี เราจึงมี วิธีเพิ่มน้ำนมแม่ ที่จะช่วยทั้งคุณแม่และเจ้าตัวน้อยมีความสุขและมีสุขภาพดีจากการกินนมแม่มาฝาก ดังนี้ ลูกดูดบ่อย ให้นมลูกบ่อยเท่าที่ลูกรู้สึกหิว โดยคุณแม่มือใหม่ต้องหัดสังเกตสัญญาณต่างๆ เมื่อลูกหิวจะกำมือและเริ่มอมกำปั้น ดูดมือตัวเอง เวลานี้เองที่คุณแม่ควรนำลูกเข้าเต้า เขาจะไซ้หาเต้า อ้าปากงับนม และดูดนมจนเกลี้ยง ไม่ควรรอจนลูกร้องไห้นะคะ เพราะการร้องไห้เป็นสัญญาณว่าลูกหิวมากแล้ว แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง และการให้ลูกดูดนมขณะร้องไห้ อาจทำให้เข้าเต้าไม่ถนัด และได้รับน้ำนมไม่เต็มที่ จำไว้เสมอว่า ยิ่งให้ลูกดูดมากเท่าไหร่ ยิ่งมีน้ำนมเพิ่มขึ้นมากเท่านั้นค่ะ ลูกดูดถูกวิธี ไม่ใช่ดูดแค่หัวนม แต่คุณแม่ต้องแน่ใจว่าลูกอ้าปากกว้างพอที่จะดูดลึกถึงลานนม จึงจะถูกวิธี หากลูกดูดแค่หัวนม เหงือกของลูกจะไปกดที่หัวนม และลิ้นของลูกก็จะถูไปมาที่บริเวณหัวนม ทำให้หัวนมแตกได้...

การ “อาบน้ำทารกแรกเกิด” ไม่จำเป็นต้องทำทุกวัน สถาบันกุมารแพทย์ชื่อดังเผย! ไม่จำเป็นเลยที่จะต้อง อาบน้ำทารกแรกเกิด ทุกวัน! เพราะกลัวลูก ๆ ไม่สะอาด คุณพ่อคุณแม่ก็เลยจับลูกที่เป็นเด็กทารกแรกเกิดถึงสามเดือนนั้นอาบน้ำกันทุกวัน เผลอ ๆ วันละสองเวลา … แต่ทราบหรือไม่คะว่า ในความเป็นจริงแล้วไม่จำเป็นเลยละค่ะ เพราะเด็กทารกนั้น เขาไม่ได้สกปรกอย่างที่พวกเราคิดเลยแม้แต่นิดเดียว ทำไมทารกแรกเกิดไม่จำเป็นต้องอาบน้ำทุกวัน? ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันการแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา หรือ American Academy of Pediatrics (AAP) ได้กล่าวถึงความเชื่อเกี่ยวกับการอาบน้ำให้ทารกแรกเกิดทุกวันว่า ไม่มีความจำเป็นเลยที่จะต้องอาบน้ำให้กับทารกแรกเกิดและเด็กเล็ก ๆ ทุกวัน ตราบใดที่พวกเขาไม่ได้ไปเล่นสกปรกหรือรับประทานอาหารเลอะเทอะเนื้อตัว มีงานวิจัยมากมายที่ค้นพบว่า ผิวเด็กนั้นเป็นผิวที่บอบบางมากกว่าผิวของผู้ใหญ่ และง่ายต่อการระคายเคืองสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ซึ่งก็สามารถรวมไปถึงน้ำและสบู่ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังพบว่า โรคผิวหนังอักเสบนั้น พบมากในช่วงของเด็กวัยทารกแรกเกิดไปจนถึง 5 ปี และมีแนวโน้มว่าพบเด็กป่วยโรคดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้การที่ผิวทารกแห้งนั้น ยังถือเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคผิวหนังต่าง ๆ ได้ง่ายมากขึ้น ไม่ต้องอาบน้ำแล้วทำความสะอาดได้ไหม? จริงอยู่ที่คุณพ่อคุณแม่ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องอาบน้ำให้ลูกเล็ก ๆ ทุกวัน...

วิธีดูว่า ลูกดื้อ เลี้ยงยาก หรือไม่ โบราณว่าให้ดูจากสิ่งนี้ อึ้ง!! จริงหรือเนี่ย แค่ลูกมีอายุได้เพียงแค่ 7 วัน ก็สามารถทราบกันได้แล้วว่าลูกของเรานั้นดื้อและเลี้ยงยากหรือไม่!! พบกับคำทำนายโบราณ ที่บอกเลย ของแบบนี้ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่ รู้ไว้บ้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลก … ว่าแต่จะต้องดูอย่างไร วันนี้ทีมงานจะขอนำเสนอคำทำนายที่ว่านี้กันค่ะ วิธีสังเกตว่า ลูกดื้อ เลี้ยงยาก หรือไม่ 1.ถ้าที่ยอดอกของทารกเป็นสีแดงเหมือนดอกสัตตบุษย์ ดอกตะแบกช้ำ หรือสีควันเทียน ขนาดโตเท่าใบพุทรา ถ้ามีอย่างใดอย่างหนึ่งนี้ทายว่าทารกนั้นจะเลี้ยงยาก ถ้าเห็นสีเหมือนหม้อใหม่จะทายว่าทารกนั้นเลี้ยงง่ายพอปานกลาง ถ้าเป็นสีเหมือนหม้อใหม่อ่อน ๆ ทายว่าทารกนั้นจะเลี้ยงง่ายนัก ในที่นี้หมายถึงหม้อดินที่มีสีเนื้ออมชมพู แสดงถึงระบบการหายใจที่ได้รับออกซิเจนดี ถ้าเป็นสีดอกตะแบกออกม่วง ๆ แสดงว่ามีออกซิเจนอยู่ในเลือดน้อย 2.ถ้าทารกที่คลอดจากครรภ์มารดาได้ 3 วัน ให้ดูจากสะดือมาถึงยอดอก ถ้าเห็นเป็นแผ่นเท่าใบพุทราหรือใบมะขาม ควรระวังลมที่มีชื่อว่า สุนทรวาต ในอีก 21 วันข้างหน้า หากแก้รอดมาได้ก็จะมีโรคได้ต่าง ๆ ถ้าจะแก้ให้ด้วยยาทุเลา...

“ธาลัสซีเมีย” ตรวจได้ ตั้งแต่ลูกอยู่ในครรภ์ ธาลัสซีเมีย คือ โรคซีดชนิดหนึ่งที่เป็นกันในครอบครัว หรือโรคทางพันธุกรรม มีการสร้างสารฮีโมโกลบิน หรือสารสีแดงในเม็ดเลือดแดงลดน้อยลง ทำให้เม็ดเลือดแดงมีลักษณะผิดปกติ และแตกง่าย ก่อให้เกิดอาการซีด เลือดจางเรื้อรัง ผู้ที่เป็นโรคนี้ได้รับยีนที่ควบคุมการสร้างฮีโมโกลบินผิดปกติมาจากทั้งพ่อและแม่ เป็นพาหะของโรค ต่างจากเป็นโรคอย่างไร ผู้ที่เป็นพาหะคือผู้ที่มียีนผิดปกติเพียงยีนเดียว ยีนอีกเส้นที่อยู่คู่กันนั้นปกติ สามารถถ่ายทอดยีนเส้นที่ผิดปกติ หรือเส้นที่ปกติไปให้ลูก ในขณะที่ผู้ที่เป็นโรคจะมียีนที่ผิดปกติทั้ง 2 เส้นและจะถ่ายทอดยีนผิดปกตินั้นไปให้ลูก โรคธาลัสซีเมีย พบมากเพียงใด เป็นโรคที่พบได้ทั่วโลก แต่ละประเทศพบจำนวนและชนิดของผู้ที่เป็นโรคนี้แตกต่างกัน ในประเทศไทยโดยเฉลี่ยพบผู้ที่เป็นพาหะประมาณร้อยละ 30 – 45 และผู้ที่เป็นโรคร้อยละ 1 หรือประมาณ 6 แสนคน อาการของโรค โรคธาลัสซีเมียแบ่งออกเป็น 2 พวกใหญ่ ๆ คือ แอลฟ่า และเบต้า ธาลัสซีเมีย แต่ละพวกยังจำแนกออกเป็นหลายชนิด อย่างไรก็ตาม อาการของผู้ที่เป็นโรคนี้สามารถแบ่งอย่างง่าย ๆ เป็น 3 กลุ่ม...

5 เคล็ดลับแก้ อาการไอ ละลายเสมหะ เมื่อลูกเป็นหวัด อาการไอ จากไข้หวัดที่คุณแม่ควรรู้!! เวลาที่ลูกเล็กๆ ไม่สบายเป็นหวัดนี่น่าสงสารมาก เพราะนอกจากจะเป็นไข้ตัวร้อนแล้วก็ยังมี อาการไอคันคอ มีเสมหะ  เหนียวๆ มากวนให้หายใจไม่สะดวกอีกด้วย สำหรับไข้หวัดที่เกิดขึ้นได้บ่อยๆ กับเด็กๆ ก็คือ “ไข้หวัดธรรมดา” เพราะพออากาศเปลี่ยนแปลง หรือไปตากแดด ตากลม หรือพักผ่อนนอนหลับน้อย ฯลฯ ก็จะทำให้ภูมิต้านทานโรคในร่างกายอ่อนแอ  ลง เด็กๆ ก็จะป่วยเป็นหวัดกันได้ง่ายค่ะ ดังนั้นก่อนที่จะพาคุณพ่อคุณแม่ไปดูวิธีบรรเทาอาการไอจากหวัดให้ลูกน้อย เราไป ทำความรู้จักกับอาการของไข้หวัดธรรมดากันสักนิดค่ะ ไข้หวัดธรรมดา (Common cold) เกิดจากการที่ร่างกายได้รับไวรัสหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะ Rhinoviruses ที่ทำให้เกิดไข้หวัด ธรรมดามากถึงร้อยละ 30-50 สำหรับอาการของไข้หวัดธรรมดา คุณแม่สามารถสังเกตลูกน้อยได้ดังนี้ คือ… มีไข้ต่ำๆ มีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล มีการจาม มีอาการไอ ...

อาหารเช้าตอบโจทย์ลูกกินยาก   การเริ่มต้นวันใหม่ในทุกเช้าของลูก คงไม่ดีแน่ถ้าต้องสะดุดลงหากลูกเป็นคนกินยาก เพราะการทานอาหารเช้านั้นสำคัญมาก เนื่องจากพลังงานและสารอาหารต่างๆ ที่ได้จากอาหารเช้าจะช่วยให้ลูกออกไปเรียนรู้ ทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดวัน คุณแม่ลองเปลี่ยนจากเมนูอาหารเช้าที่ทำให้ลูกทานบ่อยๆ มาเป็นอาหารเช้าที่ทำง่ายอย่าง KOKO KRUNCH กับนมและผลไม้ เพื่อสร้างสีสันกระตุ้นให้ลูกอยากทานอาหารมากขึ้น ให้ลูกมีส่วนร่วมด้วยการตักผลไม้สดที่ลูกชอบด้วยตัวเอง แค่นี้ก็ก็จะช่วยให้ลูกพร้อมเริ่มกิจกรรมในวันใหม่อย่างสดใส ลูกมีความสุขคุณแม่ก็มีความสุข มื้อเช้าที่เต็มไปด้วยประโยชน์ของคุณค่าสารอาหารดีกับเด็กอย่างไร? แม่ทุกคนอยากให้ลูกกินอิ่ม เรียนรู้ได้เต็มที่ เล่นสนุก อารมณ์ดีกันใช่ไหมคะ สิ่งเหล่านี้มื้อเช้าช่วยได้ค่ะ มื้อเช้าเป็นมื้อสำคัญของการเริ่มต้นวัน ใหม่ที่ควรมีคุณค่าสารอาหาร อาหารเช้าที่มีประโยชน์และสารอาหารครบถ้วน จะช่วยให้… – เด็กมีความจำ ทักษะการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และตลอดทั้งวันก็จะอารมณ์ดี ไม่หงุดหงิด แต่ถ้าไม่ได้ ทานอาหารเช้า ผลกระทบคือจะทำให้เด็กมีสมาธิน้อยลง และสมองทำงานได้ไม่เต็มที่ ขาดความสนใจในห้องเรียน – อาหารเช้าช่วยควบคุมไม่ให้ลูกน้ำหนักเกินหรืออ้วน หลังจากมื้อเย็นไปแล้ว ร่างกายจะไม่ได้รับอาหารนานติดต่อกันอีกหลายชั่วโมง และเมื่อตื่นเช้ามาคุณแม่ไม่ได้เตรียมมื้อเช้าไว้ให้ลูกทาน จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดค่อยๆ ลดลง และจะไปทำให้มื้อกลางวันลูกอาจอยากทานอาหารที่ให้พลังงานและไขมันสูงมากกว่าปกติ ซึ่งนั่นคือหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เด็กบางคนมีปัญหาน้ำหนักเกิน จนท้ายที่สุดก็เกิดโรคอ้วน มื้อเช้าซีเรียลโฮลเกรนเมนูง่ายๆ ที่ช่วยให้ลูกอิ่มท้องและได้สารอาหารที่มีประโยชน์จากซีเรียลพร้อมนมและผลไม้ มีคุณค่า อร่อยและลูกๆ ชื่นชอบ ในเด็กที่กินยากบางคน อาจปฏิเสธอาหารเช้าที่คุณแม่เตรียมไว้ให้อย่างไม่มีเยื่อใย...

ปล่อยให้ลูกร้องไห้นานๆ ทำลายสมองจริงหรือ?   มีความเชื่อหนึ่งที่ว่า การปล่อยให้ ลูกร้องไห้นาน เป็นการบริหารปอด ความเชื่อนี้อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสมองของลูกน้อย เพราะเมื่อลูกถูกปล่อยให้ร้องไห้เป็นเวลานาน สมองของลูกน้อยจะหลั่งฮอร์โมนความเครียดคอร์ติโซล (cortisol) ทำให้เกิดอันตรายต่อสมอง ทำลายพัฒนาการได้ ลูกร้องไห้นาน ทำลายสมองจริงหรือ? จากการวิจัยของ ดร.เพเนลอป ลีช ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับพัฒนาการของเด็กแรกเกิด – 5 ขวบ พบว่า การปล่อยเด็กให้ร้องไห้นานๆ เกินไป ส่งผลต่อพัฒนาการทางสมองของเด็ก ซึ่งโดยปกติแล้ว เด็กจะร้องไห้ไม่เกิน 15 นาที คุณพ่อ คุณแม่จึงไม่ควรปล่อยให้ลูกน้อยร้องไห้เกิน 20 นาที เพราะจะทำให้ร่างกายผลิต คอร์ติโซล ออกมามากกขึ้น ส่งผลต่อความสามารถในการเรียนรู้ และความทรงจำ รวมถึงขัดขวางกระบวนการสร้างเซลล์ประสาทใหม่ๆ ด้วย ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการปล่อยให้ลูกน้อยร้องไห้นานๆ ขาดการอุ้ม หรือปลอบโยนจากคุณพ่อ คุณแม่ เด็กน้อยจะรู้สึกเหนื่อย และหลับไปเองในที่สุด อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความเครียด เพราะสารเคมีที่หลั่งออกมา มีผลต่อจิตใจ...