สาระเด็ก เพลงเด็ก แฟชั่นเด็ก

5 สาเหตุที่ทารกร้องไห้ เพื่อเป็นการบอกกับคุณว่า..?   การร้องไห้ของเด็กทารก ถือเป็นการสื่อสาร เพื่อบอกความต้องการของเค้าอย่างหนึ่ง เพราะเค้ายังไม่สามารถสื่อสารจากทางอื่น ๆ ได้ ทารกบางคนร้องไห้แค่ไม่นาน แต่เด็กบางคนก็ร้องเรื่อย ๆ นานเป็นเดือน        คุณพ่อคุณแม่มือใหม่หลายท่านคงยังไม่ชินกับการรับมือ เมื่อลูกน้อยร้องไห้บ่อย ๆ เพราะการที่เด็กทารกร้องไห้เกิดมาจากหลายสาเหตุ คุณแม่ควรสังเกตว่าที่ลูกร้องไห้นั้นเกิดจากอะไร? 1.หนูอยากให้แม่อุ้ม: เด็กทารกต้องการความใส่ใจตลอดเวลา ถ้าร้องไห้งอแงคุณแม่ลองโอบกอดและอุ้มกอดแน่น ๆ และร้องเพลงให้ฟังเพื่อปลอบโยน เด็ก ๆ จะสงบลงได้ค่ะ 2.ผ้าอ้อมแฉะ: เด็กทารกจะปัสสาวะบ่อยเนื่องจากกระเพาะอาหารยังเล็ก เมื่อกินนมเยอะก็ทำให้ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะเด็กที่กินนมแม่จะย่อยง่ายกว่าเด็กที่กินนมผสม ทำให้ช่วงเดือนแรกทารกอึหลายครั้งต่อวัน ดังนั้น ถ้าลูกร้องงอแงคุณแม่ต้องดูที่ผ้าอ้อมลูกด้วยว่าเปียกแฉะเกินไปหรือไม่ 3.หนูรู้สึกเจ็บปวดจังเลย: ลูกจะร้องเสียงแหลมสูงและดัง ถ้าเกิดจากอาการเจ็บปวด ทารกจะรู้สึกไม่สบายตัวคุณแม่ควรหาสาเหตุว่าเกิดจากอะไรเจ็บปวดตรงไหน ถ้าลูกร้องนาน ๆ ควรรีบปรึกษาแพทย์ภายในวันนั้นเลยค่ะ 4.อากาศร้อนหรือเย็นจังเลย: อากาศร้อน หรือ เย็นเกินไปก็ทำให้ทารกไม่สบายตัวและทำให้ร้องไห้งอแงได้ ดังนั้น ในตอนกลางวันที่อากาศร้อนควรสวมเสื้อผ้าที่โปร่งโล่งสบายให้ลูก อยู่ในที่ปลอดโปร่ง อากาศถ่ายเท ถ้าตอนกลางคืนนอนในห้องแอร์หรือที่ ๆ มีอากาศเย็นควรสวมเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวเพื่อให้ร่างกายลูกอบอุ่นอยู่เสมอค่ะ 5.หนูหิวแล้วนะ: เด็กทารกจะร้องเสียงดังเป็นจังหวะ...

วิธีการใช้แพมเพิสกับลูกน้อย สำหรับเด็กอายุ 1 เดือนที่กินนมแม่จะถ่ายบ่อยวันละ 10 รอบขึ้น แนะนำให้ใช้กระดาษทิชชู่แผ่นใหญ่ รองรับก่อนใส่แพมเพิส เพื่อการรองรับที่ดีและประหยัดค่าใช้จ่าย และใส่แพมเพิสตอนกลางคืน หรือเลือกใช้แพมเพิสหรือผ้าอ้อมสำเร็จรูปแบบราคาประหยัดแทนการรองรับ ด้วยกระดาษทิชชู่       เวลาเปลี่ยนแพมเพิสสำหรับเด็กเล็กที่ถ่ายบ่อย ควรทำความสะอาดลูกน้อยก่อนโดยใช้แผ่นทำความสะอาด (Baby wipe) ที่มีขายตามท้องตลาด หรืออาจใช้แผ่นสำลีชุปน้ำเปล่าต้มสุก เวลาเช็ด ให้เช็ดจากด้านหน้าไปด้านหลัง เพื่อป้องกันการติดเชื้อ แล้วซับให้แห้ง และควรเลือกขนาดของแพมเพิสให้พอดีกับ น้ำหนักตัวลูก แพมเพิสที่เล็กเกินไปจะบีบรัดร่างกายของลูก ทำให้เกิดรอยแดงรอบขอบขาหรือรอยแดงขอบเอวได้เมื่อลูกน้อยเริ่มโตขึ้น    ควรฝึกให้เด็กรู้จักการเข้าห้องน้ำเมื่ออายุได้ 2 ขวบ เพื่อการเริ่มต้นการขับถ่ายที่ถูกสุขลักษณะ ไม่ให้สวมใส่แพมเพิสอีกต่อไป หรืออาจจะมีบ้างในช่วงกลางคืนสำหรับการเริ่มต้นฝึกหัดนั่นเองค่ะ...

แป้งฝุ่นทาตัวเด็ก อาจเป็นสาเหตุของมะเร็ง-ภูมิแพ้ในเด็ก คุณแม่ยุคใหม่ปัจจุบันดูจะลดความสำคัญกับแป้งฝุ่นลงไป เพราะแพทย์ต่างก็ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า 'แป้งทาตัวเด็กส่วนใหญ่ไม่ปลอดภัยสำหรับเด็กทุกวัย' เนื่องจากแป้งทาตัวเด็กที่นิยมใช้กันอยู่ทั่วไปผลิตจากแร่หินชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ทัลค์ (Talc) หรือเรียกว่า แป้งทัลคัม (Talcum Powder) ผลิตโดยการนำหินทัลคัมมาโม่ให้ละเอียด อบให้แห้ง ฆ่าเชื้อและแยกสิ่งแปลกปลอมออก แม้จะยังไม่มีข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ที่แน่ชัดว่าทัลคัมมีคุณสมบัติเหมือน แอสเบสตอส (Asbestos) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งที่ไม่สามารถจัดจำพวกได้ก็ตาม แต่ภัยร้ายของทัลคัมคือ เมื่อสูดดมทัลคัมเข้าไปในปริมาณมาก มีผลต่อร่างกาย เช่น ปอด เพราะอาจทำให้เกิดอาการไอ หายใจติดขัด ระบบทางเดินหายใจติดขัดอย่างรุนแรง อาจเป็นสาเหตุหนึ่งของภูมิแพ้ เนื่องจากแป้งทัลคัมไม่สามารถย่อยสลายได้ และนักวิทยาศาสตร์พบว่า ผู้หญิงที่ใช้แป้งกับอวัยวะเพศเพื่อลดการอับชื้น มีอัตราเสี่ยงจากการจะเป็นมะเร็งรังไข่เพิ่มขึ้น โดยอาจเป็นไปได้ที่แป้งสามารถหลงเข้าไปในร่างกายผ่านช่องคลอด มดลูกและท่อนำไข่เข้าไปสู่ช่องท้อง แป้งฝุ่นทาตัวเด็ก อาจเป็นสาเหตุของมะเร็ง-ภูมิแพ้ในเด็ก คุณแม่ยุคใหม่ปัจจุบันดูจะลดความสำคัญกับแป้งฝุ่นลงไป เพราะแพทย์ต่างก็ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า 'แป้งทาตัวเด็กส่วนใหญ่ไม่ปลอดภัยสำหรับเด็กทุกวัย' ...

ควันบุหรี่มีผลต่อทารกในครรภ์อย่างไร     ควันบุหรี่ไม่ได้มีผลแต่เฉพาะทารกในครรภ์เท่านั้น แต่ควันบุหรี่มีผลถึงเชื้ออสุจิในตัวของคุณพ่อด้วย เพราะการสูบบุหรี่จะทำให้เชื้ออสุจิไม่แข็งแรง ทำให้โอกาสที่จะตั้งครรภ์ได้ก็ลดน้อยลง หรือหากคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีแต่ควันบุหรี่ สารนิโคตินที่อยู่ในควันบุหรี่จะเข้าไปสะสมในร่างกาย และทำให้ทารกในครรภ์พิการ หรือคลอดก่อนกำหนดได้     นอกจากนั้นมลภาวะอื่นๆ ที่ได้รับจากการเดินทางไปนอกบ้าน เช่น ควันรถจากท่อไอเสีย, ฝุ่นละอองต่างๆ คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ก็ควรจะหาทางป้องกันให้ดี หากเป็นไปได้ควรติดเครื่องฟอกอากาศในรถและหลีกเลี่ยงการเจอกับสภาวะมลพิษอื่นๆ หรือหากไม่สามารถติดเครื่องฟอกอากาศได้ให้ใช้ผ้าเช็ดหน้าชุบน้ำหมาดๆ แล้วปิดจมูกบ่อยๆ เมื่อต้องเดินทาง...

การให้รางวัลเมื่อลูกทำความดี เมื่อลูกทำความดี หรือทำผลงานได้เป็นที่น่าพอใจ คุณพ่อคุณแม่อย่าลืมชื่นชมหรือให้รางวัลเป็นการตอบแทนด้วยนะคะ เพราะลูกเองต้องการ การยอมรับในตัวเค้า ว่าเค้าสามารถทำได้ ดังนั้นคำชื่นชมยินดีหรือรางวัลก็เหมือนกับเป็นแรงจูงใจ   แต่การให้รางวัล ไม่ใช่การติดสินบนลูกนะคะ หลายครั้งที่คุณพ่อคุณแม่มักใช้รางวัล เป็นสิ่งล่อใจให้ลูกทำบางสิ่งบางอย่างให้ได้ หรือหยุดการกระทำที่ไม่ดี  เช่น ถ้าลูกทานข้าวหมดจาน คุณแม่จะซื้อการ์ตูนเรื่องใหม่ให้  ถ้าหยุดร้องไห้ จะพาไปซื้อขนม หรือ ถ้าลูกสอบได้ที่ 1 จะได้จักรยานคันใหม่ เป็นต้น การให้รางวัล ไม่ควรให้พร่ำเพรื่อ และไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของเงินทองเสมอไป อาจเป็นการชมเชยด้วยวาจาก็ได้ ควรให้รางวัลเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม และตามความเหมาะสม ทุกครั้งที่ให้ ควรบอกเหตุผลว่า เพราะอะไรลูกจึงสมควรได้รับรางวัลนี้ เพื่อรางวัลนั้นจะเป็นรางวัลที่มีคุณค่า และศักดิ์สิทธิ์ คู่ควรกับคนที่เหมาะสมเช่นกัน เช่น เมื่อลูกช่วยพยุงเพื่อนที่สะดุดล้มลงบาดเจ็บในสนามเด็กเล่นลุกขึ้นยืนไม่ไหว คุณพ่อคุณแม่ควรให้รางวัลโดยการชมเชยและยกย่องในสิ่งที่ลูกทำ ซึ่งลูกก็จะภูมิใจในตัวเอง และเรียนรู้ที่จะทำดีต่อไป การยอมรับของพ่อแม่จะช่วยให้ลูกเกิดความภาคภูมิใจในตัวเอง ทำให้เค้าสามารถทำเรื่องอื่นๆได้ดีด้วยเช่นกัน ...

เมื่อลูกติดหมอน ติดผ้าอ้อม ติดตุ๊กตา ลูกน้อยของคุณพ่อคุณแม่มีอาการเหล่านี้หรือเปล่าคะ ติดหมอนใบโปรดของเค้า ติดตุ๊กตา หรือ ติดผ้าอ้อม เวลานอนต้องเอามานอนกอดด้วยทุกครั้ง ถ้าไม่มี ก็จะนอนไม่ได้ นอนไม่หลับ ร้องไห้งอแง และมักจะนำของเหล่านี้แบบที่ว่าไปไหนเอาไปด้วย ไม่ยอมวาง จนส่งกลิ่นเหม็นมาก สกปรกแล้วก็ยังไม่ยอมให้เอาไปซัก ทำความสะอาด  แถมบางคนยังดูดด้วย จะเอาไปซักก็ไม่ได้ หากกลิ่นไม่เหมือนเดิมก็พาลร้องไห้งอแง แถมอาการติดของพวกนี้ส่วนมากจะติดเป็นเวลายาวนานจนถึงเข้าโรงเรียนเลย บางคนก็เอาหมอนเน่า ตุ๊กตาเน่า หรือผ้าเน่าไปโรงเรียนด้วย เพราะอะไรถึงทำให้ ลูกชอบติดสิ่งของ เด็กได้ค้นพบว่าวัตถุบางอย่างช่วยให้เขารู้สึกมั่นคงปลอดภัย โดยเขาเริ่มเรียนรู้เรื่องความผูกพันเป็นครั้งแรกจากบางสิ่งบางอย่างที่ใกล้มือ เช่น ผ้าห่ม ผ้าอ้อม หมอน ตุ๊กตา ของเล่นบางอย่าง หรือแม้กระทั่งนิ้วหัวแม่มือของตัวเอง เพราะการที่ลูกติดสิ่งของ ยังเป็นเหมือนหลักประกันให้เด็กๆ รู้สึกปลอดภัย หากมีสิ่งของเหล่านี้อยู่ใกล้ จะทำให้เค้ามั่นใจ  คล้ายกับที่พวกเขาเคยรู้สึกและได้รับจากพ่อแม่ เพราะพื้นผิวที่นุ่มนวล หรือกลิ่นที่คุ้นเคยทำให้ลูกรู้สึกดี และรู้สึกคล้ายกับเวลาที่ถูกกอดและจูบจากพ่อแม่นั่นเอง      ...

ลูกอมข้าว ปัญหาปวดหัวของพ่อ-แม่แต่แก้ไม่ยาก เมื่อเด็กเริ่มเข้าสู่วัยเตาะแตะ ประมาณ 2 ขวบ ขึ้นไป หลายคนมักจะมีอาการอมข้าวนะคะ การที่ลูกอมข้าวนั้น ถือเป็นปัญหาหนักใจของคุณพ่อคุณแม่ มาดูสาเหตุที่ทำให้ลูกอมข้าวกันดีกว่าค่ะ 1. ลูกอมข้าว เพราะกินจุบจิบ  เกิดจากการที่เขารู้สึกอิ่มจากขนม หรืออาหารระหว่างมื้อที่คุณเองมักจะป้อนให้เขากิน เขาจึงกินได้ทั้งวัน เลยรู้สึกอิ่มตลอดเวลา เมื่อถึงเวลามื้ออาหารจริงๆ เขาจึงอมข้าว 2. ลูกอมข้าว เพราะมีสิ่งเร้ารอบกายที่น่าสนใจ   เด็กในช่วงวัย 2 ขวบขึ้นไป มักจะเริ่มสนใจสิ่งรอบตัวมากขึ้น ห่วงการเล่นมากกว่าการกิน จึงลืมความหิวเมื่อถึงเวลามื้ออาหาร 3. ลูกอมข้าว เพราะมีปัญหาภายในช่องปาก การที่ลูกน้อยเป็นร้อนใน แผลที่มุมปาก ปวดฟัน หรือเจ็บ อาจจะทำให้เขารู้สึกเจ็บจนไม่อยากเคี้ยว หรือกลืนได้เหมือนกันค่ะ วิธีง่ายๆ ในการแก้ปัญหาลูกอมข้าว 1. ปรุงอาหารให้มีความหลากหลาย จัดตกแต่งให้ดูน่าทาน อาจใช้จาน ชาม ช้อน ส้อม ที่เป็นรูปการ์ตูนตัวโปรดของเขาก็ได้ค่ะ 2. จัดบรรยากาศการกินอาหารให้น่าสนุก เพื่อดึงความสนใจจากของเล่นต่างๆ และคุณพ่อกับคุณแม่ก็กินไปพร้อมๆ...

5 วิธีกระตุ้นพัฒนาการ ฝึกลูกพลิกคว่ำ พลิกหงาย การพลิกคว่ำพลิกหงายเป็นอีกพัฒนาการสำคัญของทารก เมื่อเบบี๋พลิกตัวได้เอง เขาจึงจะยันตัวขึ้นนั่งและการคลานได้ในขั้นต่อๆ ไป ดังนั้น เรามา ฝึกลูกพลิกคว่ำ พลิกหงายกันค่ะ ส่วนการพลิกตัวจากคว่ำมาหงาย ลูกจะทำได้เมื่ออายุราว 5 เดือน เพราะจำเป็นต้องใช้การประสานงานและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมากขึ้น พอลูกทำได้อย่างนั้น ลูกจะรู้ว่าการพลิกหรือกลิ้งตัวเป็นวิธีทำให้เคลื่อนที่เร็วขึ้นและชอบทำบ่อยขึ้น ทารกที่พลิกคว่ำพลิกหงายได้เอง กล้ามเนื้อหลังและแขนต้องแข็งแรงพอ เมื่อเขาพลิกตัวไปมาได้เพราะแขนและกล้ามเนื้อหลังแข็งแรงพอ เขาจึงจะยันตัวขึ้นนั่งและการคลานได้ในขั้นต่อๆ ไป ดังนั้น ถ้าลูกไม่พลิกคว่ำพลิกหงาย เขาก็จะไม่นั่งไม่คลาน!! 1  ฝึกลูกพลิกคว่ำ โดยเอาของเล่นมาล่อให้ลูกพยายามเอื้อมหยิบ แล้วช่วยจับแขนหรือขาไขว้ไปด้านข้าง การกลิ้งตัวลูกเล่นหรือโยกตัวลูกไปมาโดยจับที่แขนหรือขาลูก จะช่วยให้เขารับรู้ความรู้สึกที่ใกล้เคียงกับการพลิกคว่ำ 2  จับลูกนอนคว่ำบนพื้น โดยให้ลงน้ำหนักที่แขนวางม้วนผ้าเล็กๆ ไว้ใต้หน้าอกเพื่อช่วยหนุนให้ลูกแอ่นหน้าอกขึ้นได้ แล้วหาของเล่นมาเขย่าหรือล่อให้ลูกพยายามเอื้อมหยิบ หรือหากไม่ยอมนอนคว่ำเอง อาจให้นอนคว่ำบนตัวผู้ใหญ่ ลูกจะได้พยายามยกคอขึ้นเพื่อสบตาหรือคุยเล่นด้วย หรือกระตุ้นให้ลูกยกคอโดยลูบเบาๆ ที่คอและหลัง 3  เปลี่ยนตำแหน่งที่ใช้แขวนโมบายหรือของเล่น ให้ลูกฝึกหันคอเพื่อมองหา หรือเปลี่ยนตำแหน่งการนอน ให้ลูกได้มีทัศนวิสัยที่แตกต่างกันไปบ้าง 4  ฝึกลูกนั่ง โดยให้ลูกนั่งเล่นของเล่นที่อยู่ในถาดของเก้าอี้แบบมีที่กั้น ใช้หมอนหรือม้วนผ้าช่วยพยุงตัวให้นั่ง หรือให้นั่งบนตักของผู้ใหญ่แล้วเอาของเล่นมาล่อ และฝึกให้มองตามของเล่นในทุกทิศทาง 5  ฝึกลูกคลาน โดยวางม้วนผ้าไว้ใต้ท้อง เพื่อให้ลูกงอสะโพกและขาเพื่อคลาน...

4 อย่างควรรู้ ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อรองเท้าเด็ก พ่อแม่หลายคนอาจจะเคยคิดถึงปัญหานี้ ว่าหากซื้อรองเท้าเด็กมาแล้ว เค้าจะยอมใส่มั้ย? เค้าใส่แล้วจะสบายหรือเปล่า? กัดเท้าหรือเปล่า? หรือแม้กระทั่งราคาที่จ่ายไปคุ้มค่าหรือเปล่า? เพราะหลายครอบครัวเลือกที่จะซื้อรองเท้าแบบไม่มีแบรนด์ ซึ่งคิดว่า ก็คงใส่ได้เหมือนกัน บางคนชอบรองเท้าราคาขายส่ง ซึ่งมีการ copy มาจากแบรนด์ดัง แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่เราจะพูดกันในวันนี้ สิ่งที่จำเป็นจริงๆ ก็คงมีแค่สี่หัวข้อหลักด้านล่าง การซื้อหรือเลือกรองเท้าเด็กเล็ก ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าหัดเดิน รองเท้าผ้าใบ รองเท้าแฟชั่น หรือ รองเท้านักเรียน จะซื้อจากที่ไหนก็ตามเช่น รองเท้านำเข้า หรือที่มีอยู่แล้วในประเทศไทย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดูให้ดี และใช้เวลาในการเลือกค่อนข้างนาน เพราะบางทีเด็กเล็กนั้น เค้าไม่สามารถบอกได้ว่า ใส่แล้วสบาย พอดีหรือไม่พอดี ความชอบของเด็กนั้นบางทีก็ไม่ได้แสดงออกอย่างเด่นชัด ซึ่งต้องเป็นการทดลองซื้อมาใช้และดูอาการของเด็กเท่านั้น วัดขนาดเท้าของเด็กซะก่อน2 รองเท้าหุ้มส้น ตรงหลังเท้าควรแค่แตะกับตัวรองเท้า แต่ไม่ควรให้รัดมากจนเกินไป3 เมื่อลอง หัวแม่โป้งเท้าของเด็ก ควรห่างจากผนังปลายสุดประมาณ ½ นิ้ว4 การเลือกซื้อไม่ควรซื้อเผื่อเท้าใหญ่มากจนเกินไป และไม่ควรเกิน...

วิธีแก้พฤติกรรมดูดนิ้วในเด็กวัย 3+ สังเกตว่าเด็กวัย 1-3 ปี มักจะมีปัญหาพฤติกรรมชอบดูดนิ้ว ความจริงก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเมื่อโตขึ้นเด็กก็จะหยุดไปเอง หากช่วงที่ติดนี้กลับสร้างปัญหามากมาย เช่น นิ้วลูกจะเป็นเนื้อปูด แล้วฟันก็จะเหยิน และยิ่งจะมีผลต่อขากรรไกร รวมถึงการออกเสียงอีกด้วย ซึ่งพ่อแม่ต้องมีวิธีจัดการกันหน่อยแล้ว วันที่ 1 ตั้งเงื่อนไขว่าถ้าลูกไม่ดูดนิ้ว 5 นาทีได้ แล้วแม่จะให้รางวัลเป็นสติกเกอร์ความดี หรือตุ๊กตาตัวจิ๋ว (โดยให้เงื่อนไขเวลาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ) วันที่ 2  พาเด็กไปนั่งหน้ากระจกตอนกำลังดูดนิ้วอย่างเมามัน พร้อมชี้ชวนให้ลูกดูว่าการดูดนิ้วไม่น่าดูเลย และไม่มีใครเขาทำกัน วันที่ 3 เล่านิทานที่แม่แต่งเองให้ลูกฟังอย่างเช่น เรื่องพี่นิ้วโป้งและผองเพื่อน บอกว่าพี่นิ้วโป้งเป็นเพื่อนหนู ดูดนิ้วทำให้พี่นิ้วโป้งเจ็บ แค่นี้ลูกก็ไม่อยากทำร้ายพี่นิ้วโป้งแล้วล่ะ วันที่ 4 ทำ Finger Food อาหารอร่อยๆ ให้เด็กกัดๆ แทะๆ แทนการดูดนิ้วที่ไม่อร่อยเอาเสียเลย วันที่ 5 ใส่ถุงมือให้เด็ก หรือพันนิ้วเวลานอน (ถุงมือเลือกแบบมีลายที่ลูกชอบ) วันที่ 6 ให้ลูกมีส่วนร่วมในกิจกรรมทุกอย่างที่ต้องใช้มือ เช่น ถือช้อน หยิบจับของช่วยแม่ ฯลฯ    ...