สาระเด็ก เพลงเด็ก แฟชั่นเด็ก

ลูกสะดือจุ่น + โป่ง อันตรายหรือไม่? ลูกสะดือจุ่น เพราะอะไร ผิดปกติหรือไม่ ในทางธรรมชาติแล้ว รกของเด็กที่อยู่ในครรภ์จะเชื่อมต่อกับสายสะดือของแม่ เป็นส่วนที่เด็กจะสามารถได้รับสารอาหารที่แม่กินเข้าไปเมื่อเด็กคลอดออกมา แพทย์จะทำการตัดสายสะดือของเด็กและมัดเอาไว้ สายสะดือส่วนนี้ที่ถูกตัด จะสามารถแห้งไปได้เองตามธรรมชาติ ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาหลายอาทิตย์หรือเป็นเดือน แล้วแต่ร่างกายของแต่ละคน ส่วนของสะดือนี้  จะยังคงยื่นออกมาในช่วงแรกๆ ของการคลอดดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายจึงมั่นใจได้ว่า เป็นเรื่องปกติและมันจะยุบบุ๋มกลับลงไปในที่สุด ลักษณะอาการ สะดือจุ่น  อาการ สะดือจุ่น หรือทางการแพทย์เรียกว่า ไส้เลื่อนที่สะดือ (Umbilical hernia) อาการนี้มักพบตั้งแต่แรกเกิดถ้า ซึ่งในทารกที่คลอดก่อนกำหนดจะมีโอกาสพบมากขึ้น เพราะเมื่อทารกคลอดออกมาแล้ว ผนังหน้าท้องตรงสะดือจะปิดไปตั้งแต่ชั้นของผิวหนัง ชั้นของกล้ามเนื้อ และมีชั้นของพังผืดเข้ามาปกคลุม ถ้าหากผนังหน้าท้องส่วนที่อยู่ใต้ชั้นของผิวหนังปิดไม่สนิทแล้ว บางส่วนของลำไส้ก็จะเคลื่อนตัวออกมาอยู่ใต้สะดือและดันจนสะดือโป่งได้ โรคไส้เลื่อนที่สะดือ โรคไส้เลื่อน หรือ Hernia คือโรคที่อวัยวะภายใน (บางส่วน) เกิดการเคลื่อนตัวออกจากตำแหน่งที่อยู่เดิม ผ่านรูหรือดันตัวผ่านบริเวณกล้ามเนื้อหรือพังผืดที่เกิดความหย่อนยานสูญเสียความแข็งแรง ไปอยู่ยังอีกตำแหน่งหนึ่งและมักปรากฏเป็นก้อนตุงออกมา โดยส่วนที่เคลื่อนตัวออกไปจะยังคงถูกห่อหุ้มด้วยเยื่อหุ้มเดิมของมัน อวัยวะที่เกิดไส้เลื่อนได้บ่อยคือ ลำไส้เล็ก1 คำว่า Hernia มาจากภาษาลาตินแปลว่า Rupture (แตก) ทั้งนี้โรคไส้เลื่อนแบ่งออกได้เป็นหลายชนิดตามตำแหน่งที่อวัยวะเคลื่อนไปอยู่และตามสาเหตุการเกิด การรักษาส่วนใหญ่ต้องอาศัยการผ่าตัด2 ไส้เลื่อนแต่ละชนิดจะพบได้ในเพศและวัยที่แตกต่างกันไป...

ห่อตัวลูก อย่างไร? ให้ถูกวิธี อบอุ่น และปลอดภัย การ ห่อตัวลูก เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่พ่อแม่มือใหม่ควรรู้ เพราะผ้าห่อตัวจะช่วยให้ลูกน้อยรู้สึกอบอุ่นคล้ายยังอยู่ในท้องแม่ที่คุ้นเคย อีกทั้งยังเป็นเสมือนการปลอบโยนและช่วยกล่อมให้ลูกหลับได้ในคราวเดียวกัน ทำไมต้อง ห่อตัวลูก เชื่อว่ามีคุณพ่อคุณแม่มือใหม่หลายคน ต้องเคยสงสัยว่า… ทำไมต้องใช้ผ้าห่อตัวเด็กด้วย ซึ่งเหตุผลของการห่อตัวเด็กก็เพราะตลอดระยะเวลา 9 เดือนที่ลูกอยู่ในท้องโดยได้รับการปกป้องดูแลอย่างดีภายในร่างกายของคุณแม่ พร้อมมีการพัฒนาและเจริญเติบโต ลอยตัวอยู่ในถุงน้ำคร่ำ ซึ่งอุณหภูมิในนั้นจะอุ่นๆ ทำให้ลูกน้อยรู้สึกสบายและปลอดภัย  เมื่อคลอดออกมาสู่โลกภายนอก ลูกน้อยจะยังไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาวะแวดล้อมและอุณหภูมิที่เปลี่ยนไปได้ ทำให้เกิดความระแวงหรือหวาดกลัว โดยแสดงออกด้วยการร้องไห้ การห่อตัว สามารถช่วยกระชับแขนขาของลูกน้อยให้แนบแน่นกับลำตัวไม่เคว้งคว้างจะทำให้ลูกรู้สึกเสมือนว่ากำลังนอนคู้ตัวอยู่ในครรภ์ ช่วยลดอาการสะดุ้งตกใจ (จากเสียงดังรอบข้าง) ซึ่งการห่อตัวยังช่วยลูกเกิดความอบอุ่น ทั้งยังรักษาอุณหภูมิในร่างกายของลูก ทำให้ลูกน้อยรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยเหมือนตอนที่อยู่ในท้องแม่นั้นเอง ประโยชน์ของผ้าห่อตัวทารก ผ้าห่อตัวสามารถช่วยกระชับแขนขาของทารกให้แนบแน่นกับลำตัวไม่ให้เคว้งคว้างทำให้ทารกรู้สึกเสมือนว่ากำลังนอนคู้ตัวอยู่ในท้องแม่ ช่วยลดอาการสะดุ้งตกใจจากเสียงดังรอบข้าง ช่วยให้เกิดความอบอุ่น รักษาอุณหภูมิของร่างกายทารก ทำให้ไม่รู้สึกหนาวเย็น ช่วยพยุงตัวทารก เนื่องจากเด็กแรกเกิดตัวยังอ่อน คอยังไม่แข็งทำให้อุ้มยาก การห่อตัวจะช่วยเพิ่มแรงพยุงและอุ้มง่ายขึ้น เวลาจะเปลี่ยนให้อีกคนอุ้มก็จะง่ายขึ้นด้วย ช่วยเรื่องการพัฒนาระบบประสาทโดยเฉพาะเด็กเล็กคลอดก่อนกำหนด หรือเด็กที่มีน้ำหนักตัวน้อยมากๆ การห่อตัวจะช่วยลดปฏิกิริยาที่ไวมากต่อการกระตุ้นจากการถูกสัมผัสครั้งแรก ช่วยให้เด็กปรับตัวกับการถูกสัมผัสได้ดีขึ้น เพราะเหตุใดการห่อตัวทารกแรกคลอดอาจเสี่ยงต่อโรคไหลตาย ?...

ไขข้อข้องใจแม่! ทำไม ลูกชอบนอนลืมตา ทั้งๆที่หลับอยู่ ทีมงานเชื่อว่า จะต้องมีคุณพ่อคุณแม่บางท่านที่กำลังสงสัยว่าทำไมหนอ ลูกนอนลืมตา ทั้ง ๆ ที่ก็ยังหลับ แถมหลับสนิทอีกเสียด้วย อาการแบบนี้ เป็นอาการปกติของทารกแรกเกิด หรือว่าปกติ แล้วมีอะไรน่าห่วงหรือไม่นั้น เราไปค้นหาคำตอบนี้พร้อม ๆ กันเลยค่ะ กรรมพันธุ์ – หากคุณพ่อคุณแม่พบว่า ลูกนอนหลับแล้วลืมตาอย่างที่กล่าวไปนั้น ให้คุณพ่อคุณแม่ต้องมาพูดคุยกันเองก่อนค่ะว่า ครอบครัวของคุณพ่อคุณแม่นั้น มีใครหรือไม่ในครอบครัวที่ชอบนอนลืมตา ทั้ง ๆ ที่หลับหรือไม่ ถ้ามีละก็ … แสดงว่า ที่ลูกเป็นนั้นมาจากกรรมพันธุ์ของสมาชิกในครอบครัวนั่นเอง เหตุผลทางการแพทย์ – ถึงแม้ว่าสาเหตุนี้จะยังไม่พบได้บ่อยนัก แต่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ ลูกนอนลืมตา  สำหรับทางการแพทย์นั้นกล่าวว่า สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเกิดจาก ความผิดปกติของกล้ามเนื้อลูก รวมถึงเส้นประสาทบนใบหน้า หรือไทรอยด์ เป็นต้น หากว่าเป็นเช่นนั้นละก็ แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่รีบพาลูกน้อยไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจอย่างละเอียดทันที กรรมพันธุ์...

ลูกดูดนมแม่ไม่ได้ ปัญหาใหญ่ของทารกป่วย/คลอดก่อนกำหนด สำหรับทารกที่ป่วย และคลอดก่อนกำหนด จะไม่แข็งแรงและมีแรงมากพอในการดูดนมแม่จากเต้า ทำให้ ลูกดูดนมแม่ไม่ได้ ยิ่งมีความจำเป็นอย่างมากในการได้รับน้ำนมที่เพียงพอ ดังนั้นการบีบนม จึงเป็นวิธีที่จำเป็นที่จะทำให้ลูกน้อยได้รับน้ำนมที่เพียงพอ สำหรับคุณแม่ที่ลูกน้อยคลอดก่อนกำหนด หรือมีอาการเจ็บป่วย มักจะมีความเครียด และกังวลว่าลูกน้อยจะไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอจากนมแม่ คุณแม่ที่คลอดลูกแบบธรรมชาติ ควรบีบนมภายใน 1 ชั่วโมงหลังคลอด คุณแม่ที่ที่คลอดลูกแบบผ่าคลอด ควรบีบนมภายใน 4 ชั่วโมงหลังคลอด ในทุกๆ ครั้งที่คุณแม่บีบนม คุณแม่กำลังผลิตวัคซีนป้องกันโรคใหม่ๆ ให้ลูกน้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทรงพลังในการช่วยป้องกัน รักษาอาการเจ็บป่วย เสริมสร้างพัฒนาการ และสมองของลูกน้อยให้แข็งแรง ประโยชน์ของการบีบนมแม่ด้วยมือ 1.เพื่อให้คุณแม่รู้สึกสบาย ลดอาการเจ็บปวดจากการคัดเต้านม ท่อน้ำนมอุดตัน 2.กระตุ้นให้ลูกได้รับน้ำนมจากแม่ กระตุ้นให้ลูกอยากดูดมากขึ้น น้ำนมเข้าปากลูกโดยตรงเมื่อไม่มีแรงดูด 3.ทำให้ลูกสามารถอมหัวนมได้ดี กระตุ้นการสร้างน้ำนมมากขึ้น ทำให้ลูกที่ไม่มีแรงดูดได้รับน้ำนมมากขึ้น 4.การบีบนมด้วยมือเสี่ยงการติดเชื้อน้อยกว่า ป้องกันหัวนมเป็นแผล เตรียมตัวก่อนบีบเอาน้ำนม 1.ล้างมือด้วยสบู่ และน้ำสะอาด 2.นวดเต้านมเป็นระยะๆ ระหว่างการบีบ 3.เตรียมภาชนะที่สะอาดเอาไว้ใช้เก็บน้ำนม วิธีนวดกระตุ้นก่อนการบีบเอาน้ำนม ลูกดูดนมแม่ไม่ได้, ทารกป่วย, คลอดก่อนกำหนด, ไม่แข็งแรง, ไม่มีแรง, amarinbabyandkids 1.นวดเต้านมเป็นวงกลมไปรอบๆเริ่มจากบริเวณขอบนอกของเต้านมมายังบริเวณหัวนมนาน 3-5 นาที 2.คลึงหัวนมเบาๆ อาจประคบเต้านมด้วยน้ำอุ่น 3.กดเต้านมบริเวณท่อต่อมน้ำนม ซึ่งอยู่บริเวณขอบนอกลานนม...

7 ท่าโยคะ หลังลูกหย่านม ช่วยเต้านมแม่หายเหี่ยวกลับมาเต่งตึงอีกครั้ง   ท่าโยคะ หลังลูกหย่านม ช่วยเต้านมแม่หายเหี่ยว ได้จริงหรือ? หลังจากที่ลูกกินนมแม่มาได้ 6 เดือน ถึง 1 ขวบ (หรือมากกว่านี้ยิ่งดี) ก็เริ่มจะมีคุณแม่หลายคนกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาให้ลูกหย่านมแม่ แล้วเตรียมลูกให้พร้อมในทักษะด้านอื่นๆ ที่สำคัญกับช่วงวัยของลูกต่อไป แต่ระหว่างที่ลูกเริ่มถอยห่างจะเต้านมแม่ได้แล้ว ก็เป็นช่วงเวลาที่คุณแม่จะกลับมาฟิตสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะได้มีแรงพลังในการดูแลลูกในทุกๆ วัน จากหุ่นที่ยังอวบอั๋น พุงที่หน้าท้องก็ยังไม่กระชับ ส่วนหน้าอกเต้านมทั้งสองข้างก็ยังเหี่ยว หย่อนๆ ยานๆ ไม่กระชับเต่งตึงสักเท่าไหร่ เวลาใส่เสื้อผ้าก็ดูไม่สวยไม่งามเหมือนกับคนอื่นเขา เอาล่ะค่ะ ได้เวลาที่แม่หลังหย่านมลูก จะเรียกคืนหุ่นที่ฟิตแอนด์เฟิร์มอีกครั้ง ยิ่งโดยเฉพาะตรงหน้าอกหน้าใจ ที่ต้องเรียกความมั่นใจ ให้สามีได้ตะลึง และเรียกที่รักจ๋ากันทุกคืน แม่ๆ อย่ารอช้า เพราะโยคะเฉพาะท่า ช่วยคุณแม่ได้ค่ะ ประโยชน์ของโยคะ คือ ช่วยให้เลือดลมภายในร่างกายไหลเวียนไปเลี้ยงอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ดีมากขึ้น โยคะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับข้อพับ ข้อต่อ ข้อเอ็นของร่างกายให้แข็งแรงมากขึ้น โยคะช่วยให้ผิวหนัง รูปร่าง อวัยวะภายนอกอย่างสะโพก...

เลี้ยงลูกสาว โตขึ้นทุกวัน พ่อแม่ต้องปรับวิธีเลี้ยงดูอย่างไรให้ทันสมัย? เลี้ยงลูกสาว ที่เผลอแปบเดียว ลูกสาวของเราไม่ใช่สาวน้อยแล้ว  เริ่มจะโตขึ้น และมีสิ่งต่างๆ ในร่างกายเปลี่ยนแปลงไปมาก  หากคุณพ่อคุณแม่ไม่รีบดูแลตั้งแต่วันนี้ ก็อาจทำให้พัฒนาการทางร่างกายบางอย่างเป็นไปไม่ตามวัยได้  มาดูกันค่ะ การเลี้ยงลูกผู้หญิง ให้มีผิวพรรณเปล่งปลั่ง ลูกควรดื่มน้ำให้เพียงพอ ส่วนใหญ่เรามักจะดื่มน้ำตามคำแนะนำที่ว่าควรดื่มให้ได้วันละ 7-8 แก้ว ซึ่งน้ำในที่นี้คือน้ำดื่มและน้ำจากอาหาร ผักและผลไม้ที่เรากินทั้งวัน แต่เพราะคนเรามีน้ำหนักตัวไม่เท่ากัน หากอยากรู้แน่ๆ ว่าวันๆ หนึ่งลูกควรดื่มน้ำเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสมกับร่างกายของเขา อาจลองคำนวณจากสูตรนี้ก็ได้ค่ะ องค์การอนามัยโลกกำหนดสูตรคำนวณปริมาณน้ำดื่มที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัวของแต่ละคนในแต่ละวันดังนี้ ดื่มน้ำให้เพียงพอ การขาดน้ำมีส่วนทำให้ผิวพรรณไม่เปล่งปลั่งผ่องใส และยังทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานไม่ดี ลูกจะกินอาหารได้ไม่มากเท่าที่ควร การดื่มน้ำจะช่วยให้ระบบการย่อยและระบบภูมิต้านทานทำงานได้ดี การขับถ่ายก็จะดี และน้ำหนักตัวจะคงที่ด้วย นอนหลับพอเพียง วัย 7 – 12 ปี ควรนอนอย่างต่ำวันละ 8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนเต็มที่พร้อมทำกิจกรรมทั้งวัน การจำกัดเวลาเล่นเกม ใช้คอมพิวเตอร์หรือทำกิจกรรมต่างๆ ของลูก เป็นวิธีทำให้ลูกเข้านอนตรงเวลาโดยไม่ต้องเตือนกันซ้ำๆ จนวัยรุ่นเบื่อและพาลไม่ทำ กินข้าวเช้าเป็นประจำ สาวน้อยมักกลัวอ้วน เลยไม่ยอมกินข้าวเช้า...

ลูกโตที่เล่น “ไม่เป็น” ทำอย่างไรดี หากสังเกตพบว่าลูกมีปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวัน แต่ยังไม่มาก เช่น เริ่มปรับตัวกับเรื่องต่างๆ ได้ยาก เคร่งเครียดโดยไม่มีวิธีผ่อนคลายให้ตัวเอง อาจหาโอกาสและจังหวะพูดคุย สอบถามความรู้สึกในใจลูกแล้วให้คำปรึกษา นอกจากนี้คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้การเล่นที่ช่วยเพิ่มทักษะสังคมเข้ามาช่วยได้ เช่น ชวนเล่นเกมล้อมวงกันในบ้านก่อน เพื่อให้เรียนรู้กติกามารยาท แล้วค่อยลองให้เขาได้เล่นกับญาติๆ หรือเพื่อนพี่ เพื่อนน้อง ที่ลูกสนิทหรือคุ้นเคยที่จะช่วยบอกและสอนให้เขาเรียนรู้วิธีการเล่นเป็นกลุ่มได้มากขึ้น  หรือการพูดคุยหยอกล้อเล่นกับลูกบ้างและควรแบ่งเวลาให้กับลูกได้สนุกกับการเรียนรู้ต่างๆด้วย Homeสวัสดีครับ พี่น้องชาวไทย ร้านโน๊ตบุ๊คทูเดย์ ยินดีต้อนรับ วันนี้มีโน้ตบุ๊คมือสองที่คัดมาแล้วทุกตัวเน้นเ...

พ่อแม่ต้องไม่ละเลย! เมื่อลูกเลือกคบเพื่อน แม้ลูกจะเริ่มโตเป็นหนุ่มเป็นสาว รับผิดชอบตัวเองได้หลายเรื่องแล้ว แต่เรื่องเพื่อน เด็กวัยนี้มักหาความพอดีได้ยาก ยิ่งลูกมีเพื่อนมากขึ้น นิสัยก็แตกต่างกัน จะสอนลูก เลือกคบเพื่อน อย่างไรให้พอดี และลูกไม่รู้สึกต่อต้าน 3 วิธีสอนลูก เลือกคบเพื่อน 1. กำหนดเวลาการพูดคุย ยุคที่เทคโนโลยีล้ำหน้า วัยทวีน (อายุระหว่าง 9-11 ปี) มีช่องทางการติดต่อกับเพื่อนทั้งจากมือถือ ไลน์แชท หรือบอร์ดสนทนาต่างๆ แต่ถ้าลูกแชทกับเพื่อนจนถึงตีสองตีสามก็คงไม่ไหว กำหนดเวลา ‘ปิดเครื่อง’ ให้เขาเข้านอนตรงเวลา และเมื่อเข้านอนแล้วจะต้องปิดโทรศัพท์และหน้าจอให้หมด อย่าลืมชวนเขาทำกิจกรรมอื่นๆ เพื่อดึงความสนใจของลูกบ้าง 2. รู้จักเพื่อนลูก ถ้าจะให้ลูกออกไปเจอเพื่อนนอกบ้าน สู้ให้เขาพาเพื่อนมาเล่นที่บ้านให้พ่อแม่ได้รู้จักด้วยดีกว่า ชวนเขาพูดคุยเรื่องเพื่อนเป็นประจำ จะได้รู้ว่าเพื่อนลูกเป็นใคร มีนิสัยอย่างไรบ้าง 3. ระวังเพื่อนออนไลน์ สมัยนี้มิจฉาชีพแฝงตัวใช้อินเตอร์เนตล่อลวงเด็กๆ เพราะฉะนั้นต้องสอนให้ลูกรู้จักระมัดระวังตัวเมื่อคบเพื่อนออนไลน์ โดยเฉพาะถ้าเพื่อนชวนคุยเรื่องเพศ เงิน ชี้ชวนให้รู้จักยาเสพติด หรืออยากนัดพบตัวจริง ต้องรีบเล่าให้พ่อแม่ฟังทันที (และถ้าเขาอยากนัดเจอเพื่อน คุณก็ควรไปพบเพื่อนคนนั้นพร้อมลูกด้วย)     Homeสวัสดีครับ พี่น้องชาวไทย ร้านโน๊ตบุ๊คทูเดย์ ยินดีต้อนรับ...

5 อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับเด็กอายุ ต่ำกว่า 2 ขวบ การให้อาหารเสริมครั้งแรกของลูกตอน 6 เดือน เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นอีกอย่างหนึ่งสำหรับคุณแม่ ในช่วงขวบปีแรกคุณแม่ต้องฝึกเรื่องทำอาหารให้เหมาะสมกับวัยของลูก เพราะเด็กในวัยนี้ จะกระหายในรสชาติที่แตกต่างจากนม ที่ต้องกินมาตลอด 6 เดือน ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้ อาหาร 5 อย่างนี้เป็นอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี เพราะร่างกายของเด็กในช่วงวัยนี้ยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ 5 อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับเด็กอายุ ต่ำกว่า 2 ขวบ 1. เกลือ หรือ อาหารที่มีรสเค็ม สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี ไม่แนะนำให้ใช้เกลือในการปรุงอาหาร เพราะเด็กในวัยนี้ไตกำลังพัฒนา และไตนั้นยังไม่พร้อมสำหรับกรองอาหารที่มีรถเค็มมากเกินไป ในการปรุงอาหารให้ลูกจะมีส่วนผสมอื่น ๆ เช่น ผัก เนื้อสัตว์ หรือสมุนไพรต่าง ๆ ที่ทำให้รสชาติดีอยู่แล้วโดยไม่ต้องใช้เกลือเป็นเครื่องปรุงเลยค่ะ 2. น้ำตาล หรือ อาหารที่มีความหวาน สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 2...

3 เทคนิคดีๆ แก้ปัญหา ลูกทะเลาะกัน ทุกวัน ลูกทะเลาะกัน เพราะอะไร? เวลาที่เด็กถูกผลัก หยิก ตี พวกเขาจะหงุดหงิดและโกรธเกรี้ยวได้เท่าๆ กับผู้ใหญ่ตัวโตคนหนึ่งทีเดียว และนั่นก็ไม่เป็นผลดีต่อการพัฒนา EQ ของลูกเลยสักนิด นอกจากนั้น หากมีเรื่องวิวาทเกิดขึ้นมากกว่า 5 – 6 ครั้งต่อปี ความรุนแรงจะกลายเป็นความกดดัน ความโกรธ และความเสียใจเรื้อรังฝังรากลึกอย่างยากจะถอนคืน ซึ่งปัญหา ลูกทะเลาะกัน หรือ พี่น้องชอบทะเลาะกัน เป็นเพราะมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ทำให้เกิการแสดงออกถึงความอิจฉา การแข่งขัน และการต่อสู้ระหว่างพี่น้องในครอบครัว โดยสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย ทั้งนี้ปัญหาดังกล่าวอาจเริ่มได้ตั้งแต่วันที่มีน้องคนใหม่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว และดำเนินต่อไปตลอดช่วงวัยเด็ก หรือแม้กระทั่งอาจเป็นเงาตามตัวเด็กไปจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้ หากความสัมพันธ์นี้ไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสมจากคุณพ่อคุณแม่ แต่ก็ถือเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่ลูกคนที่โตกว่าจะมีปฏิกิริยาต่อการมีน้องคนใหม่ด้วยความรู้สึกอิจฉา คับแค้นใจ ไม่มั่นใจ โกรธ และเศร้า สิ่งที่ยากสำหรับคุณพ่อคุณแม่ ในการทำความเข้าใจความรู้สึกที่ลูกมีต่อกันคือ วิธีการที่ลูกเลือกแสดงออกมาเพิ่อทำให้พ่อแม่รับรู้ ซึ่งมักแตกต่างกันไปในเด็กแต่ละราย โดยอาจเป็นลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ ลักษณะปัญหาที่ลูกทะเลาะกัน พยายามทำร้ายร่างกายอีกฝ่ายอย่างชัดเจน พูดว่าไม่อยากมีพี่หรือน้อง ต่อล้อต่อเถียง เมินเฉย ไม่ดูแล ไม่แบ่งปันกัน อาจดีต่อกันในบางครั้ง แต่แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวต่อหน้าพ่อแม่ ในตอนแรก...