สาระเด็ก เพลงเด็ก แฟชั่นเด็ก

  วิธีสังเกตอาการคนท้อง 1 สัปดาห์   อาการคนท้องระยะแรกหรือ 1 สัปดาห์นั้น สังเกตได้จากประจำเดือน โดยปกติแล้วถ้าคุณแม่มีประจำเดือนมาอย่างสม่ำเสมอและค่อนข้างตรงเวลา แต่หากประจำเดือนขาดไป 12-16 วัน ก็เป็นไปได้ว่าคุณแม่กำลังตั้งครรภ์แล้วแน่ๆ นอกจากนี้ยังมีอาการ เบื้องต้นที่จะทำให้เชื่อได้ว่าคุณแม่กำลังตั้งครรภ์ ดังนี้ อาการคนท้องระยะแรก 1. เต้านมและหัวนมมีการเปลี่ยนแปลง อาการคนท้องที่สังเกตจากภายนอกได้คือ มีความเปลี่ยนแปลงของเต้านมและหัวนม ซึ่งจะเปราะบาง อ่อนไหว และมีความรู้สึกเสียวแปล๊บได้ง่ายขึ้นหลังจากประจำเดือนขาดประมาณ 1 สัปดาห์ หรืออาจเกิดอาการคัดเต้านมคล้ายๆกับอาการก่อนมีประจำเดือนซึ่งเป็นผลมาจากฮอร์โมนนั่นเอง อีกทั้งคุณแม่อาจสังเกตเห็นว่าเส้นเลือดบริเวณเต้านมนูนขึ้นมาและมีสีเข้มขึ้น นอกจากนี้ยังมีปุ่มเล็กๆ มากมายเกิดขึ้นรอบๆ หัวนมด้วย ในการตั้งครรภ์ เมื่อถึงระยะเวลาที่ประจำเดือนควรจะมาคุณแม่จะสังเกตเห็นบริเวณหัวนม(ที่เป็นวง) จะคล้ำขึ้นและขยายใหญ่ขึ้นและอาจจะยังสังเกตเห็นหลอดเลือดบริเวณรอบๆ เต้านมชัดขึ้นตุ่มที่บริเวณรอบหัวนมก็จะมีมากขึ้น 2. เกิดตกขาวเล็กน้อย อาการคนท้อง 1 สัปดาห์ผ่านไป ให้สังเกตจากอาการตกขาว ซึ่งเกิดจากฮอร์โมนเอสโตรเจนมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้มีเลือดมาคั่งที่ช่องคลอด ที่คอมดลูก ต่อมต่างๆ ที่คอมดลูกทำงานมากขึ้น จะมีน้ำไหลออกมาจากช่องคลอดมากขึ้น เมื่อมาเจอกับแบคทีเรียที่มีตามปกติที่ช่องคลอดก็จะย่อยน้ำนี้เป็นตกขาวได้ แต่เป็นอาการคนท้องที่ไม่ได้เป็นอันตรายใดๆ 3. ปัสสาวะบ่อย อาการคนท้องระยะแรก หลังจากประจำเดือนขาดไป 1-2 สัปดาห์แล้ว จะทำให้ขับปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ...

ให้ทารกนอนห้องแอร์ดีหรือไม่ ควรเปิดแอร์ให้ลูกกี่องศา?   เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่หลายๆคนคงเปิดแอร์ในช่วงเวลานอนอย่างแน่นอนเพราะช่วยให้รู้สึกเย็นสบาย แต่รู้หรือไม่ว่าการเปิดแอร์ให้ทารกนอนในอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสมย่อมส่งผลต่อสุขภาพของลูกน้อยได้ ถ้าทารกนอนห้องแอร์ที่มีอุณหภูมิสูงเกินไป อาจทำให้ตื่นมางอแง เพราะร้อนไม่สบายตัว และถ้าทารกนอนห้องแอร์ที่เปิดหนาวเกินไปก็อาจทำให้ลูกเป็นหวัดเป็นไข้  ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ไม่ควรเปิดเครื่องปรับอากาศต่ำกว่า 18 องศาเซลเซียส สำหรับคนไทยเองที่ชิน กับอากาศร้อนก็อาจจะตั้งไว้ที่ 25 องศาเซลเซียส ก็รู้สึกว่าพอดีๆ ไม่หนาวเกินไป เพราะอุณหภูมิมีผลกับคุณภาพการหลับ ในช่วง REM ที่เป็นช่วงที่เราฝัน   ถ้าลูกต้องนอนแบบร้อนๆ อาจทำให้เขาหลับไม่ลึกมากพอ ที่ลืมไม่ได้คุณแม่ ก็ควรใส่เสื้อผ้าที่ทำให้ลูกๆ อบอุ่น ใส่ชุดนอนที่เป็นแบบปิดเท้า หรือใส่ถุงเท้า เสื้อแขนยาวและกางเกงขายาว ไม่ต้องมีผ้าห่มหนาๆ ใหญ่ๆ เด็กๆ จะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ดังนั้นหากเปิดแอร์ให้ทารกนอน ควรเปิดแอร์ในอุณหภูมิที่ไม่ควรต่ำกว่า 18 องศาเซลเซียส และควรปรับให้ห้องมืดเพื่อให้หลับพักผ่อนจริงๆ Growth Hormone จะทำงานได้ดี พัฒนาการของลูกก็ดีตามไปด้วย   ...

ลูกนอนดึกจนเป็นนิสัย ต้องแก้ที่คุณพ่อคุณแม่ให้ได้ก่อน! หาสารพัดวิธีพาเจ้าตัวเล็กเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำแต่่ก็ยังสดชื่น ไม่มีทีท่าที่จะหลับได้ง่ายๆ เข้านอนตอน 4-5 ทุ่มตลอด อิจฉาบ้านที่ลูกเข้านอนเร็วคุณแม่ก็มีเวลาให้กับตัวเอง ไม่เครียดกับการอยู่กับลูกทั้งวันจนไม่ได้หายใจ คุณหมอจูดิธ โอเวนส์ จาก Padiatric Sleep Disorders Clinic ที่โรงพยาบาลเด็ก Hasbro บอกว่า “ในครอบครัวส่วนใหญ่ คุณพ่อคุณแม่จะเริ่มหมดพลังงานกับเจ้าตัวเล็กวัย 3 ขวบตั้งแต่เวลา 4 ทุ่ม เพราะพ่อแม่เองก็ต้องการเวลาส่วนตัวของเขาเหมือนกัน” ลูกเราเลียนแบบนกฮูกหรือเปล่า? คุณหมอจูดิธบอกว่าระยะเวลาที่นอนและความสม่ำเสมอของวงจรหลับและตื่นเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เด็กหลับพักผ่อนได้อย่างมีคุณภาพมั้ย “ถ้านอนไม่พอจะมีผลตามมาที่ส่งผลต่ออารมณ์ กับพฤติกรรมของเด็ก” พอลูกเราเครียดก็จะส่งผลกับการเจริญเติบโต ด้านร่างกายไปด้วย แต่คุณแม่ไม่ใช่คนเดียวบนโลกที่เจอเรื่องนี้ หรอกค่ะ! เพราะผู้เชี่ยวชาญอีกท่านจาก Sleep Disorders Center ในฟิลาเดเฟีย ด็อกเตอร์โจดี้ มินเดลล์บอกว่า “ไม่น่าเชื่อว่ามีจำนวน ครอบครัวที่ลูกเล็กเข้านอน 4-5 ทุ่มมากมายขนาดนี้” เหตุผลง่ายๆ ก็เพราะว่าครอบครัวเดี๋ยวนี้กว่าพ่อแม่จะกลับบ้านก็ 2-3...

5 วิธีป้องกันสายตาสั้นก่อนวัย ปัญสายตาสั้นในเด็กมีมากขึ้นเมื่ออยู่ชั้นมัธยมศึกษา เพื่อป้องกันลูกมีปัญหาสายตาสั้นก่อนวัย พ่อแม่จึงต้องใส่ใจและสังเกตความผิดปกติของสายตาลูกอย่างใกล้ชิด 5 วิธีป้องกันสายตาสั้นก่อนวัย 1.ลดการเพ่งเป็นเวลานานๆ  หากลูกเพ่งดูอะไรติดต่อกันนานๆ ควรพักสายตา เช่น ให้มองไปไกลๆ  หรือไปทำกิจกรรมอย่างอื่นบ้างสักประมาณ 5 นาที แล้วค่อยมาใช้สายตาระยะใกล้ๆ ได้ 2.ควบคุมระยะเวลาในการใช้สายตา หากเลี่ยงไม่ได้ที่จะให้ดูจอไอแพด หรือจอสมาร์ตโฟน นอกจากต้องคุมเนื้อหาที่ลูกจะดูแล้ว ควรปรับตัวอักษรให้มีขนาดใหญ่มากขึ้น เพื่อให้แสงที่จอไม่สว่างเกินไป และควรจำกัดเวลาในการอยู่กับจอ และการทำกิจกรรมอื่นๆ ให้สมดุล 3.จัดสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัย รวมทั้งระมัดระวังการเล่นของเด็ก เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับตา 4.ดูแลสุขภาพตาด้วยอาหาร ให้ลูกกินอาหารที่ประโยชน์ จากผักผลไม้ที่มีวิตามินเอ  วิตามินซี และวิตามินอี 5.ควรพาลูกไปตรวจตาตามช่วงอายุ ไม่ควรละเลยการไปตรวจวัดสายตาตามช่วงอายุต่างๆ เช่น ช่วงอายุ 3-6 เดือน ช่วง 3-6  ปี และช่วงเข้าสู่ประถมวัย เพื่อคัดกรองสายตาผิดปกติตั้งแต่เนิ่นๆ...

7 วิธีกำจัดแมลง และสัตว์ร้ายใกล้ลูกน้อย อันตรายใกล้ตัวลูกน้อยภายในบ้าน ก็คือบรรดาสัตว์ต่างๆ ที่อาจจะเข้ามา กัด ต่อย หรือเป็นพาหะ แพร่เชื้อโรค ทำให้ลูกน้อยของเราไม่สบาย หรือเจ็บป่วย แนะนำ “วิธีกำจัดแมลง” และสัตว์ร้ายให้อยู่หมัดจากของใกล้ตัวภายในบ้าน ให้ลูกน้อยปลอดภัย 1.แมลงสาบ แมลงสาบ เป็นแมลงที่มีกลิ่นเหม็น และมีขาที่สะสมเชื้อโรค มักจะพบตามถังขยะ ลิ้นชัก และที่เก็บของ วิธีปราบ ผสมเบกกิ้งโซดากับน้ำตาลปี๊บเท่าๆ กัน โรยบริเวณที่แมลงสาบอยู่ หรือพบบ่อยๆ วางพริกไทยเม็ด(แบบแห้ง)สัก 1 ช้อนโต๊ะใส่ไว้ในถุงผ้าโปร่งวางในที่ที่มีแมลงสาบชุกชุมจะช่วยไล่แมลงสาบไปได้ มีอายุการใช้งาน 4-5 เดือน 2.มอด มอด มักจะอาศัยอยู่ในข้าวสาร เปิดหม้อหุงข้าวขึ้นมาทีไร เราก็จะเห็นมอดอาศัยอยู่ในนั้น วิธีปราบ นำสมุนไพรที่มีรสเผ็ดร้อน เช่น พริกแห้ง ใบมะกรูด หอมแดง มาห่อด้วยผ้าขาวบาง ใส่ในข้าวสาร นำช้อนสแตนเลส 2 คันใส่ในข้าวสาร วิธีกําจัดมด 3.มด ไม่ว่าบ้านไหนๆ...

รับมือดูแลเมื่อเกิดภัยกับลูกทุกสถานการณ์ คุณแม่ทั้งมือใหม่ และมือเก่าทุกคน ย่อมมีความกังวลสารพัดเรื่อง ทั้งเรื่องของความสะอาด เรื่องโรคภัย และเรื่อง ความปลอดภัยจากภัยอันตราย ต่างๆ รอบตัวลูกน้อย แม้ตอนนี้ทั้งครอบครัว จะระมัดระวังกันแทบทุกฝีก้าว แต่ลูกน้อยก็มีความซน และอยากเรียนรู้จึงอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ ความปลอดภัยจากภัยอันตราย รับมือได้ เพื่อเป็นการกันไว้ดีกว่าแก้ เราจึงอยากให้คุณแม่เรียนรู้วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อช่วยชีวิตลูก เมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด รวมถึงวิธีตั้งรับกับภัยรอบตัวที่อาจเกิดขึ้นได้ *1669 เบอร์นี้จำให้ขึ้นใจ เป็นเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินที่สามารถโทร.ได้ภายในประเทศไทย แต่หาก คุณพ่อ คุณแม่ เดินทางไปต่างประเทศ ควรจดเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินของประเทศนั้นๆ ไว้ด้วย หรือถ้าสะดวกลงแอพพลิเคชั่นอย่าง “Police I lert u” หรือแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ที่ช่วยสอนวิธีกู้ชีวิตขั้นพื้นฐานติดไว้ด้วยก็ได้ แนะนำให้ศึกษาก่อน หากเกิดกรณีฉุกเฉินจะสามารถทำได้ทันท่วงที แต่ถ้าอยากลงลึกในรายละเอียด และฝึกทดลองทำ ปัจจุบัน มีโรงเรียนแพทย์หลายแห่ง เปิดสอนการปฐมพยาบาลแก่บุคคลทั่วไป คุณพ่อ คุณแม่ สามารถสอบถามเพื่อเข้าร่วมอบรมได้ *อุปกรณ์ปฐมพยาบาลที่ควรมีติดบ้าน เบตาดีน น้ำเกลือ ใช้สำหรับล้างแผล...

ลูกนอนมากเกินไปหรือเปล่า  มาทำความเข้าใจกัน ถ้าดูจากเกณฑ์เวลานอนของเด็กแต่ละวัย เด็กวัย 1-3 ขวบจะนอนรวมประมาณวันละ 10-16 ชั่วโมงอยู่แล้วค่ะ คุณแม่บอกว่าลูกไม่ยอมนอนกลางวันแต่หลับสนิทรวดเดียวตอนกลางคืน อย่างนี้ก็ไม่จำเป็นต้องปรับเวลานอนแต่อย่างใด เด็กวัยนี้ไม่จำเป็นต้องนอนกลางวัน หากนอนหลับกลางคืนได้ครบจำนวนชั่วโมงตามต้องการ ตอนเช้าเวลาปลุกถ้าลูกตื่นได้โดยง่าย แจ่มใสร่าเริงไม่งอแง ไม่เหนื่อยหรืออ่อนเพลีย ไม่ซนมากผิดปกติ (เด็กบางคนถ้านอนไม่พอ อาจไม่ได้แสดงอาการเหน็ดเหนื่อย แต่แสดงอาการซนมากกว่าเดิม) ที่สำคัญ หากลูกเติบโตตามเกณฑ์ ไม่ตัวเล็กผิดปกติก็ถือว่าไม่เป็นไรค่ะ ...

อาการหวัด ไอ เจ็บคอ 3 วิธีป้องกันอาการที่มักเข้าใจกันผิด อาการหวัด ไอ เจ็บคอ ลูกน้อยมักป่วยกันมากในช่วงหน้าหนาว ซึ่งในเด็กบางคนที่ภูมิคุ้มกันร่างกายต่ำมากก็อาจมีไข้ตัวร้อน  นอนซมจนต้องแอดมิทเข้าโรงพยาบาล ดังนั้นเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ได้เข้าใจวิธีการดูแลและป้องกันลูกน้อยจาก ไข้หวัดมากขึ้น เราจะพามาดู 3 ความเข้าใจผิดที่คุณพ่อคุณแม่อาจจะมี เกี่ยวกับการป้องกันไข้หวัดของลูกน้อยกันค่ะ   อาการหวัด ไอ เจ็บคอ การดูแลบรรเทาอาการที่เข้าใจกันผิด 1. วิตามินซีช่วยป้องกันหวัดได้ มีการทำการวิจัยหลายครั้งถึงประสิทธิภาพของวิตามินซีในการป้องกันหวัด แต่ผลวิจัยส่วนใหญ่ไม่สม่ำเสมอนัก ทำให้ในทางวิชาการยังถือว่าไม่มีหลักฐานอะไรว่าวิตามินซีสามารถป้องกันโรคหวัดได้ อย่างไรก็ตามมีการวิจัยที่เชื่อถือได้หลายแหล่ง พบว่าการทานวิตามินซีในปริมาณเพียง 2 มิลลิกรัมต่อวันทุกวัน สามารถลดระยะเวลาการเป็นหวัดได้ หมายความว่าเมื่อลูกน้อยทานวิตามินซีเป็นประจำอาจจะไม่ได้มีโอกาสเป็นไข้หวัดลดลง แต่จะสามารถลดระยะเวลาที่ป่วยให้สั้นลงได้นั่นเองค่ะ แต่ยังมีสารอีกตัวที่อาจจะมีชื่อที่ไม่คุ้นหูคุณแม่นักคือ Flavonoid ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีการวิจัยรองรับว่าสามารถ ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อในปอด ลำคอ และจมูก ได้ถึง 33% ซึ่งตัว Flavonoid นี้เป็นสารที่พบได้ในผักและผลไม้ อย่างเช่นผลไม้อย่าง เอลเดอร์เบอร์รี่ค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าอยากป้องกันอาการหวัดของลูกต้องไม่ลืมเรื่องของการกินอาหารให้ครบ 5  หมู่เลยค่ะ 2. วัคซีนสเปรย์ฉีดจมูกทดแทนการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้...

สะดือหลุด กี่วันแห้ง? พร้อมวิธีดูแลหลังลูกสะดือหลุด สะดือหลุด กี่วันแห้ง? พร้อมวิธีดูแลหลังลูกสะดือหลุด สะดือหลุด กี่วันแห้ง? ปกติแล้วหลังจากสะดือหลุดแล้ว ภายใน 7-10 วันสะดือก็จะเริ่มแห้ง หลังจากสะดือหลุดอาจจะมีเลือดซึมออกมาได้นิดหน่อย หรือในเด็กบางคนจะมีก้อนเนื้อเล็ก ๆ ขนาดเท่าถั่วแดงอยู่ด้านในของสะดือ เป็นเรื่องที่ไม่ได้อันตรายอะไรค่ะ เพราะก้อนเนื้อนี้จะหายไปได้เองตามธรรมชาติ สำหรับเด็กบางคนที่สะดือแห้งช้า ไม่ได้หมายความว่า คุณพ่อคุณแม่รักษาความสะอาดของสะดือลูกได้ไม่ดีพอนะคะ ไม่จำเป็นต้องโทษตัวเองค่ะ เพราะถึงแม้ว่าจะทำความสะอาดได้ดีพอแล้ว ก็อาจจะมีเลือดซึม สะดือแห้งช้า หรือมีก้อนเนื้อได้ค่ะ สะดือหลุด แล้วต้องทำอย่างไรต่อ? หลังจาก สะดือหลุด แล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็ยังต้องดูแลสะดือลูกต่อไปจนกว่าจะแห้งดีค่ะ ขั้นตอนในการดูแลสะดือหลังสะดือหลุดนั้น เหมือนกันกับขั้นตอนการดูแลสายสะดือ มีดังต่อไปนี้ หลังอาบน้ำ ให้ซับสะดือให้แห้งอย่างเบามือ คอยดูแลให้สะดือลูกแห้งเสมอ เช็ดทำความสะอาดสะดือ ด้วยน้ำยาทำความสะอาดที่โรงพยาบาลให้มาหลังคลอด โดยชุบน้ำยาลงบนสำลีแล้วเช็ดอย่างเบามือ วันละครั้ง ไม่จำเป็นต้องล้วงหรือแคะสะดือ เพื่อให้สะดือสะอาดที่สุด เช็ดเฉพาะจุดที่เช็ดได้ก็เพียงพอแล้วค่ะ ในกรณีที่มีเลือดไหลซึมออกมา อย่าใช้น้ำยาเช็ดไปโดยตรงในบริเวณที่เลือดไหล ให้ใช้สำลีซับออกอย่างเดียว ไม่จำเป็นต้องปิดแผลบริเวณที่มีเลือดไหลซึม เพื่อไม่ให้เกิดการอับชื้น ...

4 เคล็ดลับ ช่วยลูกน้อยนอนหลับสนิทตลอดคืน นอนหลับสนิทตลอดคืน รู้ไหมว่าดีต่อร่างกายและสุขภาพของลูกน้อย แต่จะทำยังไงถึงจะทำให้ลูกได้นอนหลับสนิท เพราะไม่ใช่กับเด็กทุกคนที่จะนอนง่าย หลับเร็ว และก็หลับลึกด้วยหนะซิค่ะ เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาค่ะ เอาเป็นว่าถ้าอยากรู้ว่าต้องทำไงลูกน้อยถึงมีช่วงเวลาการนอนหลับที่ได้คุณภาพ คุณพ่อคุณแม่ต้องห้ามพลาดเคล็ดลับที่นำมาฝากกันนะคะ   นอนหลับสนิทตลอดคืน ให้ประโยชน์อะไรกับลูกน้อยบ้างนะ !! เด็กทารกตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงขวบปีแรกขึ้นไป ถ้าได้ นอนหลับสนิทตลอดคืน จะช่วยให้ภูมิคุ้มกันโรคในร่างกายถูกเติมเต็มอยู่ตลอดเวลาทำให้ไม่เจ็บป่วยบ่อย  ในเด็กแรกเกิด เด็กเล็กๆ เด็กวัยกำลังโต ควรได้รับการพักผ่อนนอนหลับต่อคืนประมาณ 8-12++ ชั่วโมง ซึ่งชั่วโมงการนอนหลับจะค่อยๆ ลดลงไปตามช่วงอายุค่ะ เด็กที่เข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ หรือก่อน 3 ทุ่ม จะเป็นการนอนหลับที่ได้ประโยชน์และคุณภาพมากที่สุด เพราะโกรท ฮอร์โมน (Growth Hormone) ฮอร์โมนที่ช่วยในเรื่องพัฒนาการการเจริญเติบโต จะหลั่งออกมาอย่างเต็มที่ในช่วง 22.00-24.00 น. เซลล์ต่างๆ ในร่างกายที่ถูกใช้งาน หรือสึกหรอไปก็จะได้รับการซ่อมแซมให้กลับมาสมบูรณ์พร้อมสำหรับการทำงานได้ตลอดเวลาอีกครั้ง ที่สำคัญสมองในส่วนการเรียนรู้ก็จะทำงานมีประสิทธิภาพ ข้อดีคือเด็กที่ได้นอนหลับเต็มเต็มอิ่ม จะช่วยให้เรียนรู้เก่ง จำแม่นด้วยค่ะ เคล็ดลับง่ายๆ ลูกน้อยนอนหลับสนิทตลอดคืน อย่างที่บอกไปค่ะว่าการนอนหลับที่ได้คุณภาพช่วยลูกน้อยให้มีพัฒนาการ...