สาระเด็ก เพลงเด็ก แฟชั่นเด็ก

ทารกแรกเกิดควรสวมเสื้อผ้าแบบไหน? เมื่ออยู่ในห้องแอร์ เทคนิคเปิดแอร์ในห้องลูกเล็ก มีหลายบ้านที่ปฏิเสธการใช้แอร์ได้ยาก เพราะฉะนั้นก่อนอื่นคุณพ่อคุณแม่มาดูกันก่อนค่ะมาหากจะเลือกเปิดใช้แอร์ในห้องลูกต้องทำอย่างไรบ้าง ปรับอุณหภูมิให้ไม่ร้อนหรือเย็นจนเกินไป ที่ประมาณ 25-27 องศาเซลเซียส ตั้งปรับพัดลมของแอร์ให้เป็นระบบ Auto Swing และตั้ง Sleep โหมด เพื่อทำให้อุณหภูมิในห้องไม่เย็นจนเกินไป และกระจายความเย็นทั่วห้อง หลีกเลี่ยงการเปิดแอร์ในตอนเช้าและตอนกลางคืน เพราะอากาศค่อนข้างเย็นอยู่แล้ว ตั้งเตียงหรือเบาะนั่งเล่นของลูกเลี่ยงทิศทางลม ไม่ให้อยู่ในระดับทางลมแอร์พัดโดยตรง เพราะเมื่อลมแอร์ตกลงที่ศีรษะเด็กอย่างจัง อาจทำให้เจ้าหนูอาจไม่สบายได้ เปิดห้องให้อากาศบริสุทธิ์ภายนอกไหลเวียนเข้ามาบ้าง อย่างน้อยวันละ 3-4 ชั่วโมงขึ้นไป รวมทั้งเปิดม่านให้แดดส่องเพื่อฆ่าเชื้อโรคในห้อง ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดเฟอร์นิเจอร์ให้ปราศจากฝุ่นดีกว่าการปัดฝุ่น เพราะการปัดจะทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจายยิ่งขึ้น หลีกเลี่ยงการใช้แอร์เคลื่อนที่ชนิดเติมน้ำหรือเติมน้ำแข็ง เพราะว่าจะทำให้ลูกหายใจเอาละอองน้ำเข้าไปด้วย ส่งผลให้ปอดบวมหรือปอดชื้นได้ สำหรับเครื่องฟอกอากาศไม่จำเป็นเท่าไรนัก เพราะว่าปัจจุบันแอร์รุ่นใหม่ที่วางขายสมัยนี้ มีเครื่องฟอกอากาศพร้อมใน เครื่องแล้ว อาจจะลองตรวจสอบอีกครั้งว่า แอร์ที่ใช้อยู่มีระบบฟอกอากาศอยู่หรือเปล่า เด็กโตหรือผู้ใหญ่จะทนความหนาวเย็นได้ดีกว่าเด็กทารก จึงควรแต่งตัวให้เพียงพอหรืออุ้มกอดซึ่งถือเป็นการควบคุมอุณหภูมิได้ดีที่สุด  สิ่งสำคัญคืออย่าวางทารกไว้ตรงตำแหน่งลมจากเครื่องปรับอากาศโดยตรง (ไม่ว่าจะเป็นแอร์หรือฮีทเตอร์) เพราะจะเกิดอันตรายกับเด็กจากอุณหภูมิที่เพิ่มลดอย่างรวดเร็ว  ปัญหาที่พบได้บ่อย คือ พ่อแม่มักกังวลว่าลูกจะหนาวเกินไปจึงพยายามแต่งตัวให้หนาหลายชั้น...

12 เรื่องไม่ลับกับเด็กผ่าคลอดที่คุณแม่ต้องรู้ 12 เรื่องไม่ลับกับเด็กผ่าคลอ การผ่าตัดคลอด (Caesarean section)  คือ การผ่าที่บริเวณส่วนท้องของมารดา เพื่อให้ทารกในครรภ์คลอด มักทำเมื่อการคลอดทางช่องคลอดอาจเสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพหรือชีวิตของมารดาหรือเด็ก แม้ในปัจจุบันจะมีการผ่าท้องทำคลอดตามความประสงค์ของมารดามากขึ้น องค์การอนามัยโลกแนะนำว่าการผ่าคลอดควรทำต่อเมื่อมีความจำเป็นทางการแพทย์เท่านั้น โดยปกติแล้วการผ่าคลอดจะใช้เวลาประมาณ 45 นาทีถึงหนึ่งชั่วโมง และ 12 เรื่อง ต่อไปนี้คุณแม่ที่กำลังจะผ่าคลอดต้องรู้ 1. การผ่าคลอด เป็นทางออกสำหรับแม่ที่ไม่สามารถคลอดธรรมชาติได้ หรือมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ เช่น ลูกตัวใหญ่เกินกว่าที่จะคลอดปกติ รกเกาะต่ำ อยู่ในตำแหน่งที่เสี่ยงต่อการขวางทางออกในการคลอด หรือคุณแม่ตั้งครรภ์แฝดตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป สรีระของคุณแม่ไม่พร้อม กระดูกเชิงกรานเล็กเกินไป สายสะดือสั้นเกินไป และความไม่พร้อมทางด้านร่างกายหลายอย่างของสุขภาพแม่ หรือแม้แต่การคลอดในภาวะฉุกเฉินก็เช่นกัน 2. ทารกผ่าคลอดจะนอนโรงพยาบาลนานกว่าทารกที่ผ่านการคลอดธรรมชาติ เนื่องจากต้องรอให้คุณแม่ฟื้นตัวก่อน โดยประมาณแล้วทารกผ่าคลอดจะอยู่รพ. 3 - 4 วัน ในขณะที่ทารกคลอดธรรมชาติอยู่รพ. 2 - 3 วันเท่านั้น 3....

3 วิธีช่วยลดปัญหาลูกวัยแบเบาะกินนมมากเกินจำเป็น(Over feeding) หิวบ่อย กินบ่อย ร้องกวน พฤติกรรมการกินของลูกทรมานจิตใจแม่ หลายบ้านๆประสบปัญหานี้อยู่ ลูกกินมาก กินไม่หยุดหย่อน  แม่หลายคนถึงกับเครียด! โดยเฉพาะคุณแม่มือใหม่กับการที่ลูกมีพฤติกรรมหิวตลอด คุณแม่ทนฟังเสียงร้องไม่ไหวจึงให้ลูกกินตลอด พอลูกกินนมเข้าไปปริมาณมากท้องของลูกก็โป่งตึง ท้องโต ไม่สุขสบาย อึดอัดท้อง ลูกอาจร้องไห้ไปด้วย ถ้าร้องไห้หนักอาจทำให้อาเจียนออกมา แหวะออกมา พฤติกรรมดังกล่าวเรียกว่า Over  feeding ดูแลลูกอย่างไรห่างไกล Over feeding ให้ลูกกินจนอิ่ม ในปริมาณที่เหมาะสมตามน้ำหนักตัว ( คลิกดูสูตรคำนวณ ) หากลูกร้องขอเพิ่มอีก  ให้เบี่ยงเบนความสนใจลูก เล่นกับลูก อุ้มเดิน ดูดจุกหลอก หากลูกร้องมาก ต้องพยายามปลอบให้ลูกหยุดร้อง เพราะหากลูกร้องไห้หนักขึ้น อากาศจะเข้าไปในกระเพาะอาหารทำให้ลูกท้องอืดมากขึ้น แน่นอึดอัดมากขึ้น ทรมานมากขึ้น เด็กที่แหวะนมหรืออาเจียน แนะนำให้คุณแม่อุ้มสักระยะ 30 นาทีอย่าให้นอนราบในทันที เพราะการอาเจียนบ่อยทำให้กรดจากกระเพาะอาหารย้อนออกมาทำให้หลอดอาหารเป็นแผลได้ คุณแม่ที่ลูกมีพฤติกรรมร้องหิวตลอด อย่าใจอ่อนนะคะเพราะการที่ลูกเรามีนิสัยกินแบบ Over feeding นั้น ส่วนใหญ่มาจากฝีมือแม่นั่นเอง...

คุณหมอเฉลย… 6 ความเข้าใจผิดเรื่องพฤติกรรมการกินและน้ำหนักตัวลูกกินยาก สาเหตุหลักของการที่ลูกไม่กินข้าวนั้น เริ่มต้นจาก “ความวิตกกังวลมากเกินไปของผู้ปกครองว่าลูกอาจได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ” ค่ะ ซึ่งความวิตกกังวลนี้เกิดจาก “ความไม่รู้หรือเข้าใจผิด” เรื่องพฤติกรรมการกินและน้ำหนักตัวของลูกที่พ่อแม่มักกังวลค่ะ 1. เข้าใจผิดว่าเด็กอ้วนเป็นเด็กแข็งแรง พ่อแม่จำนวนมากมีค่านิยมที่ผิด มองว่าเด็กอ้วน (จนเกินเกณฑ์น้ำหนักปกติ) เป็นเด็กแข็งแรง และน่ารัก ทำให้มองเด็กที่น้ำหนักปกติว่าเป็นเด็กผอมเกินไปและพยายามยัดเยียดเรื่องกินมากขึ้นค่ะ 2. เข้าใจผิดว่าลูกน้ำหนักน้อยเกินไป ทั้งๆ ที่น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติ เพราะไปเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่นในชั้นเดียวกันที่มีน้ำหนักเกิน 3. ไม่รู้ว่าเด็กหลังอายุ 1 ขวบ จะสนใจการกินน้อยลง ธรรมชาติเด็กอายุขวบปีแรกจะกินเก่งเพราะเป็นช่วงที่เติบโตเร็วค่ะ แต่เมื่ออายุ 1 ปี จนถึง 10 ปี จะมีน้ำหนักขึ้นเฉลี่ยปีละ 2 กิโลกรัมเท่านั้น ร่างกายจึงต้องการสารอาหารน้อยลงเมื่อเทียบกับปีแรกเด็กจึงมีความกระตือรือร้นเรื่องกินลดลง 4. ไม่รู้ว่าลูกควรกินอาหารปริมาณเท่าใดในแต่ละวัน ปริมาณอาหารที่พ่อแม่คาดหวังว่าลูกควรจะกินมักจะมากเกินความจริง และเมื่อเด็กกินไม่หมด พ่อแม่จึงรู้สึกกังวลและพยายามยัดเยียดให้ลูกกินค่ะ 5. ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องปกติที่เด็กอาจกินน้อยเป็นบางมื้อหรือบางวัน เด็กคนเดียวกันความต้องการอาหารแต่ละวันไม่เหมือนกัน บางวันเด็กอาจกินมาก บางวันอาจกินน้อย ขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น...

3 เคล็ดลับแก้ปัญหาลูกนอนไม่หลับ อีกหนึ่งปัญหาที่คุณพ่อคุณแม่เจอ คือ ลูกน้อยนอนหลับยาก หรือนอนไม่หลับในช่วงกลางคืน ซึ่งสร้างความกังวลใจอย่างมาก ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากทารกจะยังไม่สามารถควบคุมเวลาในการนอนหลับและตื่นได้เหมือนผู้ใหญ่ รวมทั้งสาเหตุอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยด้านอารมณ์ของเขา หรือสิ่งแวดล้อมในห้องนอนที่ไม่เอื้ออำนวยต่อความผ่อนคลายของลูกน้อย หากปล่อยไว้เรื้อรัง ปัญหานอนไม่หลับอาจส่งผลกระทบกับพัฒนาการด้านการเรียนรู้และร่างกายของลูกน้อย ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถจัดการกับปัญหานี้ได้ โดยใช้  “3 เคล็ดลับแก้ปัญหาลูกนอนไม่หลับ”  ที่จะเป็นการฝึกให้ลูกนอนด้วยตัวเอง และช่วยให้เขานอนหลับยามค่ำคืนได้สบายมากขึ้น 1. สัมผัสตัวเขาเบา ๆ ให้รู้สึกผ่อนคลาย หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นว่าลูกน้อยเกิดอาการกระสับกระส่ายขณะนอนหลับ สัมผัสเบา ๆ อย่างการลูบร่างกายหรือศีรษะจะทำให้ลูกน้อยรู้สึกไม่กังวล ผ่อนคลาย และรับรู้ว่าคุณพ่อหรือคุณแม่ยังอยู่กับเขา แต่คุณพ่อคุณแม่ควรระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการสัมผัสด้วยการอุ้มและกอด เพราะอาจเป็นการปลุกโดยไม่รู้ตัวและสร้างความเคยชินให้กับลูกน้อยจนทำให้เขาไม่สามารถนอนหลับด้วยตัวเองได้ เนื่องจากเมื่อถึงระยะเวลาหนึ่งทารกจะเรียนรู้การนอนหลับได้ด้วยตัวเองตามธรรมชาติ 2. ดูแลห้องนอนให้เงียบและสงบ ห้องนอนควรอยู่ในมุมที่สงบของบ้าน ไม่มีเสียงรบกวนจากภายนอก พื้นที่ต้องกว้างขวาง ไม่มีสิ่งของวางเกะกะหรือมากจนเกินไป เพราะบางครั้งลูกน้อยอาจเกิดอาการกลัวเมื่อเห็นสิ่งของเหล่านั้นท่ามกลางแสงไฟสลัว หากต้องการเปิดไฟเพราะกังวลว่าลูกอาจเกิดอาการกลัว ควรเลือกแสงไฟที่มีความสว่างปานกลาง ไม่แสบตา เพราะอาจทำให้ลูกน้อยนอนหลับได้ยากขึ้น 3. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นหอมของดอกคาโมมายล์ กลิ่นหอมของดอกคาโมมายล์จะช่วยผ่อนคลายความกังวล ทำให้ลูกน้อยรู้สึกสบายได้มากขึ้น โดยกลิ่นหอมจากดอกคาโมมายล์นั้นจะมาจากน้ำมันหอมระเหยที่หยดใส่ตะเกียงในห้องนอนก็ได้ หรือจะเป็นกลิ่นหอมที่มาจากผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสำหรับทารกก็ล้วนมีผลดีกับลูกน้อยอย่างมาก ...

เล่นนอกบ้าน ดีอย่างไร? เด็กวัย 1 ขวบขึ้นไปนั้น โลกในบ้านอาจดูแคบไปสำหรับพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของเขาที่เพิ่มขึ้น พื้นที่นอกบ้านจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อเปิดโลกแห่งการเรียนรู้ของเขาให้กว้างออก การพาลูกน้อยไปทำกิจกรรมนอกบ้าน จึงมีส่วนช่วยเสริมพัฒนาการของเขาให้ดีขึ้นในทุก ๆ ด้าน –ด้านร่างกาย : การพาเจ้าตัวเล็กออกไปเล่นนอกบ้าน ช่วยเสริมให้เด็กวัยนี้มีพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อดีขึ้น กล้ามเนื้อมัดใหญ่อย่างขา ได้ออกเดินในพื้นที่กว้าง ขณะที่มือ ซึ่งคือกล้ามเนื้อมัดเล็ก ได้จับสัมผัสธรรมชาติซึ่งให้พื้นผิวแตกต่างกัน -ด้านอารมณ์ : เมื่อลูกน้อยเริ่มงอแง สายลมเย็น แสงแดดอ่อน ๆ และการได้สัมผัสกับธรรมชาติภายนอกบ้านนั้น ส่งผลให้เขามีความรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่ามากขึ้นได้ กิจกรรมนอกบ้านจึงมีส่วนช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางอารมณ์ของเขาให้ดียิ่งขึ้น -ด้านสังคม : การที่ลูกน้อยได้พบเจอ หรือทำกิจกรรมร่วมกับคนอื่น ๆ นอกจากคุณพ่อคุณแม่นั้นมีส่วนช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านสังคมกับเขา ให้รู้จักการช่วยเหลือผู้อื่น แบ่งปัน เรียนรู้เพื่อให้เขาสามารถปรับตัวเข้ากับสังคมภายนอกได้เร็วขึ้น -ด้านจินตนาการและสติปัญญา : โลกภายนอกมีพื้นที่มากพอที่จะเปิดโอกาสให้ลูกน้อยได้คิดได้สร้างสรรค์ และใช้จินตนาการทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ เป็นซุปเปอร์ฮีโร่ของเพื่อน ๆ ที่สนามเด็กเล่น เป็นเจ้าหญิงกับปราสาททรายที่สร้างขึ้นด้วยตัวเอง สิ่งเหล่านี้ช่วยเพิ่มระดับสติปัญญา และการทำงานของสมองได้เป็นอย่างดี ...

ถึงเวลาทำความรู้จักกับ ‘โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง’ (Atopic Dermatitis) ‘โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง’ คืออะไร    โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง หรือ Atopic Dermatitis คือโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังชนิดหนึ่ง ซึ่งพบได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แต่จะพบในเด็กมากกว่า อาการของโรคนี้จะเป็นๆ หายๆ มีทั้งช่วงที่อาการหนัก มีผื่นผิวหนังและอาการคันมาก จนถึงช่วงที่อาการสงบลงสลับกัน สาเหตุของโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง หลังจากได้ทำความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังไปแล้วถึงคราวที่คุณพ่อและคุณแม่จะได้รู้ถึงสาเหตุของโรคกันบ้าง โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังนั้นมีสาเหตุหลักจากปัจจัยด้านพันธุกรรม ส่วนหนึ่งคือร่างกายผลิตไขมันระหว่างเซลล์ผิวและสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติได้น้อยกว่าปกติ นอกจากนี้กว่า 70% ของผู้ป่วยมาจากครอบครัวที่มีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายนอกอย่างเชื้อโรค ฝุ่น อากาศ สารเคมีต่างๆ หรือแม้กระทั่งเสื้อผ้าที่เด็กใส่ก็กระตุ้นให้เกิดอาการได้เช่นกัน ที่เป็นเช่นนี้เพราะบางครั้งน้ำยาซักผ้าที่ใช้สำหรับเด็กก็อาจทำร้ายผิวลูกน้อยโดยไม่รู้ตัวก็ได้  อาการของโรค เมื่อผิวของเด็กทำปฏิกิริยากับสภาพแวดล้อมไวเกินไปก็จะเกิดอาการแห้งและคัน เมื่อรู้สึกคันมากเด็กจะเกาจนเกิดผื่นลามไปเรื่อยๆ หลังจากเกิดอาการของผื่นจนถึงขั้นเรื้อรังจะมีลักษณะผื่นเป็นปื้น มีตุ่มแดงนูน บางรายอาจถึงขั้นมีน้ำเหลืองไหลจนแห้ง สะเก็ดแข็ง และมีลักษณะเป็นขุย ...

คนท้องติดเข็มกลัด เพื่ออะไร ต้องบอกว่าแต่ละคนแต่ละชุมชนแต่ละท้องถิ่น มีความเชื่อและทัศนคติที่แตกต่างกันออกไป ในเรื่องของการตั้งครรภ์เองก็เช่นกัน แม่ท้องแต่ละคนย่อมมีความเชื่อที่แตกต่างกันออกไป แม่ท้องบางคนอาจจะยังคงมีความเชื่อแบบสมัยโบราณและยังคงปฏิบัติตามแบบที่โบราณบอกเอาไว้ ขณะที่แม่ท้องบางคนอาจจะเลือกทำหรือเชื่อตามคำบอกสมัยใหม่ หรือแม่ท้องบางคนอาจจะมีความเชื่อและทำตามแบบผสมผสานทั้งสมัยโบราณกับสมัยใหม่  ความเชื่อแม่ท้องติดเข็มกลัด สำหรับแม่ท้องหลายคนที่มีการติดเข็มกลัดกับชุดคลุมท้อง หรือหากไม่ใช่ชุดคลุมท้องก็จะติดเข็มกลัดบนเสื้อบริเวณท้องนั้น แม้จะดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ก็สามารถ  สังเกตได้ จนเกิดความสงสัยว่าติดเข็มกลัดเพื่ออะไร เราก็เลยรวบรวมข้อมูลทั้งหมดมาไขข้อสงสัยให้ดังนี้ค่ะ 1.ติดเข็มกลัดเหมือนแขวนพระให้ลูกในครรภ์ เพราะว่ากันว่าเป็นการป้องกันสิ่งไม่ดีต่าง ๆ จะเข้ามากระทบลูกในครรภ์ โดยเชื่อว่าการติดเข็มกลัดจะช่วยป้องกันสิ่งไม่ดีต่าง ๆ เช่น ภูต ผี ปีศาล วิญญาณร้าย สิ่งที่มองไม่เห็น หรือสิ่งเร้นลับ ต่าง ๆ ที่จะเข้ามาทำร้ายลูกในครรภ์ ดังนั้นเพื่อความสบายใจและเป็นการป้องกัน แม่ท้องติดเข็มกลัดไว้จะดีที่สุด 2.ติดเข็มกลัดแก้เคล็ดการแท้ง ความเชื่อหนึ่งอธิบายเอาไว้ว่า เข็มกลัดจะช่วยกลัดลูกในครรภ์ไม่ให้หลุด ซึ่งก็หมายถึงเป็นการป้องกันการแท้งนั่นเอง แต่ก็มีแม่ท้องหลายคนบอกว่าจริง ๆ ไม่ใช่ป้องกันการแท้งหรอก! แต่จุดประสงค์ข้อนี้คือ ติดเข็มกลัด เพื่อเตือนสติให้แม่ท้องมีความระมัดระวังในช่วงระหว่างการตั้งครรภ์ต่างหาก...

แม่น้ำนมน้อย ไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูก ทำอย่างไรดี เมื่อคุณแม่มีน้ำนมน้อย อาจเป็นเรื่องปกติสำหรับคุณแม่มือใหม่และคุณแม่แรกคลอด เพราะกระบวนการสร้างน้ำนมยังไม่เต็มที่ ซึ่งจะต้องทำการกระตุ้นด้วยการให้ลูกดื่มนมบ่อยๆ เพื่อให้น้ำนมไหลดีมากขึ้น ดังนั้นเมื่อพบว่าน้ำนมออกน้อยมาก อันดับแรกให้คุณแม่ลองกระตุ้นด้วยวิธีการต่างๆ ก่อน เช่น ปั๊มนม ให้ลูกดูดนมทุก 2-4 ชั่วโมง หรือทานอาหารที่มีส่วนช่วยในการเพิ่มน้ำนม  โดยหากทำแบบนี้บ่อยๆ ก็จะพบว่าน้ำนมมีมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียว  อย่างไรก็ตามในคุณแม่บางคนที่มีความผิดปกติในการผลิตน้ำนมและมีน้ำนมออกน้อยจริงๆ  โดยทำทุกวิถีทางแล้วก็ยังไม่มีน้ำนมเพิ่มขึ้น แถมยังดูเหมือนว่าจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกอีกด้วย แบบนี้คุณแม่สามารถที่จะเสริมนมผงให้กับลูกได้ เพราะถือเป็นกรณีที่จำเป็นจริงๆ แต่อย่างไรก็ตามการเสริมนมผงให้กับลูกจะต้องเลือกนมผงที่เหมาะกับวัยของลูกโดยเฉพาะและเป็นนมผงที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน มีการรับรองว่าปลอดภัยจริง ซึ่งในปัจจุบัน นมผงที่นิยมนำมาเสริมให้กับลูก กรณีที่คุณแม่มีน้ำนมไม่เพียงพอก็คือนมแพะนั่นเอง ...

5 แชมพูสระผมเด็ก ยี่ห้อไหนดี ใช้แล้วลูกผมสวยไม่เกิดการแพ้ สำหรับแชมพูสระผมเด็กที่ดีที่สุด และอยากแนะนำให้คุณได้ลองใช้ ก็มี 5 ยี่ห้อดังนี้ 1.แชมพูเด็ก เบบี้มายล์ เบบี้มายล์ แบรนด์ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กยอดนิยมที่คงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะมีผลิตภัณฑ์เด็กที่อ่อนโยนมาให้คุณแม่ได้เลือกใช้กันอย่างมากมาย และที่จะพลาดไม่ได้เลย ก็คือแชมพูเด็กนั่นเอง โดยแชมพูเด็กยี่ห้อนี้จะมีความอ่อนละมุนต่อเส้นผมและหนังศีรษะเป็นอย่างมาก จึงไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองแน่นอน และยังมีมอยส์เจอไรเซอร์ที่จะช่วยบำรุงเส้นผมของลูกให้นุ่มสลวย มีสุขภาพผมที่ดีอีกด้วย 2.แชมพูเด็ก ดีนี่ เพียว ดีนี่ เพียว แชมพูเด็กที่ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อผิวของลูกรักโดยเฉพาะ มีความอ่อนโยน สามารถใช้สระผมให้ลูกน้อยได้ทุกวันโดยไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว และมีสารสกัดจากน้ำผึ้งธรรมชาติ ที่จะช่วยบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะของลูกน้อยได้อย่างล้ำลึกอีกด้วย จึงทำให้เส้นผมมีความนุ่มลื่น หวีง่าย ให้ลูกรักรู้สึกสบายตัวและมีความสุขได้ตลอดวันเลยทีเดียว 3.แชมพูเด็ก โคโดโม เรียกได้ว่าเป็นแบรนด์ที่อยู่คู่เด็กไทยมาอย่างยาวนานเลยทีเดียว สำหรับแบรนด์โคโดโม ซึ่งก็มีผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กออกมาให้เลือกใช้กันอย่างมากมายเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นแป้งเด็ก ครีมอาบน้ำ น้ำยาซักผ้าเด็ก และที่จะพลาดไมได้เลย ก็คือแชมพูสระผมเด็กนั่นเอง เพราะผลิตจากสารสกัดธรรมชาติ 100% จึงมีความอ่อนโยนต่อผิวไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง ช่วยถนอมเส้นผมและบำรุงเส้นผมเด็กให้สวยเงางาม เพราะฉะนั้นห้ามพลาด 4.แชมพูเด็ก จอห์นสัน พลาดไม่ได้เลยสำหรับแชมพูสระผมเด็กจอห์นสัน เหมาะที่จะนำมาสระผมให้ลูกน้อยเป็นที่สุด ซึ่งก็มั่นใจได้เลยว่า ใช้แชมพูสระผมยี่ห้อนี้แล้วจะมีความปลอดภัยต่อลูกน้อยของคุณอย่างแน่นอน...