สาระเด็ก เพลงเด็ก แฟชั่นเด็ก

7 วิธีสังเกตตุ่มตามตัวเมื่อ ลูกโดนแมลงกัด เป็นสัตว์มีพิษชนิดหนึ่งที่หากินในช่วงกลางคืน ส่วนใหญ่พบได้ตามกองไม้ และรูในดิน โดยจัดเป็นสัตว์ชนิดผู้ล่าประเภทหนึ่งซึ่งมีพิษอันตรายเป็นอย่างมาก พิษของแมงป่องนั้นประกอบด้วยเอนไซม์ที่มีผลในการทำลายเนื้อเยื่อ รวมถึงมีฤทธิ์ต่อระบบประสาท ดังนั้นเมื่อถูกแมงป่องกัดแล้ว จะส่งผลให้มีอาการปวดชา เกิดแผลบวมพอง หรือเป็นตุ่มแดง ๆ รวมทั้งอาการคันร่วมด้วย นอกจากนี้ถ้าโดนพิษในปริมาณมากอาจส่งผลให้ชีพจรเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง รวมทั้งกล้ามเนื้อผิดปกติด้วย ถ้าได้รับการรักษาไม่ทันเวลาอาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้เลยทีเดียว อาการโดยทั่วไป แบ่งตามระดับความรุนแรง ดังนี้ 1. เกิดแผล บวมพองหรือเป็นตุ่มแดงบริเวณที่ถูกต่อย พร้อมกับอาการคัน ปวดตามมาหลังการต่อยครึ่งถึง 1 ชั่วโมง 2. บางชนิดมีพิษที่รุนแรงเพิ่มขึ้นอาจทำให้เกิดอาการปวดแสบไปทั่วอวัยวะข้างเคียงบริเวณจุดที่ต่อย ร่วมด้วยมีชีพจรเต้นเร็ว และความดันโลหิตสูงขึ้น 3. มีอาการผิดปกติของกล้ามเนื้อ เช่น กระกระตุก การชา เป็นต้น 4. ในส่วนของพิษแมงป่องชนิดร้ายแรงจะมีลักษณะแผลที่ถูกต่อยเหมือนข้างต้น ตามมาด้วยระบบการทำงานของร่างกายมีความผิดปกติ อาจมีอาการชัก และเสียชีวิตตามมาหากรักษาไม่ทัน เช่น ในสายพันธุ์ Centruroides exilicauda ในสหรัฐอเมริกา วิธีการปฐมพยาบาล สำหรับผู้ป่วยที่ถูกต่อยด้วยพิษในระดับ 1...

10 เคล็ดลับ แก้ปัญหา ลูกวัยเตาะแตะ หลับยาก แก้ปัญหา ลูกวัยเตาะแตะ หลับยาก การที่ลูกของคุณพ่อคุณแม่มักร้องไห้โยเยตอนกลางคืนจนทำเอาแทบไม่ได้นอน อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ปวดเหงือกเพราะฟันกำลังขึ้น ปวดหูเพราะหูอักเสบ หรือไม่ลูกก็อาจกลัวความมืด กลัวการอยู่คนเดียว เป็นต้น แต่ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไร ปัญหาลูกนอนไม่หลับนั้นไม่เป็นผลดีต่อทั้งตัวลูก ตัวคุณพ่อคุณแม่ และทุกคนในครอบครัวเลย!   เด็กหลับยากเป็นปัญหาที่พบกันบ่อย คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรกังวลจนเกินไป แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรปล่อยปละละเลยไปเฉยๆ เพราะการนอนเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับเด็กวัยหัดเดิน ลูกควรนอนหลับให้ได้วันละ 12 ชั่วโมง ถ้านอนไม่พออาจส่งผลให้เป็นโรคเรื้อรังอื่นๆ ได้ง่ายในภายหลัง มาดูปัญหาการนอนแบบต่าง ๆ ของเด็กวัยเตาะแตะ พร้อมวิธีแก้ไขกันเลยค่ะ 1. ไม่ยอมเข้านอน เด็กส่วนใหญ่ชอบเล่นสนุกและมักฝืนไม่ยอมนอนเพราะยังอยากเล่นต่อทั้งวันทั้ังคืน ทั้งนี้เพราะเด็กวัยเตาะแตะยังไม่โตพอจะรับรู้ว่าร่างกายจำเป็นต้องพักผ่อน บางครั้งเด็กน้อยจะฝืนถ่างตาต่อสู้กับความง่วงจนร้องไห้ไม่หยุด และบางครั้งลูกอาจอยากทดสอบอำนาจการควบคุมคนอื่น การดื้อแพ่งไม่ยอมเข้านอนเป็นวิธีหนึ่งที่ทำได้โดยง่าย แก้ปัญหา ลูกวัยเตาะแตะ หลับยาก  วิธีแก้ไข อย่างแรกเลย อย่ายอมทำตามที่เจ้าตัวเล็กต้องการ เพราะการยอมตามใจมากไปจะทำให้เด็กเข้าใจเรื่องอำนาจและขอบเขตแบบผิด ๆ ถ้าถึงเวลานอนแล้วแต่ลูกบอกจะเล่นต่อ คุณพ่อคุณแม่ควรพูดต่อรองกับลูก เช่น “แม่ให้เล่นต่ออีก...

เทคนิค “จับ-จด” เปลี่ยนชีวิต สร้างนิสัยรู้จักคิด หยุดวิกฤติลูกงอแงร้องซื้อของเล่นได้ผลชะงัด! ลูกร้องซื้อของเล่น …เพราะเด็กๆ กับของเล่นเป็นของคู่กันเพราะงานหลักของเด็กคือการเล่นและการเล่นคือการเรียนรู้ …ซึ่งถ้าคุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกเล่น แต่ไม่อยากซื้อของเล่นให้ลูกจะทำอย่างไร? ไม่อยากให้ลูกฟุ่มเฟือยจะทำอย่างไร? และของเล่นลูกต้องเยอะแค่ไหนถึงจะพอ? จริงอยู่ว่าสำหรับเด็กๆ แล้วการเล่นนั้นมีประโยชน์มากมาย เพราะจะช่วยส่งเสริมพัฒนาการเด็กรอบด้านไม่ว่าจะเป็นพัฒนาการด้านร่างกายอารมณ์จิตใจสังคมภาษากระบวนการรู้คิดและทักษะสมอง EF แต่การเล่นก็อาจเสริมสร้างนิสัยที่ไม่เหมาะสมได้เช่นกันหากเรามองข้ามเรื่องการสอนวินัยกฎกติกาและมารยาทให้กับลูก โดยปกติ เวลาเด็กส่วนใหญ่เจอของเล่นก็อยากได้เป็นธรรมดา พฤติกรรมที่เด็กเรียกร้องแล้วร้องไห้ลงไปนอนดิ้นกับพื้นแล้วกรี๊ดก็พบเห็นได้บ่อย คำถามก็คือแล้วทำไมลูกของเราถึงมีพฤติกรรมเช่นนี้ ผู้เป็นพ่อแม่ต้องมองย้อนกลับมาดูว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาที่ทำให้ลูกมีพฤติกรรมเหล่านี้หรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่พ่อแม่ที่มีลูกน้อยมีพฤติกรรมแบบนี้ มักเกิดคำถามว่าทำไมลูกเราถึงเป็นแบบนี้ และพยายามหาวิธีจัดการแก้ปัญหา หรือปรับพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของลูกออกไปให้ได้ แต่คุณพ่อคุณแม่ควรเปลี่ยนวิธีคิด จากที่ว่าจะจัดการพฤติกรรมของลูกอย่างไร มาเป็นการปรับพฤติกรรมของตัวเราเองกันก่อน ดังนี้ 1. ตรวจสอบตัวเอง พ่อแม่ต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า เราเป็นพ่อแม่ที่มักจะตามใจลูกอยู่เสมอหรือไม่ ลูกอยากได้อะไรก็ไม่ค่อยขัด ถ้าใช่แล้วล่ะก็ต้องปรับตัวเองก่อนว่าจากนี้ไปจะไม่ตามใจลูกพร่ำเพรื่อ ควรจะมีขอบเขตบ้าง บางอย่างก็ต้องขัดใจบ้าง แต่เวลาขัดใจต้องอธิบายให้ลูกฟังด้วยว่าเพราะอะไร เช่น ของเล่นชนิดนี้หนูมีหลายชิ้นแล้ว หรือไม่ก็ต้องบอกว่าลูกมีของเล่นมากแล้ว เราลองเอาของเล่นที่มีอยู่มาปรับเปลี่ยนวิธีเล่น หรือพ่อแม่ก็สามารถร่วมเล่นกับลูกด้วย 2. ต้องใจแข็ง เวลาเจอเสียงร้องของลูก คนเป็นพ่อแม่มักทนไม่ได้ กลัวลูกไม่รักบ้าง กลัวลูกเสียใจ กลัวลูกไม่มีเหมือนคนอื่น กลัวลูกเสียงแหบ กลัวลูกจะกลายเป็นเด็กเจ้าอารมณ์ ฯลฯ...

การทานอาหารสำหรับแม่หลังคลอดที่ต้องให้นมลูก ในระยะให้นม คุณแม่หลังคลอดต้องระมัดระวังเรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษ เพราะอาหารที่คุณแม่รับประทานนั้นมีผลต่อลูกน้อยด้วย คำแนะนำต่อไปนี้จะช่วยให้คุณแม่รับประทานอาหารได้อย่างเหมาะสม เพื่อประโยชน์ต่อร่างกายคุณแม่และลูกน้อย การทานอาหารสำหรับแม่หลังคลอดที่ต้องให้นมลูก นอกจากในช่วงตั้งครรภ์ที่ลูกน้อยจะได้รับสารอาหารทั้งหมดที่คุณแม่รับประทานเข้าไปผ่านทางสายสะดือแล้ว ช่วงหลังคลอด ลูกน้อยก็ยังต้องได้รับสารอาหารที่คุณแม่รับประทานเข้าไปจากน้ำนมของคุณแม่นั่นเอง ระหว่างนี้คุณแม่หลังคลอดอาจต้องอดนอนอยู่บ่อย ๆ เนื่องจากต้องดูแลลูกน้อยกลางดึกและต้องนอนผิดเวลา ทำให้อาจละเลยเรื่องอาหารการกินไป ดังนั้นอาหารสำหรับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องให้นมลูกจึงต้องมีทั้งชนิดของสารอาหารที่ครบถ้วนและในปริมาณที่เพียงพอ เพื่อช่วยให้คุณแม่สามารถผลิตน้ำนมได้อย่างเพียงพอต่อความต้องการของลูกและยังมีคุณภาพ อีกทั้งการรับประทานอาหารที่ดีของคุณแม่นั้น ยังช่วยสร้างเสริมสุขภาพของตัวคุณแม่ และของลูกให้แข็งแรงสมบูรณ์อีกด้วยค่ะ คุณแม่หลังคลอดที่กังวลกับการลดน้ำหนักหลังคลอด และใช้วิธีลดน้ำหนักโดยการลดมื้ออาหารลงทำให้ร่างกายของคุณแม่ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ  ร่างกายจะดึงสารอาหารส่วนที่ขาดมาจากส่วนที่ร่างกายเก็บสะสมไว้ มาใช้เพื่อเติมเต็มให้กับน้ำนม แต่หากคุณแม่ได้รับสารอาหารไม่เพียงพออยู่เสมอ สารอาหารที่เก็บสะสมไว้ก็จะหมดไป ส่งผลให้ปริมาณของน้ำนมน้อยลงได้ ดังนั้นการรับประทานอาหารของคุณแม่หลังคลอดที่ต้องให้นมลูกจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากค่ะ กระทรวงสาธารณสุขได้แนะนำให้คุณแม่ทุกคนเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวจนถึงอายุ 6 เดือน ก่อนจะให้ลูกเริ่มทานอาหารเสริมอื่น ๆ ดังนั้นในระยะที่คุณแม่หลังคลอดต้องให้นมบุตร คุณแม่จึงต้องได้รับสารอาหารที่ลูกต้องการอย่างครบถ้วน เพื่อให้สารอาหารที่มีประโยชน์เหล่านั้นไปอยู่ในน้ำนมของคุณแม่ คุณแม่จึงต้องคำนึงถึงสารอาหารที่ให้พลังงาน คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามินและเกลือแร่ อย่างครบถ้วน เพราะจะส่งผลไปถึงลูกน้อยโดยตรงค่ะ สำหรับคุณแม่ที่น้ำนมยังไม่มา หรือ มาน้อยก็ยังไม่ต้องเป็นกังวลไปนะคะ ให้ดื่มน้ำเยอะๆ หาอาหารที่ช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำนมอย่างเช่น แกงเลียง น้ำหัวปลี ขิง อินทผลัม มาทานก็สามารถช่วยให้คุณแม่มีปริมาณน้ำนมมากขึ้นได้ค่ะ แต่หากไม่สะดวกในการเตรียมทำเอง...

5 อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับเด็กอายุ ต่ำกว่า 2 ขวบ การให้อาหารเสริมครั้งแรกของลูกตอน 6 เดือน เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นอีกอย่างหนึ่งสำหรับคุณแม่ ในช่วงขวบปีแรกคุณแม่ต้องฝึกเรื่องทำอาหารให้เหมาะสมกับวัยของลูก เพราะเด็กในวัยนี้ จะกระหายในรสชาติที่แตกต่างจากนม ที่ต้องกินมาตลอด 6 เดือน ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้ อาหาร 5 อย่างนี้เป็นอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี เพราะร่างกายของเด็กในช่วงวัยนี้ยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ 5 อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับเด็กอายุ ต่ำกว่า 2 ขวบ 1. เกลือ หรือ อาหารที่มีรสเค็ม สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี ไม่แนะนำให้ใช้เกลือในการปรุงอาหาร เพราะเด็กในวัยนี้ไตกำลังพัฒนา และไตนั้นยังไม่พร้อมสำหรับกรองอาหารที่มีรถเค็มมากเกินไป ในการปรุงอาหารให้ลูกจะมีส่วนผสมอื่น ๆ เช่น ผัก เนื้อสัตว์ หรือสมุนไพรต่าง ๆ ที่ทำให้รสชาติดีอยู่แล้วโดยไม่ต้องใช้เกลือเป็นเครื่องปรุงเลยค่ะ 2. น้ำตาล หรือ อาหารที่มีความหวาน สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 2...

ให้ลูกกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้หรือไม่ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไป ใน 1 ซอง หรือ 1 ถ้วย จะประกอบไปด้วย  เส้นบะหมี่  ซองเครื่องปรุง และบางครั้งอาจมีผักและเนื้อสัตว์บ้างเล็กน้อย  เราจะแยกส่วนประกอบภายในซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนั้นดูค่ะ ว่ามีสารอาหารอะไรบ้าง?   บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีสารอาหารอะไรบ้าง   เส้นบะหมี่  ที่มีสีเหลืองกรอบนั้นแน่นอนค่ะทำมาจากแป้งซึ่งเป็นสารอาหารที่ให้พลังงาน ร่างกายมีความจำเป็นต้องใช้ แต่นอกเหนือจากแป้งแล้ว ในเส้นบะหมี่ยังมีน้ำมันเป็นส่วนประกอบอีกด้วยค่ะ เพราะกระบวนการผลิตเส้นบะหมี่นั้น ส่วนใหญ่จะใช้การทอดเส้น มีเพียงไม่กี่ยี่ห้อที่จะพบว่าใช้วิธีการอบ ดังนั้น เส้นบะหมี่จึงมีน้ำมันปาล์มเป็นส่วนประกอบด้วย  นอกจากนี้โปตัสเซียมคาร์บอเนตซึ่งทำให้เส้นบะหมี่มีสีเหลืองอ่อน ๆ น่ารับประทาน ทำให้เส้นเหนียวนุ่มไม่เละง่ายเมื่อถูกน้ำร้อน แต่ไม่มีคุณค่าทางอาหารและถือว่าไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย   เครื่องปรุงรส ในซองบะหมี่ถือว่าเป็นสิ่งที่อันตรายมากที่สุดค่ะ เพราะมีผงชูรสและโซเดี่ยมในปริมาณที่ค่อนข้างสูงหากรับประทานในปริมาณมากๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ไตวาย และโรคอัมพาตได้ ผักและเนื้อสัตว์แห้ง ถ้าเทียบกับปริมาณที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวันแล้ว ในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถ้วยนั้น มีปริมาณเนื้อสัตว์และผักที่น้อยมากๆค่ะ เรียกได้ว่าร่างกายแทบจะไม่รู้สึกเลยว่าได้รับโปรตีนและเกลือแร่จากการรับประทานผักและเนื้อสัตว์ในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถ้วยนั้นไป   การให้เด็กรับประทานบะหมี่สำเร็จรูปบ้างเป็นครั้งคราวก็ไม่ได้มีข้อห้ามแต่อย่างใด ควรให้ลูกทานเฉพาะเส้นลวกสุก ใส่น้ำซุป เติมไข่...

หน้าร้อนกับสุขภาพของลูกน้อยที่ต้องระวังเป็นพิเศษ! อากาศร้อนๆในบ้านเรามักจะทำให้เด็กๆเจ็บป่วยและไม่สบายกันได้ง่าย เพราะออกไปทางไหนก็ร้อน สิ่งที่น่าเป็นห่วงสำหรับเด็กในหน้าร้อนนี้มีอะไรกันบ้างดูได้ดังนี้ค่ะ 1.  ผดผื่นหน้าร้อน อาการนี้มักจะเกิดตามจุดอับต่างๆในร่างกายของเด็กๆ เด็กๆจะมีอาการคันเนื่องจากการเสียดสี เพราะเหงื่อที่ออกง่าย คุณแม่จะสังเกตเห็นได้ว่าลูกเป็นผื่นเล็กๆขึ้นตามจุดต่างๆนั่นเองค่ะ คุณแม่สามารถป้องกันและรักษาอาการแบบนี้ได้โดยการอาบน้ำให้ลูกบ่อยๆ ใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดีเนื้อผ้าบางๆ และควรตัดเล็บลูกให้สั้นไม่ให้เกาในจุดที่มีอาการคันเพราะอาจเกิดการติดเชื้อได้ค่ะ 2.  ท้องร่วงเนื่องจากอาหารเป็นพิษ ถ้าอากาศร้อนมากเกินไปอาหารบางอย่างจะเน่าเสียได้ง่ายหากไม่ระมัดระวังเรื่องความสะอาดให้ดี ลูกอาจท้องเสียได้แน่นอนค่ะ คุณแม่ป้องกันอาการท้องร่วงได้จากการทำอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆให้ลูกทาน หรือหาฝามาปิดคลุมอาหารไว้ไม่ให้แมลงวันตอม หรือ แช่อาหารไว้ในตู้เย็นเมื่อจะกินก็นำมาอุ่นให้ลูกทานได้ค่ะ และเน้นให้ลูกกินพวกผักสดและผลไม้สดจะดีที่สุดค่ะ 3.  เป็นลมแดด อาการเป็นลมแดดเกิดขึ้นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เนื่องจากการปรับระดับความร้อนในร่างกายไม่ทัน อาการที่บอกว่าลูกเป็นลมแดดคือ คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย ไม่มีแรง เป็นตะคริว มีไข้ต่ำๆ(ถ้ามีไข้สูงๆระวังให้ดีลูกอาจเกิดอาการชักได้)คุณแม่สามารถดูแลลูกๆได้ด้วยการไม่ปล่อยให้ลูกเล่นกลางแดดนานๆ ให้กินน้ำบ่อยๆทดแทนการเสียน้ำในร่างกาย เพื่อไม่ให้เกิดภาวะขาดน้ำค่ะ 4.  การจมน้ำ เด็กไทยจมน้ำเสียชีวิตเพิ่มขึ้นทุกปี เนื่องจากอากาศที่ร้อน ทำให้เด็กต้องการจะลงไปเล่นน้ำบ่อยๆ เพื่อป้องกันปัญหานี้ คุณแม่ไม่ควรปล่อยให้ลูกคลาดสายตา เมื่อพาไปเล่นน้ำ หรือ เมื่อลูกขอออกไปเล่นนอกบ้านกับเพื่อน และควรจะสอนลูกในเรื่องการช่วยเหลือตัวเอง และสอนไม่ให้ลูกลงเล่นน้ำที่ไหนเด็ดขาดหากไม่มีผู้ใหญ่คอยดูแลอย่างใกล้ชิดค่ะ ทั้ง 4 เรื่องนี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับเด็กๆบ่อยมากที่สุดในช่วงหน้าร้อน แต่ถ้าคุณแม่หาวิธีป้องกันไว้ก่อน หรือ ดูแลเรื่องสุขภาพอย่างถูกวิธี ในช่วงอากาศร้อนๆนี้ก็อาจช่วยลดความเสี่ยงต่อลูกๆได้ค่ะ...

ท่อน้ำตาอุดตันในเด็ก พ่อแม่ต้องสังเกตหาก ทารกตาแฉะ ขี้ตาเยอะ น้ำตาไหลตลอดเวลา เด็กทารกแรกคลอด หรือเด็กในช่วงอายุ 1 – 3 เดือนแรก มีอาการตาแฉะ ขี้ตาเยอะ น้ำตาไหลตลอดเวลา โดยที่ไม่ได้ร้องไห้ ถ้าเป็นแบบนี้แสดงว่าลูกมีอาการท่อน้ำตาอุดตันแล้วนะคะ ภาวะท่อน้ำตาอุดตันในเด็ก เป็นการอุดตันของท่อน้ำตาบริเวณปลายท่อที่เปิดสู่โพรงจมูก ซึ่งโดยปกติแล้วในเด็กแรกเกิดจะมีเยื่อบาง ๆ ปิดอยู่ที่ปลายท่อน้ำตา และเยื่อนี้จะหายไปเองเมื่ออายุประมาณ 1 เดือน แต่ยังมีส่วนน้อยที่เยื่อไม่หลุดออกไป ทำให้เกิดการอุดตันที่ปลายท่อน้ำตา หรือในทารกแรกเกิดบางรายอาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียขณะคลอด ทำให้เกิดการอักเสบขอบเยื่อบุตาจนมีขี้ตาลงไปอุดก็เป็นได้ ภาวะท่อน้ำตาอุดตันในเด็ก เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในเด็กทารกอาจจะเป็นแค่ข้างเดียวหรือทั้งสองข้างก็ได้ โดยปกติเด็กทารกที่มีอาการนี้สามารถหายได้เองภายใน 2-3 เดือน หลังคลอด แต่ในบางคนที่ไม่หายก็ต้องได้รับการรักษา อาการของท่อน้ำตาอุดตันในเด็ก ท่อน้ำตาอุดตัน คุณแม่ต้องสังเกตให้ดีว่าลูกมีอาการเหล่านี้หรือไม่ 1. ลูกมีน้ำตาคลอ หรือ มีน้ำตาไหลตลอดเวลา แต่ไม่ได้ร้องไห้ 2. มีอาการตาแดง มีการอักเสบ มีขี้ตาหรือมีหนองบริเวณรอบตา เปลือกตาบวมแดงไม่มากนัก อาการนี้มักเป็นตั้งแต่แรก 3. หากมีการสะสมของขี้ตา และเชื้อโรคมาก ๆ เข้าไปในถุงน้ำตาก็อาจจะทำให้อักเสบเป็นฝีบริเวณถุงน้ำตาได้ การดูแลลูกน้อยเมื่อมีอาการตาแฉะ เน้นเรื่องการทำความสะอาดบริเวณดวงตาของลูกน้อย หลังอาบน้ำ ให้ใช้สำลีชุบน้ำอุ่นที่ต้มสุก เช็ดตาข้างที่มีขี้ตาเบา ๆ โดยเช็ดจากหัวตาไปหางตา...

เปลี่ยนความคิด! เลี้ยงลูกชายต้องสอนให้อดทน เลี้ยงลูกสาวให้อ่อนโยน จากผลงานวิจัยพบว่า เมื่อคุณมีลูกชาย คุณไม่จำเป็นต้องเลี้ยงเขาให้แข็งแกร่งเสมอไป อย่าไปคิดว่าเด็กผู้ชายต้องอึด ต้องอดทน แต่กับลูกสาวคุณเลือกที่จะทะนุถนอม อ่อนโยน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะไม่ว่าจะเป็น ลูกชาย หรือลูกสาว คุณควรเลี้ยงในมาตรฐานเดียวกันจะทำให้เด็กได้ดีกว่า ถ้าเลี้ยงต่างกันจะส่งผลเสียต่อพัฒนาการและทำให้เด็กเกเรได้.. คุณไม่จำเป็นต้องเลี้ยงลูกชายแบบหักดิบ ถ้าลูกร้องไห้คุณสามารถปลอบโยน หรือกอดไว้ได้ เพราะถ้าคุณไม่สนใจปล่อยให้ร้องไห้ด้วยการไม่มีเหตุผลอาจส่งผลเสียโดยที่คุณคาดไม่ถึง เพราะการเลี้ยงลูกด้วยความแตกต่างของเพศจะทำให้เด็กเกิดความเครียด ส่งผลให้พัฒนาการของเด็กไปในทางที่ไม่ดี ในทางกายภาพแล้วเด็กผู้ชายจะพูด เดิน และพัฒนาทางร่างกายช้ากว่าเด็กผู้หญิงอยู่แล้ว ถ้าโดนกระตุ้นด้วยการเลี้ยงแบบผิด ๆ จะยิ่งทำให้เด็กเครียดเกิดความรู้สึกสับสน พัฒนาการก็ช้าลง ดูง่าย ๆ จากการที่เด็กชายหญิงอายุ 6 เดือนการตอบสนองและพัฒนาการจะต่างกัน เด็กหญิงจะตอบสนองได้เร็วกว่า คุณพ่อคุณแม่ หรือ บ้านไหนที่มีทั้งลูกชายและลูกสาว ควรเปลี่ยนความคิด และวิธีการเลี้ยงลูกดังนี้ 1. เด็กผู้ชายไม่จำเป็นจะต้องได้รับความรัก ความอ่อนโยน น้อยกว่าเด็กผู้หญิง เพราะไม่ว่าจะเป็นเด็กทารก เด็กเล็กทุกเพศควรได้รับความรักแบบเท่าเทียมกัน 2. ควรสัมผัสลูกด้วยการกอด จริง ๆ แล้ว...

ลูกเป็นเด็กขี้อาย ขาดความมั่นใจในตัวเอง ทำยังไงดี? ลูกเป็นเด็กขี้อาย ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะเด็กยังมีวุฒิภาวะไม่มากเท่าผู้ใหญ่ ขนาดผู้ใหญ่บางคนยังขี้อาย นั่นเป็นเพราะธรรมชาติของมนุษย์ มักจะมีความขี้อาย หรือ ไม่ค่อยแสดงออกกับการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ที่เกินขึ้น เด็กขี้อาย จะมีอาการหลายอย่าง เช่น หลบหลังพ่อแม่ ให้อุ้ม กัดนิ้ว ก้มหน้า เป็นต้น อาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นตอนเจอกับคนแปลกหน้า หรือ คนหมู่มาก ที่พุ่งความสนใจกับตัวลูก ยิ่งเป็นเด็กที่ไม่ค่อยได้ออกไปไหนจะยิ่งเป็นเด็กขี้อาย หรือเด็กที่พ่อแม่เลี้ยงเองตลอดมักจะติดอยู่กับพ่อแม่มากกว่าและขี้อายมากกว่าเด็กทั่วไปค่ะ ลูกเป็นเด็กขี้อาย ลองใช้วิธีเหล่านี้ดูค่ะ 1. สร้างความภาคภูมิใจให้กับลูก ชื่นชมลูกเมื่อลูกทำสิ่งที่ถูกต้อง แสดงออกให้ลูกเห็นถึงความจริงใจ ว่าเราชื่นชมเขาจริง ๆ กับสิ่งที่เขาทำถูกต้อง ถ้าเราสนับสนุนในสิ่งที่เขาทำถูกต้อง ลูกจะมั่นใจในตัวเอง อาการขี้อายจะค่อย ๆ หายไป 2. ยอมรับในตัวลูก ถ้าคุณยอมรับในตัวลูก ความเป็นตัวลูก ลูกจะกล้าพูดคุยและเปิดใจให้คุณ เมื่อคุณยอมรับฟังว่าลูกต้องการอะไร ลูกจะดีใจ และเปิดใจ ปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ...