สาระเด็ก เพลงเด็ก แฟชั่นเด็ก

  พัฒนาการของเด็กๆในวัยแรกเกิด ถึง 3 ขวบ ถือว่าเป็นวัยมหัศจรรย์ คือนับตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา จนถึง 3 ขวบแรก สมองของเด็กในวัยนี้จะสามารถพัฒนาได้สูงสุด 80% และนี่คือช่วงโอกาสทอง ที่จะเร่งพัฒนาสมองของลูกน้อยให้มากที่สุด โดยธรรมชาติของมนุษย์เรานั้น เมื่อแรกคลอด ร่างกายและสมองจะตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกต่างๆรอบตัวโดยอัตโนมัติ เช่น อาการตกใจ ร้องไห้เมื่อออกมาจากครรภ์มารดา เป็นต้น หลายๆคนยังมีความเชื่อ และความเข้าใจแบบผิดๆว่า เด็กเล็กๆจะไม่มีการพัฒนาอะไร นอกจากการกินและนอนเพียงแค่นั้น และไม่ต้องเรียนรู้อะไรมาก เพราะถ้าโตมาก็จะรู้ได้เอง แต่เรารู้หรือไม่ ว่าเราจะพลาดโอกาสเดียวอันดี ที่จะสามารถสร้างสมองอัจฉริยะให้ลูกน้อย เพื่อให้เขาเติบโตอย่างชาญฉลาดและเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไปได้ในอนาคต ในช่วง 1,365 วันแรกของพัฒนาการ เป็นวันสำคัญที่เหมาะสมแก่การเรียนรู้เป็นอย่างยิ่ง เพราะสมองของเด็กจะพัฒนาได้ดีกว่าช่วงวัยอื่น การเรียนรู้ด้านภาษา                   ผู้คนอีกหลายคน ยังไม่รู้เคล็ดลับที่น่ามหัศจรรย์เหล่านี้ การฝึกเรื่องภาษาให้เด็กๆตั้งแต่แรกเกิดนั้น ย่อมจะเกิดประโยชน์ที่มากมายต่อตัวเด็กได้ในอนาคต ขั้นตอนง่ายๆเหล่านี้สามารถนำไปฝึกให้เจ้าตัวเล็กได้เลยค่ะ 1.สบตา พูดคุย คุณจะต้องอยู่ในอิริยาบถที่อยู่ในระดับสายตาของเด็ก พูดคุยหยอกล้อ แสดงสีหน้า ทำปาก ให้ชัดเจนอย่างช้าๆ เพื่อฝึกให้เด็กๆได้ลองเลียนแบบท่าทางของเรา...

  ผัก (Vegetables)  สุขภาพจะดีได้ อย่างน้อยต้องทานผักให้ได้ปริมาณที่ร่างกายควรจะได้รับต่อวัน เพราะผัก มีทั้งวิตามิน เกลือแร่ กากใย สารต้านอนุมูลอิสระ ประโยชน์ต่างๆมากมาย ปัญหาหลักๆของพ่อแม่ผู้ปกครองก็คือ เด็กไม่ชอบทานผัก ทีนี้เราจะทำอย่างไรกันดีหละ? เนื่องจากสภาวะธรรมชาติของเด็กนั้น จะชอบอาหารที่มีรสชาดหวาน มากกว่า รสชาดที่ค่อนข้างจะขม  จึงไม่น่าแปลกใจเลย ว่าทำไมเด็กๆถึงไม่ค่อยชอบทานผัก หากการบังคับหรือพยายามให้เด็กๆได้ทานผักในทุกวันเป็นเรื่องยุ่งยาก และแทบจะเป็นไปไม่ได้แล้วละก็ การขอคำปรึกษาจากแพทย์เด็กก็สามารถช่วยบรรเทาอาการกังวลใจของผู้ปกครองไปได้ค่ะ เด็กไม่ยอมรับประทานผักสามารถจำแนกได้เป็น 2 ลักษณะ                 1.พฤติกรรมเลือกรับประทานแบบปกติ  (Normal Picky Eating) มักเริ่มปรากฏในเด็กอายุระหว่าง 18 เดือนถึง 3 ปี โดยเหตุผลที่เด็กเลือกรับประทานจะขึ้นอยู่กับปัจจัยความชอบของเป็นหลัก ซึ่งในทางการแพทย์ไม่ถือว่าเป็นพฤติกรรมที่น่าหนักใจเพราะเป็นอาการหนึ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ในกระบวนการเจริญเติบโตของเด็ก นอกจากนี้ อีกสาเหตุหนึ่งของพฤติกรรมเลือกรับประทานอาหารแบบปกติ อาจเกิดจากอาการกลัวสิ่งใหม่ (Neophobia) ซึ่งส่งผลให้เด็กไม่กล้ารับประทานสิ่งที่ตนไม่คุ้นเคย 2.พฤติกรรมเลือกรับประทานแบบผิดปกติ   (Selective Eating Disorder) เด็กจะเริ่มแสดงอาการผิดปกติตั้งแต่ช่วงแรกเกิดจนถึงอายุ 4 ปี และอาจมีอาการเรื่อยไปจนโต...

สัตว์เลี้ยง (Pets) หมายถึง สัตว์ที่มนุษย์เรานำมาดูแล ตั้งแต่ การให้อาหาร ให้พักอาศัย รักษายามเจ็บป่วย และ การผสมพันธุ์ โดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้งาน หรือเป็นเพื่อน คนเราจึงมีความผูกพันกับสัตว์เลี้ยงด้วยความรักและการเป็นมิตรต่อกัน ส่วนการเลี้ยงสัตว์ หมายถึง การบำรุงสัตว์เลี้ยงให้เจริญเติบโต ด้วยการให้อาหาร ที่อยู่ รักษายามเจ็บป่วย เพื่อให้สัตว์มีความสมบูรณ์และเป็นปกติสุข เด็กๆจะได้รับประโยชน์จากสัตว์เลี้ยงหลากหลายประการคือ ได้ในเรื่องของความเพลิดเพลิน เป็นเพื่อนเล่นคลายเหงา ได้ความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติของสัตว์เลี้ยงชนิดนั้นๆ สัตว์เลี้ยงจึงเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับธรรมชาติที่ครูปฐมวัยนำมาจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ส่งเสริมพัฒนาการเด็กให้เกิดคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2546 การสอนเด็กๆในเรื่องของสัตว์เลี้ยง มีความสำคัญอย่างไร                           หน้าที่การสั่งสอนอบรมเด็กๆนั้นเป็นหน้าที่ของผู้ปกครอง พ่อแม่ ตลอดจนครูอาจารย์ภายในโรงเรียนหรือสถานศึกษาต่างๆ เพราะเด็กๆถือเป็นผู้เยาว์ที่มีความสำคัญต่อสังคม และเป็นอนาคตของชาติ การเตรียมความพร้อมในเรื่องความรู้รอบตัวต่อเด็กๆเป็นสิ่งสำคัญ การที่เราฝึกให้เด็กๆรู้จักว่า สัตว์เลี้ยงคืออะไร เป็นการปลูกฝังและพัฒนาจิตใจอันดีงาม สั่งสมความอ่อนโยนให้เด็กๆ รักธรรมชาติ แลรักสัตว์มากขึ้น ทำให้เขาเหล่านั้นเติบโตมาเป็นประชากรที่มีคุณภาพ การที่มีกระบวนการฝึกสมองตั้งแต่เยาว์วัย...

  การใช้งานของนาฬิกาโดยทั่วไป แน่นอนว่าหลายๆท่านคงทราบกันดีอยู่แล้วใช่มั้ยละคะว่า นาฬิกา มีไว้สำหรับบอกเวลา ตั้งเวลา ตั้งปลุก ผู้คนโดยส่วนใหญ่ มีชีวิตที่มีระบบระเบียบแบบแผนในชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยแต่ละท้องที่ แต่ละประเทศ มีช่วงเวลาที่แตกต่างกัน การจัดระเบียบเวลาในชีวิต จึงแตกต่างกันไปด้วย นาฬิกาที่ใช้สวมข้อมือ สามารถสะท้อนความมีรสนิยมที่ดีของผู้สวมใส่ อยู่ที่การเลือกยี่ห้อ หรือลวดลายที่ดูดีและเหมาะสม สไตล์ที่แตกต่าง  คุณภาพที่ต่างกันออกไป ส่วนฟังก์ชั่น ก็แบ่งแยกออกไปตามคุณภาพของนาฬิกาเช่นกัน ในบทความนี้ จะมาพูดถึง นาฬิกาอัจฉริยะ เป็นอย่างไรนั้น ตามไปดูกันค่ะ   True Kidz Watch นาฬิกาอัจฉริยะสำหรับเด็ก กันลูกหาย,ระบบสัมผัส,ใช้งานง่าย เครื่องแรกในประเทศไทย ปัญหาส่วนใหญ่ที่ทำให้ผู้ปกครองกังวลใจ คือความเป็นห่วงว่า ลูกหลานจะเป็นอย่างไรเมื่ออยู่ไกลตา ปัญหาการสูญหายของเด็กๆ ซึ่งในปัจจุบัน มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้น เครื่องมือชนิดนี้เรียกว่า นาฬิกาอัจฉริยะ ทรูเปิดตัวนาฬิกาอัจฉริยะสำหรับเด็ก “True Kidz Watch” ครั้งแรกในไทยกับหน้าจอสีแบบทัชสกรีนขนาด 1.22” TFT พร้อมกล้องถ่ายภาพที่ถ่ายได้จากตัวนาฬิกา เพื่อส่งไปยังมือถือของผู้ปกครองได้ทันทีหรือจะสั่งถ่ายภาพจากแอพพลิเคชั่นบนมือถือก็ได้ สามารถติดตามทุกการเคลื่อนไหวของลูกน้อย...

ในยุคสมัยนี้ นอกจากเสื้อผ้า ที่เราจะต้องตามแฟชั่นให้ทันแล้ว สิ่งที่เป็นอีก 1 ไอเท็มที่ขาดไม่ได้เลยก็คือหมวกค่ะ หมวกนั้นสำคัญอย่างไร นอกจากจะใส่เพื่อความสวยงามและเข้าชุดแล้วประโยชน์ของหมวกก็คือใช้ป้องกันในเรื่องของอากาศได้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นอากาศหนาว หรืออากาศร้อน ซึ่งในเมืองไทยเป็นเมืองที่มีอากาศร้อนเป็นส่วนใหญ่ แสงแดด ความร้อนของแดด อาจจะทำให้เด็กๆหรือลูกน้อยเจ็บป่วยไม่สบายเอาง่ายๆเลยนะคะ สิ่งที่จะช่วยป้องกันแสงแดดได้ดี ก็คือหมวกค่ะ เพราะศรีษะของเด็กเล็กๆนั้นบอบบางมาก เราจึงต้องหาวิธีป้องกันไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งในปัจจุบัน แฟชั่นก็มีให้เราเลือกได้หลากหลายค่ะ วันนี้จะพาไปทำความรู้จักกับหมวกของเด็กๆในหลายๆสไตล์ และความเหมาะสมในการเลือกใส่ตามกาลเทศะค่ะ 1.หมวกไหมพรม หมวกไหมพรม ควรสวมใส่ให้ลูกน้อยในช่วงเวลาที่อากาศหนาว มีทั้งรูปแบบธรรมดา และรูปสัตว์น่ารักๆ หูกระต่าย หูแมว ตามท้องตลาด ตามร้านขายของสำหรับเด็กทั่วไป ในปัจจุบันมีหลายรูปแบบ 2.หมวกแก๊ป เป็นอีกหนึ่งแฟชั่นที่นิยมมาทุกยุคสมัยเพราะหาซื้อได้ง่ายและสะดวกต่อการสวมใส่ให้ลูกน้อยทุกสถานการณ์ 3.หมวกสาวน้อยแบบมีระบาย หากนึกถึงนิทานอิสปในเรื่อง หนูน้อยหมวกแดง หรือ การ์ตูนในทีวีต่างๆ ส่วนใหญ่จะพบเจอหมวกรูปทรงแบบนี้เยอะมากเป็นพิเศษ ด้วยรูปแบบที่ดูน่ารัก เรียบง่าย ที่เด็กๆยิ่งใส่ ก็จะยิ่งดูน่ารัก 4. หมวกเบเล่ห์เด็ก หากคุณหรือลูกของคุณชื่นชอบในสไตล์วินเทจ หมวกทรงนี้จะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ด้วยสไตล์ที่ดูเก่าแบบคลาสสิค ยิ่งใส่ยิ่งดูน่ารัก และเท่ห์ไปอีกแบบค่ะ บทความนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแฟชั่นหมวกของเด็กๆเท่านั้นนะคะ...

สำหรับคนเป็นพ่อแม่ ในเรื่องทุกเรื่องของลูกคือสิ่งสำคัญทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเลือกซื้อเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับวัยให้ลูกนั้น เป็นสิ่งสำคัญที่คนเป็นพ่อแม่จะต้องเลือกหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกน้อย เสื้อผ้าเด็กๆในยุคปัจจุบัน มีให้เลือกมากมายหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นในแบบเด็กๆเล็กๆ หรือในส่วนของแฟชั่นที่เหมือนของผู้ใหญ่ ทีนี้เราจะมาดูกันว่าเราควรจะเลือกเสื้อผ้าแบบไหนให้ลูกน้อย เด็กวัยแรกเกิด             เสื้อผ้าของเด็กในวัยนี้ ควรจะมีเนื้อสัมผัสที่อ่อนละมุน ไม่ระคายเคืองผิว โปร่งสบาย และต้องเป็นผ้าที่ผลิตจากเส้นใยธรรมชาติ หรือผ้าคอตตอน เพราะด้วยผิวที่บอบบางและแพ้ง่ายของเด็กๆในวัยนี้ จึงต้องเลือกสรรเป็นพิเศษ เด็กในวัยหัดเดิน             เด็กๆในวัยนี้มักจะซุกซนเป็นพิเศษ มีความอยากรู้อยากเห็นอยากลอง เสื้อผ้าที่เหมาะสม ควรจะเป็นชุดที่ไม่รัดให้อึดอัดจนเกินไป เนื้อผ้าต้องนุ่มใส่สบายตัว เพื่อที่จะให้ทุกการสัมผัสคล่องตัว ไม่สะดุดในทุกกิจกรรม ตัวเสื้ออาจจะใส่เป็นผ้ายืด คู่กับกางเกงขายาวในแบบที่ไม่รัดจนเกินไป เด็กเล็กหรือวัยเตรียมอนุบาล             เด็กๆในวัยนี้ชอบเข้าสังคม เล่นกับเพื่อนๆ เริ่มใส่เสื้อผ้าเองได้แล้ว เสื้อผ้าที่เหมาะสมถ้าจะให้ดี ก็น่าจะเป็นเสื้อผ้าที่เป็นลวดลายการ์ตูนที่แบ่งแยกด้านหน้า และด้านหลังได้ชัดเจน หรือจะเป็นรูปเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่ต่างๆที่เด็กๆชอบ รูปแบบของเสื้อผ้าก็มีหลากหลาย เช่น ชุดเดรส เสื้อยืด เสื้อเชิ้ต กางเกงยีนส์เท่ห์ๆ หรือกระโปรงสวยๆ เด็กโต หรือวัยที่กำลังจะเข้าสู่วัยรุ่น             ในวัยนี้ค่อนข้างจะเริ่มเป็นตัวของตัวเองมากกว่าในวัยอื่น การเลือกเสื้อผ้านั้น เด็กๆส่วนใหญ่จะเป็นผู้เลือกในสไตล์ที่ตัวเองชื่นชอบ...

เด็กๆในวัยนี้มีพัฒนาการที่รวดเร็ว เริ่มคันเหงือก อยากจับสิ่งของ อยากเดิน อยากรู้อยากเห็นไปซะหมด พัฒนาการของเด็กๆในวัยนี้ โดยหลักๆก็ต่อยอดมาจากพัฒนาการเริ่มแรก แบ่งเป็น 3 ด้านด้วยกัน คือ ด้านประสาทสัมผัส ด้านกล้ามเนื้อ ด้านการเสริมสร้างสติปัญญา โดยของเล่นที่ช่วยกระตุ้นพัฒนาการนั้นมีหลายแบบด้วยกันค่ะ 1.พัฒนาการด้านประสาทสัมผัส                         ของเล่นที่สามารถนำมาให้เด็กๆได้เล่น เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการในด้านนี้ ต้องเป็นวัสดุที่มีผิวสัมผัสที่แตกต่างกันออกไป อาจจะมีผิวสัมผัสที่แตกต่างกัน เช่น แข็ง นุ่ม หยาบ ราบเรียบ เพื่อกระตุ้นให้เกิดทักษะในด้านประสาทสัมผัส ได้แก่ ยางกัด ของเล่นที่เอาไว้จับ หรือกัดได้ 2.พัฒนาการด้านเสริมสร้างกล้ามเนื้อ                         การพัฒนากล้ามเนื้อในส่วนนี้ คือส่วนของกล้ามเนื้อมัดเล็ก จะต้องเป็นของเล่นที่สามารถหยิบจับ ขว้าง โยนได้ เช่น ลูกบอลลูกเล็กๆนุ่มๆ การต่อบล็อกต่างๆที่มีรูปทรงแตกต่างกันออกไป มีสีสันสะดุดตา และมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ ของเล่นที่ทำให้เกิดเสียง ของเล่นเขย่ามือ เป็นต้น เพื่อฝึกทักษะในการหยิบจับ การใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก ซึ่งก็คือ...

การเลือกของเล่นเด็ก                 ของเล่น เป็นสิ่งที่สามารถช่วยส่งเสริมในเรื่องของพัฒนาการของเด็กแต่ละวัย ให้เด็กๆเติบโตได้อย่างสมวัย  ส่วนการจะเลือกของเล่นแบบใดนั้น ก่อนอื่นเราต้องดูความเหมาะสมและความพร้อมของเด็กๆว่าอยู่ในช่วงวัยใดบ้าง และการดูแลเอาใจใส่ การให้ความอบอุ่นแก่เด็กๆและลูกน้อยเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เหมือนกันนะคะ เพื่อให้พัฒนาการในช่วงวัยต่างๆนั้นเป็นไปอย่างสมบูรณ์     เด็กในวัยแรกเกิด  - 6 เดือน แรก พัฒนาการของเด็กๆในวัยนี้จะมีในเรื่องของ การฟัง การมองตาม การใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก การกระตุ้นเตรียมความพร้อมให้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ การกระตุ้นความคิด ดังนั้น ของเล่นที่เหมาะกับคุณหนูๆในช่วงวัยนี้ก็จะแบ่งแยกได้ดังนี้ค่ะ 1.กระตุ้นการมองเห็น                 เราสามารถหาของเล่นที่มีสีสันสวยงาม สะดุดตา และมีความปลอดภัยมาช่วยกระตุ้นการมองเห็นได้ เช่น รูปภาพต่างๆที่มีสีสันตัดกันอย่างชัดเจน โมบายลวดลายต่างๆ อาจจะเป็น สีขาว/ดำ เหลือง/แดง น้ำเงิน/ชมพู ให้ผู้ปกครองหรือคุณพ่อคุณแม่เป็นของเล่นให้ลูกได้ ด้วยการหยอกล้อ เล่นจ๊ะเอ๋ ส่ายหน้าไปมาช้าๆ เพื่อให้ลูกมองหาเราให้เจอ แบบนี้ก็ช่วยกระตุ้นพัฒนาการด้านการมองเห็นได้ค่ะ 2.กระตุ้นการฟัง สิ่งของที่มีเสียงดึงดูดความสนใจ เช่น ลูกแซก กระดิ่ง ของเล่นเขย่ามือ เพื่อให้เกิดเสียง กล่องดนตรี...

การเลี้ยงลูกแบบญี่ปุ่น โตไปมีคุณภาพ มีลูกควรอ่าน การเลี้ยงลูกแบบญี่ปุ่น เพราะเด็กญี่ปุ่นที่เราเห็นนั้น มักดูเก่งและมีความสามารถ ซึ่งการเลี้ยงดูหรือการใช้ชีวิตของเด็กญี่ปุ่นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย กว่าจะเก่งหรือโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่พัฒนาชาติให้เจริญได้ขนาดนี้ ญี่ปุ่น ประเทศเล็กๆ ซึ่งถือว่าเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยไม่ได้อยู่เป็นรองของหลายๆ ประเทศใหญ่ๆ เลย แต่ก็มีหลายคนที่คิดว่าเด็กญี่ปุ่นต้องมีความสุขสบายเพราะอยู่ในประเทศที่มีสังคมและการจัดการสังคมที่ดีแน่นอน!! แต่แท้จริงๆ แล้วคนญี่ปุ่นไม่นิยมฝึกให้เด็กญี่ปุ่นมีนิสัยที่สบายเกินไป เพราะเด็กที่สบายเกินไปอาจเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่รักสบายจนอาจมีผลเสียต่อการพัฒนาชาติ ซึ่งเทคนิคการเลี้ยงลูกสไตล์ญี่ปุ่นที่ทางแอดจะนำมาเสนอนี้ คุณชินอิจิโร่ อิคาริ คุณพ่อชาวญี่ปุ่นที่ปัจจุบันเป็นผู้จัดการฝ่ายโฆษณาและลิขสิทธิ์ สำนักพิมพ์อิจิมันเนนโด ประเทศญี่ปุ่น ผู้ผลิตหนังสือชุด Happy Advice ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจากพ่อแม่ชาวญี่ปุ่นจนทะลุยอดขาย 4 ล้านเล่ม ได้เผยถึงโจทย์การเลี้ยงลูกของพ่อแม่ชาวญี่ปุ่นในปัจจุบันให้ฟังว่า… ระยะหลังมานี้ ชาวญี่ปุ่นไม่ได้เน้นให้ลูกเรียนอย่างเดียว แต่จะสร้างเสริมคุณลักษณะหลายๆ ด้านเข้าไปด้วย ซึ่งจะเน้นความเป็นมนุษย์ทั้งในตนเองและในผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นการให้เกียรติ รู้จักคุณค่าของตัวเอง มีความเกรงอกเกรงใจ ซึ่งความมุ่งหวังนี้เพื่อสร้างลูกให้อยู่ในสังคมอย่างไม่สร้างปัญหาหรือทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน “การทำให้คนอื่นเดือดร้อนเป็นเรื่องไม่ดี ถ้าลูกแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมในที่สาธารณะจะเตือนลูกให้รู้ทันที” คุณอิคาริเผยถึงแนวการสอนที่สะท้อนให้เห็นว่าการสอนลูกให้คิดถึงส่วนรวมเป็นเรื่องที่พ่อแม่ชาวญี่ปุ่นให้ความสำคัญมาก ส่วนเรื่องระเบียบวินัยนั้น คุณพ่อชาวญี่ปุ่นท่านนี้บอกว่า จะไม่เข้มงวดมากเกินไป เพราะจะทำให้เด็กรู้สึกอึดอัด แต่จะยึดหลักความสมดุลโดยเน้นที่ตัวลูกเป็นหลัก เช่น ให้ลูกช่วยกันตั้งกฎกติกาขึ้นมาเอง ไม่ว่าจะดูโทรทัศน์หรือเล่นเกมว่าควรจะดู หรือเล่นกี่ชั่วโมงต่อวัน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม...