สาระเด็ก เพลงเด็ก แฟชั่นเด็ก

WHO เตือน! อาหารทารก มีน้ำตาลสูงเกินไป เสี่ยงหลายโรคร้าย อาหารทารก สำเร็จรูปต่าง ๆ ที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไป หากสังเกตดี ๆ จะพบว่ามีน้ำตาลเป็นส่วนผสมในปริมาณที่สูงเกินไป องค์การอนามัยโลกจึงออกมาเตือนว่าอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ WHO เตือน! อาหารทารก มีน้ำตาลสูงเกินไป เสี่ยงหลายโรคร้าย เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2562 องค์การอนามัยโลก (WHO) เผยแพร่รายงานฉบับใหม่ ซึ่งระบุว่า อาหารทารก ตามท้องตลาดทั่วไปมีน้ำตาลเป็นส่วนผสมมากเกินไป ซึ่งอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ ข้อมูลดังกล่าวมาจากการตรวจสอบผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับทารกราว 8,000 รายการ ที่วางจำหน่ายระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2017 ถึงมกราคม 2018 โดยสำนักงานภูมิภาคยุโรปขององค์การฯ องค์การฯ ออกมาเตือนว่าระดับน้ำตาลที่สูงมากเกินไปในผลิตภัณฑ์อาหารเป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพ โดยเพิ่มความเสี่ยงต่อการมีน้ำหนักเกินและฟันผุ รวมถึงก่อให้เกิดนิสัยชื่นชอบการรับประทานอาหารรสหวานจัดในอนาคต รายงานระบุว่าราวครึ่งหนึ่งของผลิตภัณฑ์ที่ตรวจสอบ พบแคลอรี่มากกว่าร้อยละ 30 มาจากน้ำตาลทั้งหมด และประมาณ 1 ใน 3 ของผลิตภัณฑ์เติมน้ำตาลหรือสารให้ความหวานอื่น ๆ เพิ่มอีก การตรวจสอบดังกล่าวที่ครอบคลุมร้านค้ามากกว่า 500 แห่งในออสเตรีย บัลแกเรีย อิสราเอล และฮังการีนั้นยังพบว่าฉลากของผลิตภัณฑ์กว่าร้อยละ 60 อ้างว่าผลิตภัณฑ์เหมาะสมกับทารกที่มีอายุต่ำกว่า 6 เดือน ซึ่งสร้างความเข้าใจผิดแก่ผู้บริโภค องค์การฯ แนะนำว่าทารกควรบริโภคน้ำนมแม่เพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต รายงานยังแนะนำให้แต่ละประเทศออกกฎหมายใหม่เกี่ยวกับการควบคุมการบริโภคน้ำตาลปริมาณสูง ห้ามไม่ให้เติมน้ำตาลและสารให้ความหวานในอาหารทารก ยุติการส่งเสริมการบริโภคผลิตภัณฑ์อื่น ๆ แทนน้ำนมแม่ รวมทั้งติดฉลากบนลูกอม...

ลูกขี้ร้อน นอนเปิดพัดลม เสี่ยงปอดบวม หรือไม่? ลูกขี้ร้อน นอนเปิดพัดลม เสี่ยงปอดบวม ในเด็กทารกบางคนเป็นเด็กขี้ร้อนมาตั้งแต่เกิด เวลานอนแม่ต้องเปิดพัดลม เปิดแอร์ให้ตลอด แล้วยิ่งหน้าร้อนก็เพิ่มความร้อนอบอ้าวให้ลูกได้เหงื่อซึมอยู่ตลอด แบบนี้ต้องนอนเปิดพัดลมทุกวัน แล้วจะเสี่ยงป่วยไข้ได้หรือเปล่านะ เรามีคำตอบมาให้คุณแม่ได้คลายความกังวลใจกันค่ะ   ลูกขี้ร้อน นอนเปิดพัดลม เสี่ยงปอดบวม ได้หรือไม่? คุณแม่ที่ลูกไม่ได้ขี้ร้อนมาก อาจสงสัยว่าแล้วทำไมก็แค่เปิดพัดลมให้ลูก จะถึงขั้นปวดบวมได้เลยหรือ  เรื่องนร่มีอยู่ว่าคุณแม่ได้ส่งคำถามเข้ามาว่า   “ลูกอายุ 2 เดือน เป็นเด็กขี้ร้อนมาก มีเหงื่อเยอะ ตัวเหนียวต้องให้ใส่เสื้อผ้าบางๆ และเปิดพัดลมให้ตลอด จะเสี่ยงเป็น ปอดบวม หรือไม่ และถ้าไม่เปิดพัดลม จะแก้ปัญหาลูกขี้ร้อนอย่างไรดี?   จริงๆ การเปิดพัดลมไม่น่าจะทำให้ลูกป่วยได้ใช่ไหมคะ แต่ติดอยู่ตรงที่คุณแม่บอกว่าให้ลูกใส่เสื้อผ้าบางๆ ด้วยขณะที่เปิดพัดลมให้ ทีนี้เราก็ต้องไปดูว่าการเปิดพัดลมให้ลูกเล็กๆ แบบไหนถึงจะถูกต้อง และปลอดภัยต่อสุขภาพของลูกโดยเฉพาะกับเด็กวัยทารก ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรทำความเข้าใจกับโรคปอดบวมกันก่อนว่าแท้จริงแล้วอาการเป็นอย่างไร จะเกิดขึ้นเพราะเปิดพัดลมให้ลูกตลอดเวลาหรือเปล่า เรื่องนี้เรามีคำตอบจาก แพทย์หญิงสุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ กุมารแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านทารกแรกเกิด(1) ซึ่งคุณหมอได้อธิบายไว้ ตามนี้ค่ะ โรคปอดบวมหรือปอดอักเสบเป็นอย่างไร? โรคปอดบวม หรือปอดอักเสบ...

เบื้องหลังความเละ คือการเรียนรู้ พอเดินได้ปุ๊บ เจ้าหนูก็ตั้งหน้าตั้งตารื้อ ค้น ดึง แกะ เปิด เท จนข้าวของในบ้านรก เลอะเทอะ แถมหล่นเกลื่อนพื้นเป็นทาง ยังไม่พอ ขอสาวกระดาษทิชชูออกจากม้วนมากองเต็มพื้นด้วยอีกแน่ะ ฯลฯ คุณพ่อคุณแม่รู้หรือไม่ ขณะที่คุณกำลังเรียกให้เจ้าหนูหยุดมือ หรือกำลังควันออกหูกับผลงานของเจ้าแสบน้อย เด็กวัยนี้กำลังเรียนรู้บางอย่าง มาดูซิว่าลูกน้อยกำลังได้บทเรียนอะไร (บนความปวดหัวของคุณ) “โอ๊ยลูก เอาผ้าอ้อมไปละเลงเล่นเลอะเทอะไปหมดแล้ววว”บทเรียนของลูก : ของแข็งๆ ทำไมจู่ๆ นิ่มลงได้อะ แปลกจัง” ดร.คาร์ล่า ฮอร์วิซ ผู้อำนวยการศูนย์เดย์แคร์คาลวิน ฮิลล์ ของมหาวิทยาลัยเยลสหรัฐฯ อธิบายเรื่องการเล่นของสกปรกของเด็กวัยนี้ว่า เด็กๆ เรียนรู้สิ่งรอบตัวด้วยการสัมผัสและสำรวจ “การได้ใช้มือบีบ ขยำ ดึง ทึ้งสิ่งของต่างๆ จึงเป็นวิธีทำความเข้าใจสิ่งรอบตัวของเด็กๆ เขาละ” เด็กๆ จะได้รู้ว่า ของสกปรกนั้นเปลี่ยนแปลงรูปร่างไปได้อย่างคาดไม่ถึง โดยเฉพาะของที่ละเลงเล่นได้ ละลายได้ ขยายตัว แผ่กว้างได้...

เรื่องน่ารู้ “สุขภาพช่องปาก” ของเจ้าตัวเล็ก อาจเพราะเราคิดว่าแค่ฟันน้ำนมไม่เป็นไรหรอก หรืออาจคิดว่าวันหนึ่งๆเขาไม่ได้กินอะไรเยอะแบบเราหรอก คงไม่สกปรกเท่าไร ทันตแพทย์บอกว่า “การรักษาสุขภาพในช่องปากนั้นยิ่งเริ่มเร็วก็ยิ่งดี เป็นการป้องกันแบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุของฟันผุ และยังเป็นการลดความเสี่ยงไม่ให้เกิดการติดเชื้อภายในช่องปากด้วย” ฟันของลูกนั้นจะเริ่มแทงเหงือกขึ้นมาอย่างเร็วเมื่ออายุประมาณ 4 เดือน ฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่อย่าชะล่าใจ อย่าปล่อยให้เลยเถิดเชียว เพราะผลวิจัยระบุว่า เด็กที่ฟันผุตั้งแต่เด็กๆ นั้น ส่วนใหญ่ก็มักจะมีปัญหาในช่องปากเมื่อโตขึ้นด้วย รีบดูแลเสียแต่เนิ่นๆ • อย่าใช้ช้อนส้อมร่วมกัน โดยเฉพาะผู้ใหญ่ที่มีปัญหาฟันผุสามารถแพร่แบคทีเรียตัวร้ายได้ง่าย ใช้ช้อนกลางไปเลยไม่ต้องถาม • ไม่แชเชือนที่จะไปพบหมอฟัน ประมาณ 6 เดือนหลังจากมีฟันซี่แรกก็ควรได้รับคำแนะนำเรื่องสุขภาพในช่องปากแล้ว • แปรงสีฟันหัดใช้ไม่รีรอ ต้องเริ่มทันทีเมื่อมีฟันซี่แรกขึ้น เลือกแปรงเล็กๆ ขนนุ่มๆ จับถนัดมือ บวกกับยาสีฟันไม่มีฟลูออไรด์ แปรงประจำโดยเฉพาะก่อนเข้านอน เพราะเป็นเวลาที่น้ำลายจะน้อยลง คราบแบคทีเรียบนผิวฟันจึงทำอันตรายได้ง่าย  ...

ทารก ขอแค่นมแม่ ไม่ต้องให้ดื่มน้ำ ลูกสาวเพิ่งอายุครบเดือนได้ไม่นาน และให้ลูกกินนมแม่ แต่ดิฉันกังวลนิดหน่อยว่าลูกจะได้น้ำพอหรือเปล่า จะให้ลูกดื่มน้ำสะอาดเพิ่มเติมดีหรือไม่คะ   สิ่งที่ร่างกายน้อยๆ ต้องการมากที่สุดในตอนนี้ก็คือ น้ำนมของคุณนั่นเอง ทารกที่ดื่มนมแม่อย่างเดียวโดยไม่กินน้ำจะได้รับสารอาหารและของเหลวที่มากเพียงพอจนไม่จำเป็นต้องได้รับหรือเสนออะไรอื่นเพิ่มเติม นอกจากนี้มีข้อมูลอีก 2 – 3 อย่างเพื่อให้คุณเข้าใจเรื่องนี้ได้ดีขึ้น ข้อแรกคือการให้หนูน้อยดื่มน้ำ ซึ่งต้องดูดจากขวด โดยเฉพาะในช่วงแรกๆ ของการกินนมแม่จะทำลายความพยายามของหนูน้อยในการดูดนมแม่ เพราะการดูดขวดง่ายกว่าได้ปริมาณสิ่งที่กินมากกว่า เร็วกว่า ข้อต่อมาคือ การให้ทารกดื่มน้ำมากเกินไปอาจทำให้เลือดของเขาเจือจางลงได้ร่างกายเสียสมดุล เป็นอันตรายได้ กรณีนี้อาจเกิดกับเด็กที่กินนมผสม ซึ่งอาจทำให้ได้รับน้ำมากเกินไป อย่างไรก็ตาม ถ้าหากลูกของคุณมีอายุ 4 เดือนขึ้นไป คุณอาจจะให้เขาจิบน้ำในถ้วยใบเล็กๆ นอกจากนี้ เมื่อทารกเริ่มอาหารเสริมที่เนื้ออาหารหยาบมากขึ้นเขาจะดืื่มน้ำได้ในปริมาณที่มากขึ้น ทั้งเด็กที่กินนมแม่อยู่และเด็กที่กินนมผสม ...

ฝึกลูกน้อยใช้อุปกรณ์การกินอาหาร   ทักษะ เริ่มเมื่อไร ช่วยลูกได้อย่างไรบ้าง การใช้ช้อน-ส้อม สักขวบนิดๆ เด็กส่วนมากจะเริ่มต้นจากทดลองจับช้อน ถือส้อมแล้ว และจะสนใจมากกว่าการเคาะจาน ชามที่ใส่อาหารตรงหน้า กว่าลูกจะถือหรือจับช้อน-ส้อมได้ถนัด จนถึงเข้าใจว่า ช้อน-ส้อมใช้ทำอะไรได้บ้าง ก็ประมาณ 1 ขวบ 3 เดือน-ขวบครึ่ง จำเป็นต้องให้โอกาสลูกได้ฝึกมากๆ เพื่อกระตุ้นให้ลูกตั้งหลักจับวิธีใช้ได้ และเต็มใจที่จะหัดใช้อุปกรณ์นั้นในการกิน วิธีช่วยง่ายๆ คือ ช่วงแรกถ้าลูกตักอาหารคำไหน (หรือเกือบทุกคำ)ไม่เข้าปากก็อย่าได้กังวลไป อีกอย่าง คือ การเลือกขนาด ความนุ่ม-แข็งของวัสดุที่ใช้ทำช้อน-ส้อมให้พอเหมาะ ไม่ระคายเคืองในปาก และสีสันดึงดูดจะชักชวนให้ลูกอยากฝึกใช้ การเช็ดปาก-มือ ทารกวัยสัก 10 เดือนจะเริ่มเลียนแบบท่าทางเช็ดมือ-ปากได้ ส่วนอายุที่เริ่มเข้าใจได้ว่าเราใช้ผ้า/กระดาษเช็ดปาก-มือไปเพื่ออะไร และจะเช็ดตามที่คุณบอกได้ อยู่ระหว่าง 1 ขวบครึ่ง-2 ขวบ ไม่ยากอะไร ใช้กระดาษ/ผ้าเช็ดปาก-มือให้ลูกเห็น และทุกๆ มื้อก็บอกเพื่อเตือน แล้วเขาจะเรียนรู้ว่าพอเห็นปาก-มือ เปรอะเลอะก็ควรเช็ดให้สะอาดซะ หัดดูดหลอด ส่วนใหญ่เมื่ออายุประมาณ 1 ขวบ วิธีดื่มจะทำให้เลียนแบบค่อนข้างยาก จึงควรเริ่มต้นด้วยการดูดจากหลอดดีกว่า และให้ลูกใช้วิธีนี้ได้ไปจนกว่าจะรู้ว่าการดื่มทำอย่างไร คุณช่วยได้โดยเลือกหลอดที่ทรงตัวและคงทน...

ลูกเป็นหวัด มีน้ำมูก 5 วิธีรักษาแบบไม่ต้องพึ่งยา ลูกเป็นหวัด มีน้ำมูก อาการเจ็บป่วยของลูกส่วนใหญ่แล้วจะเห็นว่าป่วยเป็นหวัด คัดจมูก มีน้ำมูกกันบ่อย นั่นเพราะสภาพอากาศที่แปรปรวนบวกกับเป็นช่วงที่สภาพร่างกายอ่อนแอ แต่บางครั้ง ลูกน้อยเป็นหวัด มีน้ำมูก ไม่ถึงขั้นนอนซม จะสามารถดูแลรักษาบรรเทาแบบไม่ต้องใช้ยาปฎิชีวนะได้ไหม? เรามีเคล็ดลับในการดูแลสุขภาพลูกเมื่อเป็นหวัด ที่ไม่ต้องทานยามาฝากกันค่ะ   ลูกเป็นหวัด มีน้ำมูก –  โรคหวัดเกิดจากอะไร? เวลาที่เด็กๆ ไม่สบายด้วยอาการหวัด แต่ไม่ถึงขั้นต้องนอนซม ให้ยา ให้น้ำเกลือ เรียกว่าโรคไข้หวัดธรรมดา (Common Cold) ซึ่งเป็นจะเป็นกันมากและบ่อยประมาณปีละ 6-8 ครั้ง เนื่องจากเด็กเล็กๆ จะมีภูมิต้านทานโรคน้อย อย่างในเด็กอนุบาลเวลาที่อยู่โรงเรียนได้รับเชื้อจากเพื่อนๆ ที่ป่วยเป็นหวัด ก็จะทำให้ได้รับเชื้อหวัดกลับมาบ้านด้วย และไม่กี่วันลูกก็จะรู้สึกไม่สบายเนื้อตัว มีอาการตัวร้อนรุมๆ  ยิ่งโดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนและหน้าหนาว เด็กๆ จะป่วยเป็นหวัดกันมากกว่าปกติ   โรคหวัดเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ชนิดที่ทำให้เกิดการอักเสบของอวัยวะระบบทางเดินหายใจ ซึ่งมีหลากหลายชนิด แต่กลุ่มใหญ่คือกลุ่ม ไรโนไวรัส (Rhinoviruses) และ...

7 วิธีรับมือ! “ภัยช่วงปิดเทอม” ที่พ่อแม่ต้องรู้!!   “แม้ว่าบ้านจะเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด แต่หากขาดความเอาใจใส่ดูแลสภาพแวดล้อมที่อยู่ในบ้าน และรอบๆ บ้าน รวมถึงการดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษแล้ว ก็อาจก่อให้เกิดอันตรายสำหรับเด็กได้” และต่อไปนี้เป็นการระบุของทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย และก็มีการเตือนให้ป้องกันภัยที่อาจเกิดกับเด็ก ภัยที่สุ่มเสี่ยงจะเกิดกับเด็กไทยในช่วงปิดเทอม ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้มีการแนะนำวิธีการป้องกันอุบัติเหตุ-อุบัติภัยที่อาจเกิดขึ้นกับเด็ก ภายในบ้าน และรอบๆ บ้าน ด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก ดังนี้คือ.. ประตู-หน้าต่าง ควรติดตั้งเหล็กกั้นหรือที่ยึดเพื่อป้องกันการถูกหนีบ ควรมีที่ครอบลูกบิดประตูเพื่อป้องกันเด็กกดลูกบิดเล่นจนทำให้ประตูปิดล็อก ออกมาได้, ระเบียงบ้าน ควรติดตั้งที่กั้นแบบปิดทึบและแน่นหนา  ซี่ลูกกรงไม่ควรถี่เกินไปเพราะอาจทำให้ศีรษะ แขน ขา ของเด็กเข้าไปติด และไม่ห่างเกินไปจนเด็กพลัดตกลงไป บันได ควรติดตั้งที่กั้นบริเวณราวบันได ช่องระหว่างราวบันไดไม่ควรห่างเกินไปจนเด็กพลัดตกได้ ไม่ควรวางของตามขั้นบันไดเพราะเด็กอาจเหยียบจนลื่นล้มตกบันได, ปลั๊กไฟ ควรมีที่ครอบและติดตั้งบนที่สูงเพื่อป้องกันเด็กเอานิ้วหรือวัตถุอื่นแหย่ เล่นจนถูกไฟดูด, พัดลม ควรเลือกใช้แบบที่มีขาตั้งสูงและมีฝาครอบที่ปิดล็อกแน่นหนา เพื่อป้องกันเด็กเอามือแหย่ใบพัดจนโดนใบพัดบาด และเมื่อเลิกใช้งานแล้วควรถอดปลั๊กออกทุกครั้ง ห้องครัว ของมีคม เช่น มีด ส้อม ควรเก็บให้มิดชิด กระติกน้ำร้อน-กาต้มน้ำควรวางบนโต๊ะหรือบนชั้นที่มั่นคงแข็งแรงที่เด็ก เอื้อมไม่ถึง และไม่ควรวางบนโต๊ะที่มีผ้าคลุมยาว เพราะเด็กอาจดึงชายผ้าจนน้ำร้อนลวกตัว จุดวางเครื่องมือ-น้ำยาเคมี เช่น กรรไกรตัดกิ่งไม้ ตะปู...

ลำไส้อุดตัน เพราะเบบี้คริสตัล อันตรายใกล้ตัวลูกน้อย   ลำไส้อุดตัน คุณหมอเล่าว่า อาการของเด็กน้อยที่พบ เป็นลักษณะของลำไส้อุดตัน มีอาการขาดน้ำ เกลือแร่ในร่างกายผิดปกติ จากการสอบถามญาติ พบว่าเด็กน้อยน่าจะกินลูกเบบี้คริสตัลเข้าไป จึงรีบทำการผ่าตัด เพราะพบว่ามีลูกเบบี้คริสตัลได้ผ่านกระเพาะอาหารเข้าไปอยู่ในลำไส้เล็ก และมีขนาดโตเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 เซนติเมตร ขณะที่ลำไส้หนูน้อยมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 1.5 เซนติเมตรเท่านั้น จึงจำเป็นต้องผ่าตัด เจาะลำไส้เอาเบบี้คริสตัลออกมา ซึ่งตอนนี้ปลอดภัยแล้ว คุณยายของหนูน้อยเล่าว่า หนูน้อยเริ่มมีอาการรับประทานอาหารไม่ได้ อาเจียนเป็นระยะ จึงพาไปหาคุณหมอหลายครั้ง แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น และทรุดหนักกว่าเดิม จึงคิดย้อนหลังว่าพบลูกเบบี้คริสตัลเกลื่อนในบ้าน เมื่อ 12 วันก่อน จึงแจ้งให้คุณหมอทราบ ทำให้สามารถทำการผ่าตัดเอาลูกเบบี้คริสตัลออกมาได้สำเร็จ เบบี้คริสตัลคืออะไร? เบบี้คริสตัน ตัวดูดน้ำ หรือเรียกอีกอย่างว่า น้ำตานางเงือก เป็นวัตถุวงกลมเล็กๆ เมื่อน้ำไปแช่น้ำจะดูดน้ำ และพองตัวโตขึ้นเรื่อยๆ และจะแตกตัวออกมาเป็นลูกกลมๆ เล็กๆ วางขายประมาณซองละ 5 บาท ทางองค์การอาหารและยาเคยออกมาห้ามจำหน่าย โดยตัวดูดน้ำนี้มีสารโพลีอะคริลาไมด์ และสารไวนิลอะซีเตด-เอทิลีนโคโพลิเมอร์...

ลูกหัดเดินเร็วเกินไป อันตรายไหม การหัดเดินก่อนเวลาอันควรจะก่อให้เกิดอันตรายกับขาของเขาหรือไม่คะ อวัยวะที่น่าห่วงไม่น่าจะใช่ขาของลูก แต่เป็นหลังของคุณเสียมากกว่า (เพราะต้องคอยก้มตัวเพื่อพาเขาเดิน) อันที่จริง ถ้าขาของลูกยังไม่พร้อมสำหรับกิจกรรมการเดิน เขาก็คงไม่เรียกร้องที่จะทำอย่างนั้นหรอกค่ะ และการหัดเดินแต่เนิ่นๆ ก็เหมือนกับการเริ่มยืนแต่เนิ่นๆ ตรงที่มันไม่ใช่สาเหตุที่จะทำให้ลูกขาโก่ง หรือมีความผิดปกติทางกายภาพอื่นๆ ตรงกันข้าม กิจกรรมเหล่านี้ก่อให้เกิดประโยชน์กับลูกด้วยซ้ำ เพราะเขาจะได้ออกกำลังกายและบริหารกล้ามเนื้อที่จำเป็นต่อการเดินแบบเต็มรูปแบบในวันข้างหน้า ยิ่งลูกเดินเท้าเปล่า ยิ่งเป็นการช่วยเพิ่มกำลังให้เท้าของเขาเข้าไปอีก ฉะนั้น ตราบใดที่คุณยังไม่ปวดหลังจนเกินจะทนไหว ก็ปล่อยให้เขาเดินต่อไปตามใจชอบเถอะค่ะ   ...