สาระเด็ก เพลงเด็ก แฟชั่นเด็ก

คุณค่าของน้ำนมแม่ ต่อตัวแม่ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ทำให้แม่และลูกได้อยู่ใกล้ชิดกัน มีการเรียนรู้และสนองตอบที่ดีต่อกัน ทั้งทางร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ นอกจากจะให้ผลดีนานัปการต่อลูกแล้ว ยังทำให้แม่มีความสุข เกิดความรู้สึกผูกพันดื่มด่ำกับลูกอย่างลึกซึ้ง เป็นสายสัมพันธ์แม่ลูกที่แข็งแรงและยืนยาวไปชั่วชีวิต อีกทั้งมีคุณูปการต่อแม่มากมายนับไม่นับถ้วน เช่น ทำให้รูปร่างดี ไม่อ้วน มดลูกเข้าอู่หรือคืนสู่สภาพเดิมได้เร็วขึ้น สะดวกเพราะพร้อมดื่มอยู่เสมอ ให้ลูกกินที่ไหนและเมื่อไรก็ได้ แถมบรรจุอยู่ในภาชนะที่สวยงามกว่าด้วย ลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่ ลดความเสี่ยงต่อภาวะโลหิตจางอันเนื่องจากการไม่มีประจำเดือนระหว่างให้นมลูก กระตุ้นให้มีจิตสำนึกของการเป็นแม่ ทำให้แม่เอาใจใส่เลี้ยงลูกได้ดี เกิดความรัก ความผูกพันระหว่างแม่และเด็ก เป็นรากฐานต่อการพัฒนาสุขภาพจิตลูก ประหยัดรายจ่ายในการซื้อและเตรียมนมผสม ลูกแข็งแรง ทำให้ประหยัดรายจ่ายจากค่ารักษาพยาบาลลูก และแม่ไม่ต้องลางานบ่อย เชื่อมความรักและความสัมพันธ์ภายในครอบครัว การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตผิดที่ของเยื่อบุมดลูกในแม่ การดูดนมของทารกช่วยป้องกันการตกเลือดของมารดาหลังคลอด นมแม่มีสารเคมีที่ทำให้ลูกสงบและไม่ค่อยงอแง การให้ลูกดูดนม ช่วยลดความเครียดให้แม่ ทำให้แม่หลับได้ง่าย การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ช่วยคุมกำเนิดได้ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ช่วยลดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดคอเลสเตอรอลสูง แม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมตนเองนอนหลับได้มากกว่า (โดยเฉพาะนอนกับลูก) การให้นมลูกช่วยป้องกันการขาดธาตุเหล็กของแม่ แม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมตนเองช่วยประหยัดค่าผ้าอนามัย การให้นมลูกช่วยสร้างความมั่นใจในตัวเองให้กับแม่   ...

พัฒนาการลูกน้อย วัย 3 ปี 10 เดือน        พัฒนาการลูกน้อยวัยนี้รับรู้และเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ จากพ่อแม่ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ควรเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ลูก เรามาดูกันว่าช่วงวัยนี้พัฒนาการ 360° อัจฉริยะรอบด้านของลูกเป็นอย่างไรบ้าง ฉลาดเรียนรู้ ลูกวัยนี้จะมีสมาธิกับการเรียนและเล่นได้นานขึ้นตามลำดับ สามารถบอกรูปร่าง เช่น กลมๆ เหลี่ยมๆ และขนาดต่างๆ  เช่น เล็กๆ ใหญ่ๆ ได้ สามารถจับคู่สิ่งของต่างๆ ได้ถูกต้องมากขึ้น เช่น รู้ว่า ช้อนต้องคู่กับส้อม ถุงเท้าคู่กับรองเท้า ดอกไม้คู่กับแจกัน เป็นต้น ลูกเริ่มเข้าใจความหมายของคำว่า “ที่สุด” แล้ว เช่น สั้นที่สุด ยาวที่สุด ใหญ่ที่สุด ฯลฯ ฉลาดเคลื่อนไหว ลูกวัยนี้เคลื่อนไหวได้คล่องแคล่ว และชอบวิ่งเล่น กระโดด ปีนป่าย สามารถเดินเขย่งปลายเท้าได้ไกลถึง...

Fantastic Flowers มหัศจรรย์สีสันดอกไม้ Tools ดอกไม้จากสวนธรรมชาติ นำมาล้างน้ำให้สะอาด ชามสำ หรับบดดอกไม้ กระดาษ พู่กัน กล้องถ่ายรูป Fun Guide คัดเลือกดอกไม้ที่สีสันสวยงาม และปลอดภัยไม้มีพิษ เช่น ดอกอัญชัญ ดอกดาวเรือง ดอกเฟื่องฟ้า ดอกกุหลาบ เป็นต้น จากนั้นนำดอกไม้บดใส่ถุง แยกเป็นถุงละ 1 ชนิด เติมนํ้าลงไปนิดหน่อย แล้วให้ลูกสังเกตสีสันที่ออกจากดอกไม้มาว่าแตกต่างกันแค่ไหน เด็กๆ จะตื่นเต้นกับสีสันของดอกไม้ที่สวยงาม สามารถใช้พูกันจุ่มสีที่ออกมาแทนสีนํ้า เพื่อนำมาป้ายไว้ในสมุดวาดเขียน ใช้ระบายสีได Get More Skills ดอกไม้เป็นของธรรมชาติที่สะอาด ปลอดภัย และมีความมหัศจรรย์ตรงที่มีสีสันมากมาย กิจกรรมนี้ส่งเสริมให้เด็กๆ เรียนรู้เรื่องสีสันจากธรรมชาติ เข้าใจคุณสมบัติอันน่าทึ่งและอ่อนโยนของดอกไม้ ที่สลัดสีออกมาใช้งานได้อย่างสนุกสนาน ฝึกสมาธิให้จดจ่อและสังเกต พร้อมฝึกใช้มือเพื่อวาดภาพได้อย่างดี BETTER เกิดสมาธิที่ดีกว่า จากการจดจ่อและเป็นคนช่างสังเกตขึ้นจากการเรียนรู้คุณสมบัติของดอกไม้ HIGHER มีความรู้รอบตัว มีสติปัญญา...

10 โรคอันตรายในเด็กที่พ่อแม่ต้องระวัง อันตรายสำหรับเด็กมีมากมายหลายอย่าง โดยเฉพาะโรคภัยไข้เจ็บนั้นเป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้นเรามาทำความรู้จักกับโรคอันตรายในเด็กที่พ่อแม่ควรจะระวังกันไว้ดีกว่า โรคมือ เท้า ปาก เกิดจากเชื้อเอนเทอโรไวรัส (Enterovirus) และคอคซาคีไวรัส (Coxsackievirus) เป็นสาเหตุ มักพบในเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี พบได้บ่อยในเด็กทารกและเด็กเล็ก ซึ่งมักมีอาการรุนแรงมากกว่าเด็กโต จะพบมากในช่วงฤดูร้อน ไวรัสจะทำให้มีไข้ เจ็บคอและมีแผลเกิดขึ้นในปากบนฝ่ามือและฝ่าเท้า ในบางรายอาจพบที่ก้นด้วย โดยผื่นที่เกิดขึ้นเหล่านี้จะกลายเป็นตุ่มพองใสและแตกออกเป็นแผลหลุมตื้นๆ อาจทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ สมองอักเสบ หรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่ผู้ปกครองสามารถป้องกันโรคมือ เท้า ปากได้โดยการหลีกเลี่ยงการให้เด็กใกล้ชิดกับผู้ป่วย รักษาสุขอนามัย โดยเฉพาะผู้เลี้ยงดูเด็กเล็กควรล้างทำความสะอาดมือก่อนหยิบจับอาหารให้เด็กรับประทาน และรับประทานอาหารที่สุก สะอาด ปรุงใหม่ๆ ไม่มีแมลงวันตอม และดื่มน้ำสะอาด โรคอีสุกอีใส เป็นโรคติดต่อที่พบได้บ่อยในเด็ก ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัสวาริเซลลา-ซอสเตอร์ โดยทั่วไปจะพบอัตราการป่วยได้สูงสุดในกลุ่มอายุ 5-9 ปี รองลงมาคือ 0-4 ปี, 10-14...

โรคหน้าร้อนในเด็ก ไม่ยากเกินจะรับมือ  หน้าร้อนมาเยือนแล้ว อุณหภูมิความร้อนสูงขึ้นๆ เชื้อโรคหน้าร้อนแสนจะเบิกบานใจและพร้อมจะมาเยี่ยมเยือนเด็กๆ และครอบครัวคุณเสมอหากไม่ระมัดระวังดูแลสุขภาพให้ดี และพอเจ็บป่วยขึ้นมาทีบวกกับความร้อนที่ทำให้ร่างกายเสียเหงื่อ เสียน้ำมาก ยิ่งทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย อาการที่เป็นจึงดูเหมือนจะหนักหนาไปกันใหญ่               ทั้งที่โรคในหน้าร้อน เมื่อเป็นแล้วหากรู้โดยเร็ว คุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครองสามารถดูแลเบื้องต้นได้เอง               เรามาทบทวนโรคหน้าร้อนในเด็ก วิธีรับมือ และการสังเกตความรุนแรงของอาการไปพร้อม ๆ กันโดยนายแพทย์พรเทพ สวนดอก กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาโรคติดเชื้อ ยินดีให้ข้อมูลในครั้งนี้               โรคในเด็กที่พบบ่อยในช่วงอากาศร้อน แบ่งตามอาการแสดงตามระบบของร่างกายได้แก่ ระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ และโรคพิษสุนัขบ้า โรคอุจจาระร่วงและอาหารเป็นพิษ : เกิดได้ทั้งจากเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย หรือเกิดจากอาหารปนเปื้อนไม่สะอาดมีการติดเชื้อเกิดขึ้น โรคอุจจาระร่วงมักเกิดในเด็กเล็ก ส่วนอาหารเป็นพิษมักระบาดในกลุ่มเด็กวัยเรียนและเด็กโต   อาการ ปวดท้องแบบปวดเกร็งในท้อง อาเจียน ถ่ายเหลวเป็นน้ำ ถ้ารุนแรงจะถ่ายเป็นมูกเลือดได้ มีไข้ต่ำ ๆ หากมีการถ่ายเป็นมูกเลือด (เป็นอาการในกลุ่มโรคบิด) ถือว่าเป็นอาการรุนแรง เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย อาจต้องกินยาฆ่าเชื้อ จึงควรรีบมาพบแพทย์   การดูแลอาการ / รักษา ให้กินน้ำเกลือแร่ เพื่อชดเชยภาวะขาดน้ำและเกลือแร่ รักษาตามอาการ เช่น ยาลดอาการอาเจียนและปวดท้อง เด็กเล็กควรงดนมก่อน และกินน้ำเกลือแร่จนกว่าอาการถ่ายเหลวหยุดแล้วจึงกลับมากินนมและอาหารปกติ การป้องกัน ดูแลเรื่องความสะอาดของอาหารและน้ำ...

โรคมือเท้าปาก มีอาการอย่างไร และวิธีป้องกันโรคมือเท้าปาก โรคมือเท้าปาก เป็นโรคที่พบบ่อยในเด็ก ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี มักระบาดในช่วงหน้าฝน โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่มเอนเตอโรไวรัส ซึ่งมีหลายตัวที่ทำให้เกิดได้ โดยเชื้อที่รุนแรงที่สุด คือ เอนเตอโรไวรัส 71 หรือเรียกสั้นๆ ว่าเชื้อ อีวี71 ที่มีการระบาดรุนแรงในประเทศเพื่อนบ้านของเราก็เป็นเชื้ออีวี 71 นี่เอง ประเทศไทยเราก็พบเชื้ออีวี71 ร่วมกับเอนเตอโรไวรัสตัวอื่นๆด้วย  แต่ส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์ที่ไม่ค่อยรุนแรง อาการของโรคมือเท้าปาก เด็กที่เป็นโรคมือ-เท้า-ปากมักเริ่มด้วยอาการไข้ เจ็บปาก กินอะไรไม่ค่อยได้ น้ำลายไหล เพราะมีแผลในปากเหมือนแผลร้อนใน และมีผื่นเป็นจุดแดง หรือเป็นตุ่มน้ำใสขึ้นบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า และอาจมีตามลำตัว แขน ขาได้ ผู้ป่วยมักมีอาการมากอยู่ 2-3 วัน จากนั้นจะค่อยๆ ดีขึ้นจนหายใน 1 สัปดาห์ ส่วนใหญ่มีอาการไม่มาก แต่บางรายมีอาการมากจนกินอาหารและน้ำไม่ได้ โดยปกติโรคนี้ไม่น่ากลัว และหายเองโดยไม่มีปัญหา แต่อาจมีโอกาสเล็กน้อยที่จะเกิดอาการรุนแรงหรือพบปัญหาแทรกซ้อนได้ โดยเฉพาะถ้าเกิดจากเชื้ออีวี 71...

ทำไมเด็กขี้สงสัย? เพราะอะไรลูกถึงเป็นเจ้าหนูจำไม? “พ่อครับ ทำไมฝนถึงตก” “แม่จ๋า หนูเกิดมาจากไหน” คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกวัยช่างเจรจา (โดยเฉพาะเด็กอนุบาล) คงเจอการยิงคำถามรัวๆ จากลูกกันมาแล้วทั้งนั้น บางครั้งการตั้งคำถามของลูกอาจทำให้เราปวดหัว ทั้งคำถามที่ยากระดับปริญญาโท หรือคำถามชวนอึกอักที่มาในเวลา น่าอาย แต่ทราบไหมคะว่าความอยากรู้อยากเห็นของเด็กนั้นมีประโยชน์กว่าที่เราคิด วันนี้ My Honey Bun เลยมีคำแนะนำในการรับมือกับเด็กขี้สงสัย รวมทั้งการปลูกฝังนิสัยช่างซักถามเพื่อกระตุ้นพัฒนาการของลูกด้วย นอกจากนี้ การตั้งคำถามของเด็กยังเป็นส่วนหนึ่งในพัฒนาการของเค้าด้วย เพราะการที่เด็กขี้สงสัยก็เท่ากับว่าเด็กสนใจความเป็นไปของสิ่งรอบตัว และมีระบบการคิดที่ต้องตั้งคำถามเพื่อหาคำตอบ ยิ่งไปกว่านั้น การตั้งคำถามยังช่วยให้เด็กได้พัฒนาระบบการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล มีทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking)1 ทั้งยังส่งเสริมให้ลูกมีนิสัยเป็นคนใฝ่รู้ ซึ่งจะมีผลอย่างมากต่อการเรียนรู้ในห้องเรียนของลูก2 พ่อแม่จึงควรเห็นความสำคัญของการตั้งคำถามของเด็ก พร้อมช่วยตอบคำถามและกระตุ้นให้ลูกเป็น “เด็กขี้สงสัย” เพื่อประโยชน์กับตัวเค้าเองค่ะ เห็นความสำคัญของการตั้งคำถามของลูก การทำความเข้าใจถึงประโยชน์ที่ลูกได้จากการตั้งคำถาม จะช่วยเปลี่ยนทัศนคติจากเดิมที่เราอาจรู้สึกเหนื่อยหรือรำคาญที่ต้องมาคอยตอบทุกคำถามของลูก โดยเมื่อลูกสงสัยอะไร พ่อแม่ไม่ควรแสดงท่าทีหงุดหงิดหรือต่อว่าลูก เพราะการปล่อยให้เด็กขี้สงสัย รู้จักตั้งคำถาม และแสดงความสนใจในคำถามที่เค้ามี จะปลูกฝังให้ลูกมีวิธีการคิดที่เป็นระบบ ซึ่งนี่ยังเป็นขั้นตอนแรกของการคิดในเชิงวิทยาศาสตร์ที่สร้างความก้าวหน้าต่อโลกของเราอีกด้วย ...

วิธีควบคุมอารมณ์เด็กที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง ขึ้นชื่อว่าเด็กแล้ว แต่ละคนล้วนมีพฤติกรรมการและพัฒนาการที่แตกต่างกัน หากเป็นพฤติกรรมปกติทั่วไปก็ไม่น่าห่วง แต่เด็กที่มีพฤติกรรมรุนแรงก้าวร้าว ชอบทำลายข้าวของ ทำร้ายร่างกายผู้อื่นรวมถึงตนเอง จัดว่าเป็นอาการที่น่าเป็นห่วง พ่อแม่ผู้ปกครองควรเฝ้าดูลูกน้อยของท่านว่าเขาเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งปกติแล้วการก้าวร้าวนี้จัดว่าเป็นเรื่องปกติของเด็ก แต่ถ้าหากมากเกินไปก็ต้องช่วยกันแก้ไข สาเหตุที่ก่อให้เกิดพฤติกรรมก้าวร้าวเกิดจากหลายปัจจัย ดังนี้ – เกิดจากพฤติกรรมตามวัย ในเด็กเล็กอายุ 2-5 ปี จะยังไม่มีพัฒนาการทางอารมณ์ ขาดการควบคุม เอาแต่ใจตนเอง จึงทำให้เกิดการแสดงออกที่ก้าวร้าวออกมาในบางครั้ง เช่น ร้องไห้เสียงดังเมื่อไม่ได้ของเล่น ตีคนที่เข้าใกล้แม่เพราะหวง เป็นต้น กรณีนี้พ่อแม่ผู้ปกครองต้องช่วยกันสอนและปรับอารมณ์ให้เขาอารมณ์เย็นขึ้น – เกิดจากภาวะบกพร่องทางสมองและร่างกาย มีความผิดปกติในส่วนของสมองที่ส่งผลให้ส่วนที่ทำหน้าที่ควบคุมอารมณ์ ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมที่ก้าวร้าวรุนแรง เช่น เด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้น จะไม่สามารถอยู่นิ่ง ๆ ได้ เมื่อไม่ได้ดั่งใจจะแสดงออกทางอารมณ์อย่างรุนแรง ทั้งทำลายข้าวของและทำร้ายผู้อื่น นอกจากนั้นยังเกิดจากภาวะความไม่สมบูรณ์ต่าง ๆ เช่น เด็กที่เป็นโรคลมชัก ออทิสติก พิการทางปัญญา ตลอดจนการที่ได้รับสารเสพติดมากระตุ้นสมองก็ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมรุนแรงได้ – เกิดจากสภาวะจิตใจ เกิดได้ทั้งวัยเด็กจนไปถึงวัยรุ่น เนื่องจากมีเรื่องให้กังวล เครียด ด้วยความที่ยังเป็นเด็กทำให้ขาดวุฒิภาวะทางอารมณ์ ทำให้ต้องระบายออกด้วยคำพูดหรือการกระทำที่รุนแรง –...