สาระเด็ก เพลงเด็ก แฟชั่นเด็ก

คุณแม่ตามใจ ส่วนมากคุณแม่มักจะเป็นผู้คุมกติกาของครอบครัวอยู่แล้ว ถ้าคุณแม่ผู้กฎเป็นคนตามใจลูกเสียเอง จะทำให้ลูกได้ใจและดื้อกับคุณแม่ ยิ่งคนในบ้านตามใจลูกด้วยแล้ว ลูกก็จะดื้อกับคุณแม่ที่ดูแลใกล้ชิดยิ่งกว่าค่ะ เป็นช่วงวัยที่ติดแม่ เด็กในวัย 6 – 9 เดือนจะติดคุณแม่เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว คุณแทบจะกระดิกตัวไม่ได้เลยก็ว่าได้ พอติดคุณแม่แล้วนั้นก็จะดื้อกับคุณแม่ได้โดยง่าย ถ้าคุณแม่ให้ลูกอยู่ในกฎเกณฑ์มีระเบียบมาตลอดตั้งแต่ก่อน 6 เดือนจะลดอาการนี้ลงได้ค่ะ โตจนใกล้เวลาแยกตัวแล้ว เมื่อลูกมีอายุใกล้สามขวบแล้ว ใกล้เวลาที่จะแยกตัวเป็นบุคคลอิสระจากแม่จริงๆ แล้ว จะเป็นเวลาที่ลูกนั้นทดสอบเสาหลักของบ้านอย่างแม่หนักขึ้นไปอีก เพื่อให้แน่ใจว่าคุณแม่ที่รักนั้นจะยังดีเท่านี้ ตลอดไปค่ะ ต้องการแม่เป็นพิเศษ บางทีลูกอาจเกิดมาเป็นเด็กที่ต้องการคุณแม่มากเป็นพิเศษจริงๆ ซึ่งทางนายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ได้ยืนยันว่าเวลาพบเด็กแบบนี้ จะไม่มีคำว่าติดมากไป ในทางตรงข้ามถ้าคุณแม่หักดิบบางอย่างทิ้งไป ลดความสนิทลงมา ความเสียหายจะตามมาจนลูกกลายเป็นเด็กดื้อก็เป็นได้ค่ะ อยากได้รับความสนใจ การที่เราดื้อกับคนที่รักนั้น คงเป็นเพราะอยากได้รับความสนใจกับคนที่รักมากที่สุด ลูกก็เช่นเดียวกันค่ะ ลูกนั้นอยากได้รับความรักและความสนใจจากคุณแม่มากที่สุดและการดื้อเป็นสิ่งลูกนั้นแสดงออกถึงการอยากได้รับความสนใจนั้นค่ะ กลิ่นแม่เฉพาะตัว เพราะตัวของคุณแม่นั้นมีกลิ่นน้ำนมและกลิ่นตัวเฉพาะของคุณแม่เอง เมื่อลูกเจอเป็นต้องดื้อต้องดิ้น เป็นพฤติกรรมที่ทำมานานตั้งแต่เกิดแล้วค่ะ คิดว่ายังไงคุณแม่ก็รัก ด้วยความที่ลูกจะสนิทกับแม่ เลยคิดว่าถึงจะดื้อยังไงคุณแม่ก็รักอยู่ดี ส่วนคนอื่นนั้นไม่สนใจว่าจะเป็นยังไง ไม่รักก็ไม่สนใจขนาดนั้น บางทีก็อยากได้แค่ขนมก็พอ เจอกันแปบเดียวเลยยังไม่ทันได้ดื้อใส่ค่ะ...

1 เข้าใจพัฒนาการลูกวัย Toddler วัยนี้จะมีความรู้สึกใหม่เกิดขึ้น คือ อยากรับผิดชอบชีวิตประจำวันของตัวเองบ้าง อยากมีส่วนร่วมในการล้างมือ อาบน้ำ กวาดบ้าน ถูบ้าน ใช้ค้อน คราด แปรงฟันเอง พยายามทำทุกอย่างที่เคยเห็นเขาทำ และเริ่มมีทัศนคติที่ดีกับสิ่งที่ต้องทำเป็นประจำ จึงพยายามช่วยตัวเอง เช่น รู้จักสอดแขนเข้าไปในแขนเสื้อ ใส่กางเกง สนใจแกะหรือใส่กระดุม สวมถุงเท้ารองเท้าเอง แม้วัยนี้จะช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ก็ควรช่วยลูกบ้าง เช่น หากางเกง เสื้อที่ลูกใส่ได้ง่าย หาช้อนที่ตักกินเองได้ง่าย วางแปรงสีฟัน ถ้วยในที่ที่ลูกเอื้อมหยิบถึง ฯลฯ 2 เริ่มมอบหมายงานบ้าน โอกาสทองที่เพิ่มความรู้สึกความภาคภูมิใจ และความเชื่อมั่นในตัวเองให้ลูก คือ การให้ลูกรู้จักช่วยงานบ้าน แม้จะเป็นงานเล็กๆ น้อยๆ ก็ตามค่ะ เพราะเหล่านี้ถือเป็นการส่งสัญญาณให้ลูกรู้ว่าพ่อแม่มีความเชื่อมั่นว่าลูก จะสามารถรับผิดชอบ และทำงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จลุล่วงไปได้ แถมยังช่วยให้ลูกรู้ว่าตัวเองก็มีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือครอบครัวด้วย เหมือนกัน แล้วลูกยังรู้สึกดีมีความภาคภูมิใจที่ได้รู้ว่าตัวเองก็เป็นที่ต้องการของ พ่อแม่ด้วยเช่นกันค่ะ 3 อย่าคิดว่าลูกไม่สามารถ ถึงจะดูว่าลูกวัยเตาะแตะยังเล็ก แต่ขอบอกว่าลูกก็สามารถช่วยเก็บของเล่นที่ลูกเล่นเกลื่อนบ้านลงใส่ในตะกร้า เก็บ ของเล่นได้...

ซึ้งหากพูดถึงเด็กเล็กที่เริ่มเข้าสู่วัยที่จะต้องเรียนรู้อยู่ร่วมกับคนอื่นนั้นพ่อแม่เองก็จะต้องเตรียมหาโรงเรียนอนุบาลให้ลูกของตนเองเพื่อจะให้ลูกนั้นได้อยุ่โรงเรียนอนุบาลที่ดีที่สุดและเหมาะสมกับลูกของตนเองมากที่สุดด้วยนั้นเองดังนั้นการเตรียมพร้อมและข้อควรระวังว่าลูกของเรานั้นจะอยู่ร่วมกับเด็กผู้อื่นได้ไหมในเมื่อเข้าไปในโรงเรียนอนุบาลนั้นแล้วจะทำให้ชีวิตของลูกเรานั้นราบลื่นเป้นไปได้อย่างดีพ่อแม่อย่างเรานั้นต้องพัฒนาลูกเพื่อมีความพร้อมสมบูรณ์และต้องใช้เวลาพอสมควรเลยทีเดียวตั้งแต่1-3ปีแรกก่อนที่จะเอาลุกของเรานั้นเพื่อจะเข้าสู่โรงเรียนอนุบาลที่เราเตรียมให้ โดยมีดังต่อไปนี้   ขั้นที่1 ต้องเตรียมสภาพร่างกายของลูกน้อยเราให้พร้อมนี้เป็นสิ่งพื้นฐานของทุกคนให้ได้พัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ของลูกให้พร้อมเพื่อจะทำให้มีการทรงตัวในการเดินที่ดีดังนั้นจึงต้องเตรียมอาหารที่มีประโยชน์และให้ลุกพักผ่อนเพียวพอเพื่อจะให้ครูที่โรงเรียนอนุบาลนั้นได้พัฒนาลูกน้อยของเราให้ดียิ่งขึ้น   ขั้นที่2 ควรฝึกให้ลูกได้ช่วยเหลือตัวเองบ้างเพราะถ้าทำให้ทุกอย่างเกินไปเด้กน้อยเราก็ไม่สามารถพัฒนาได้หรือพัฒนาได้ช้ากว่าเพื่อนที่อยู่โรงเรียนอนุบาลด้วยกันที่อยู่ในอีกสังคมหนึ่งและการฝึกนั้นต้องฝึกพัฒนาตามวัยเช่น การรับประทานอาหารด้วยตนเอง การพูดจาสื่อสารกับครูในโรงเรียนอนุบาลหากว่าเกิดอาการปวดปัสสาวะหรือปวดอุสจาระหากพูดเป็นก็ต้องฝึกให้ขับถ่ายให้เป้นเวลาด้วย และ ที่สำคัญฝึกเรื่องการติดกระดุมแต่งตัวย และ ถ้าลูกน้อยของเราจะทำอะไรก็ตามจำไว้เลยว่าอย่าขัดขวางการพัฒนาของลูกน้อยที่สามารถพัฒนาเรื่องต่างๆด้วยตนเอง และ อย่าทำให้ลูกทุกอย่างเพราะจะทำให้เป็นว่าพ่อแม่รังแกฉัน   ขั้นที่ 3 ฝึกเรื่องการอดทนรอคอยเนื่องจากพ่อแม่ยุคนี้ส่วนมากจะโอ๋และปรอบใจลูกตามใจลูกมากเกินไปจนเด็กสมาธิสั้นและไม่มีความอดทนต่อสิ่งเล้าต่างๆรอบตัวดังนั้นพ่อแม่อย่างเราต้องทำให้ลูกน้อยของเราที่จะเข้าไปเจอเด็กๆคนอื่นในโรงเรียนอนุบาลนั้นก็จะเข้าสังคมได้ง่ายขึ้นเพราะจะได้ฝึกการเข้าคิวต่อกินข้าวหรือของเล่นที่เด็กคนอื่นเล่นก่อนจึงจะได้ไม่เกิดการยื้อแย่งสิ่งของนั้นซึ้งถ้าเกิดเหตุการยื้อแย่งกันเกิดขึ้นก็จะทำให้เด็กนั้นเกิดการทะเลาะกันและอาจจถเป็นเหตุทำให้ลูกน้อยของเราไม่อยากไปโรงเรียนอนุบาลแน่ๆ   ขั้นที่ 4 ฝึกเรื่องการเข้าสังคมดังนั้นสังคมแรกของลูกน้อยเรานั้นก็คือครอบครัวเรานั้นต้องเป็นเพื่อนเล่นกับลูกก่อนจึงจะเล่นกับผุ้อื่นได้ซึ้งเด็กในวัยที่จะเข้าโรงเรียนอนุบาลนั้นจะถือตัวเองเป็นใหญ่เอาแต่ใจและมีความเห็นแก่ตัวเลยระแต่เราอย่าบังคับเด็กน้อยเกินไปเพราะจะทำให้เด็กรู้สึกไม่ดีต่อเราดังนั้นเราต้องเปิดโอกาสให้ลูกได้ทำและถ้าลูกน้อยเราทำการแบ่งปันสิ่งของหรือมีน้ำใจกับผู้อื่นเราไม่ควรลืมชมเชยเด็กน้อยให้เกิดการเรียนรู้ว่าสิ่งที่ทำเมื่อสักครู่นี้คือการทำดี   ขั้นที่ 5 ส่งเสริมให้ลูกน้อยได้รู้จักการสื่อสารเพราะเมื่อต้องเข้าไปอยุ่ในโรงเรียนอนุบาลแล้วลูกน้อยก็จะขาดพ่อแม่และไม่สามารถให้ครูนั้นดูแลลูกน้อยเราได้เท่ากับพ่อแม่แน่นอนดังนั้นจึงต้องฝึกให้ลูกน้อยสื่อสารว่าต้องการอะไรชอบหรือไม่ชอบอะไรเมื่อลุกน้อยสื่อสารได้ก็จะปรับเข้าสู่โรงเรียนอนุบาลได้ง่ายมากยิ่งขึ้นถ้าเด็กไม่สามารถพูดสื่อสารได้เด็กก็อาจจะเกิดการแย่งและอาจจะเกิดการทะเลาะกันได้เพราะเด็กไม่สามารถพูดขอกันดีๆได้ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก   ขั้นที่ 6 ป้องกันลุกน้อยกับสิ่งที่กระตุ้นในทางที่ไม่ดีทุกวันนี้มองไปที่ไหนก็เห็นได้เลยว่าพ่อแม่สมัยนี้ใช้โทรศัพท์หรือโทรทัศน์เลี้ยงลูกทำให้ลูกน้อยสนใจแต่สิ่งๆเดียวและไม่สนใจเรื่องภายนอกที่จะรับรู้ได้มากกว่าดังนั้นพ่อแม่อย่างเราต้องควรสอนลูกให้ดูเป็นเวลาซึ้งเวลาไหนควรเล่นเวลาไหนควรเรียนรู้กับสิ่งภายนอกในโลกแห่งความเป็นจริงซึ้งทักษะนี้จะติดตัวไปกับลุกของเราจนโตสามารถทำให้ลุกของเราแบ่งเวลาเป็นด้วยนั้นเอง  ...

  ขอความเข้าใจให้ลูกที่เพิ่งขึ้นชั้นประถมฯหรือกำลังเตรียมตัวเข้าโรงเรียนประถมมีหลายเรื่องที่พ่อแม่ควรรู้เพื่อเตรียมลูกให้พร้อมและช่วยเหลือลูกในยามที่เกิดปัญหา ใกล้เข้ามาแล้วนะคะที่เด็กๆ จะสอบปลายภาค ปิดเทอม แล้วก็ขึ้นชั้นเรียนใหม่ เด็กโตพ่อแม่คงไม่ค่อยห่วงแล้ว แต่ที่ยังเพิ่งพ้นเด็กเล็กนี่สิ...

อันดับ 1 Horrow Internationnal Scool สำหรับที่นี่จะใช้หลักสูตรการสอนแบบเดียวกับประเทศอังกฤษและเวลล์ทุกประการเรียกได้ยกทั้งคุณภาพและมาตรฐานมาที่ประเทศไทยเลยมีการใช้เทคโนโลยีในการสอนที่ทันสมัยนอกจากนั้นเน้นเสริมพัฒนาการด้านอื่นๆที่นอกเหนือไปจากความสามารถทางด้านวิชาการอีกด้วย ค่าเทอมต่อปี -เตรียมอนุบาล(ครึ่งวัน) 430,000 บาท -เตรียมอนุบาล(เต็มวัน) 507,000 บาท Years 1-13 ปี -672,000 - 905,000 บาท ค่าใช้จ่ายสำหรับนักเรียนใหม่ -ค่าสมัคร 5,000.- -ค่าแรกเข้า 225,000.- -ค่ามัดจำ 200,000.- ค่าอาหาร -ไม่คิดเพิ่ม ที่ตั้ง: 14 ถนนโกสุมรวมใจแขวงสีกันเขตดอนเมืองกรุงเทพมหานคร10210 (ใกล้กับสำนักงานทนายที่ดินและเพื่อน) เบอร์โทร: 02-376-6518 อันดับ 2 Bangkok Prep ที่นี่เป็นโรงเรียนนานาชาติชั้นนำที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ใช้หลักสูตรตามมาตรฐานของประเทศอังกฤษ ที่มุ่งเน้นการสอนความรู้ทางวิชาการ ควบคู่ไปกับการใช้โปรแกรม PSHE (Personal, Social, Health and Emotional Education) ในการพัฒนาของตัวนักเรียนอีกด้วยค่ะ ค่าเทอมต่อปี ระดับอนุบาล – เตรียมอนุบาล 438,000 บาท – อนุบาล 458,000 บาท Years 1-12 ปี – 468,000-478,000 บาท ค่าใช้จ่ายสำหรับนักเรียนใหม่ – ค่าสมัคร...

อิสระทางการศึกษาที่เลือกเองได้ รู้จักการเรียนแบบ โฮมสคูล (Homeschool) การเรียนแบบ โฮมสคูล หรือ การเรียนแบบอยู่บ้าน นั้นเป็นหนึ่งในประเภทการจัดการศึกษาของประเทศไทยที่ถูกจัดไว้ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติโดยประกาศใช้อย่างเป็นทางการเมื่อปี 2542 ถูกต้องตามมาตรา 12 ที่ให้ครอบครัวจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้บุตรเองได้ ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้ครอบครัวที่ไม่ประสงค์ส่งลูกไปเรียนที่โรงเรียน เพราะต้องการจัดการเรียนการสอนให้ลูกได้เรียนที่บ้าน หรือที่เรียกว่า Homeschoolนั่นเองค่ะ หลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้จัก วันนี้เย็นตาโฟดอทคอม จะพาทุกคนไปรู้จักการเรียนแบบ โฮมสคูล กันค่ะ Homeschool การจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ได้ระบุประเภทของการจัดการศึกษาในประเทศไทยไว้ 3 ประเภทคือ 1)การจัดการศึกษาในระบบห้องเรียน 2)การจัดการศึกษานอกระบบห้องเรียน และ 3) การจัดการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งประชาชนมีสิทธิเลือกรูปแบบเองได้ แน่นอนว่าส่วนใหญ่ในบ้านเราก็เลือกเรียนระบบในห้องเรียน แต่ทว่ายุคปัจจุบันหลายๆครอบครัวอาจจะขาดความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพการศึกษาในระบบห้องเรียน อาจจะได้รับข่าวสารจากสื่อต่างๆ ถึงเรื่องการจัดอันดับการศึกษาของไทยที่อยู่ในอันดับเกือบท้ายๆ ทั้งในอาเซียน และอันดับโลก จึงทำให้ผู้ปกคริงหลายๆ ท่านมองไปถึงอนาคตของลูกๆ ว่าอาจจะไม่ประสบความสำเร็จได้ การศึกษาแบบ HomeSchool จึงเป็นตัวเลือกที่หลายครอบครัวให้ความสนใจ เพราะผู้ปกครองสามารถเลือกรูปแบบการเรียนให้ได้ลูก การเรียนแบบ Homeschool คืออะไร? คือการที่เด็กได้เรียนอยู่กับบ้าน...

ของเล่นเป็นของคู่ใจของเด็กๆ ไม่ว่าจะในยุคสมัยไหน ซึ่งในปัจจุบันก็มีของเล่นออกมาให้เลือกซื้อ เลือกเล่นมากมาย สำหรับใครที่ต้องการเลือกซื้อของขวัญในลูกให้หลาน แต่ยังไม่รู้จะซื้ออะไรดี ลองอ่านบทความนี้ค่ะ กับของเล่นยอดฮิตของเด็กประถมทั้งในยุคเก่าและยุคใหม่จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลยค่ะ 1. Squishy สกุชชี่ คือของเล่นที่มีลักษณะนุ่มนิ่มคล้ายฟองน้ำแต่จะคืนตัวช้า ของเล่นนุ่มนิ่มคล้ายฟองน้ำ หรือบางคนเรียก “โฟมยาง” มีตั้งแต่ขนาดเล็กห้อยติดกับพวงกุญแจ หรือขนาดใหญ่ ที่เอาไว้เล่นหรือเอาไว้สะสม โดยมีการทำเป็นรูปร่างต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นขนม อาหาร ไอศกรีม รวมถึงตัวการ์ตูนต่างๆ นอกจากนี้ บางชนิดยังมีกลิ่นเช่นรูปขนมปังก็จะมีกลิ่นขนมปัง นอกจากนี้ด้วยสัมผัสที่นุ่มนิ่มของสคุชชี่ ทำให้คนมักชอบเอามาบีบมาคลึงเล่นเป็นการบริหารมือ โดยเฉพาะสคุชชี่ที่คืนตัวช้าๆ จะยิ่งเชิญชวนให้บีบเล่น โดยความนุ่มจะแบ่งเป็นสามระดับคือ Standard , Soft และ Super Soft 2. ปาแบน ของเล่น ปาแบน ปาแบนไว้สำหรับบีบ ปาลงบนพื้นที่เรียบๆ ลื่นๆ แล้วจะคืนตัว เป็นของเล่นเด็กสุดฮิตของเด็กๆ ปาแบนมีหลากหลายแบบ ทั้งรูปไข่ รูปปลา รูปผลไม้...

1.แยกประเภทของเล่น ว่าอะไรควรเก็บอย่างไร 2.แยกสี บางทีเราอาจจะมีของเล่นพวกตัวต่อ เลโก้ หุ่นทหารตัวสีเขียว หุ่นไดโนเสาร์ ที่มีหลากสีถ้าเราทำเป็นที่เก็บตามสีก็จะดูน่าสนใจและเป็นระเบียบ 3.แปะตุ๊กตาโดยการแปะเทปตีนตุ๊กแกไว้ที่ผนังบ้านและเย็บติดด้านหลังของตุ๊กตาไว้เวลาเก็บก็ให้ลูกนำไปติดไว้ก็จะไม่ทำให้รก หรือไม่ก็นำชั้นมาติดกับเชือกยางยืดทำเป็นกรงหลอกๆให้เหมือนนำเหล่าตุ๊กตาไปใส่ไว้ในกรงนั้น พอถึงเวลาจะเล่นก็นำเอาออกมาเล่น หากเราฝึกลูกให้เป็นคนมีระเบียบในเรื่องไกล้ตัวอย่างการเก็บของเล่นแล้วเรื่องอื่นๆก็จะไม่ยากแล้วหล่ะค่ะหวังว่าวันหยุดในช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้ทุกๆบ้านจะสนุกกับการเล่นกับลูกๆที่รักของคุณกันน่ะค่ะ^^...

ช่วงปิดเทอมถือว่าเป็นช่วงที่ครอบครัวได้ใกล้ชิดกันที่สุด ไหนจะวันหยุด เทศกาล วันสำคัญต่างๆ นอกจากจะพาลูกตัวไปเที่ยวข้างนอกแล้ว เราลองมาใช้เวลาร่วมกันให้เกิดประโยชน์ ด้วยการชวนลูกน้อยมาประดิษฐ์ ของเล่นเด็ก กันค่ะ ที่สำคัญเราสามารถสอนเขาเรื่องการ Reuse หรือ Recycle ได้อีกด้วยนะคะ วันนี้ ทีมงานThai Kids มีไอเดียประดิษฐ์ ของเล่นเด็ก มาฝากกันค่ะ สำหรับครอบครัวไหนที่ลูกวัยกำลังซนลองชวนเขามาฝึกพัฒนาการด้วยการช่วยกันทำของเล่น ทั้งได้ทำทั้งได้เล่น รับรองถูกใจเจ้าตัวเล็กแน่นนอนค่ะ 1.ปราสาทในจินตนาการจากแกนกระดาษชำระ เพียงแค่นำแกนกระดาษชำระมาทาสี แล้วตัดให้เป็นช่องที่เสียเบต่อกันได้ ให้ลูกน้อยได้ลองเลือกสีทาสีด้วยตัวเอง และลองนำมาต่อกันให้เป็นแบบที่ต้องการ เสริมสร้างจินตนาการและยังสามารถเรียนรู้เรื่องสีได้อีกด้วยนะคะ 2.หุ่นยนต์ตัวโปรดจากขวดน้ำพลาสติกหรือกระป๋อง ขวดน้ำพลาสติกที่เราใช้อยู่ทุกวัน นั้นเราอาจจะเคยเห็นนำมาทำเป็นของใช้นู่นนี่นั่นสารพัดประดิษฐ์ใช่ไหมคะ วันนี้เราลองนำมาทำเป็นหุ่นยนต์ ให้ลูกรักกันดีกว่าค่ะ ไม่ใช่แค่ขวดนะคะ เรายังสามารถนำกระป๋องเก่าๆ มาใช้ได้ด้วยเช่นกัน และนอกจากจะสอนเรื่องจินตนาการ เรื่องสีแล้ว ยังสามารถสอนเรื่องการ reuse และ recycle ได้อีกด้วยค่ะ 3.เดินกระป๋องจากกะป๋องเก่า เราอาจจะรู้จักการละเล่น เดินกะลา ที่ทำมาจากกะลามะพร้าวและเจาะรูร้อยเชือกที่ใช้เดินกันในสมัยเด็กๆ ใช่ไหมคะ แต่ในยุคนี้ เราสามารถนำสิ่งของใกล้ตัวมาประยุกต์ใช้แทนกะลามะพร้าวได้ อย่างเช่น...

เพลงเด็กอนุบาล เพลงเด็กเล็ก เพลงฟังสนุกๆจังหวะเด็กๆ เนื้อเพลง Baa Baa Black Sheep Baa Baa Black Sheep - The Playtime Gang Baa baa black sheep have you any wool Yes sir yes sir three bags full One for the master one for the dame And one for the little boy who lives down the lane Baa baa...