สาระเด็ก เพลงเด็ก แฟชั่นเด็ก

3 วิธีช่วยลดปัญหาลูกวัยแบเบาะกินนมมากเกินจำเป็น(Over feeding) หิวบ่อย กินบ่อย ร้องกวน พฤติกรรมการกินของลูกทรมานจิตใจแม่ หลายบ้านๆประสบปัญหานี้อยู่ ลูกกินมาก กินไม่หยุดหย่อน  แม่หลายคนถึงกับเครียด! โดยเฉพาะคุณแม่มือใหม่กับการที่ลูกมีพฤติกรรมหิวตลอด คุณแม่ทนฟังเสียงร้องไม่ไหวจึงให้ลูกกินตลอด พอลูกกินนมเข้าไปปริมาณมากท้องของลูกก็โป่งตึง ท้องโต ไม่สุขสบาย อึดอัดท้อง ลูกอาจร้องไห้ไปด้วย ถ้าร้องไห้หนักอาจทำให้อาเจียนออกมา แหวะออกมา พฤติกรรมดังกล่าวเรียกว่า Over  feeding ดูแลลูกอย่างไรห่างไกล Over feeding ให้ลูกกินจนอิ่ม ในปริมาณที่เหมาะสมตามน้ำหนักตัว ( คลิกดูสูตรคำนวณ ) หากลูกร้องขอเพิ่มอีก  ให้เบี่ยงเบนความสนใจลูก เล่นกับลูก อุ้มเดิน ดูดจุกหลอก หากลูกร้องมาก ต้องพยายามปลอบให้ลูกหยุดร้อง เพราะหากลูกร้องไห้หนักขึ้น อากาศจะเข้าไปในกระเพาะอาหารทำให้ลูกท้องอืดมากขึ้น แน่นอึดอัดมากขึ้น ทรมานมากขึ้น เด็กที่แหวะนมหรืออาเจียน แนะนำให้คุณแม่อุ้มสักระยะ 30 นาทีอย่าให้นอนราบในทันที เพราะการอาเจียนบ่อยทำให้กรดจากกระเพาะอาหารย้อนออกมาทำให้หลอดอาหารเป็นแผลได้ คุณแม่ที่ลูกมีพฤติกรรมร้องหิวตลอด อย่าใจอ่อนนะคะเพราะการที่ลูกเรามีนิสัยกินแบบ Over feeding นั้น ส่วนใหญ่มาจากฝีมือแม่นั่นเอง...

คุณหมอเฉลย… 6 ความเข้าใจผิดเรื่องพฤติกรรมการกินและน้ำหนักตัวลูกกินยาก สาเหตุหลักของการที่ลูกไม่กินข้าวนั้น เริ่มต้นจาก “ความวิตกกังวลมากเกินไปของผู้ปกครองว่าลูกอาจได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ” ค่ะ ซึ่งความวิตกกังวลนี้เกิดจาก “ความไม่รู้หรือเข้าใจผิด” เรื่องพฤติกรรมการกินและน้ำหนักตัวของลูกที่พ่อแม่มักกังวลค่ะ 1. เข้าใจผิดว่าเด็กอ้วนเป็นเด็กแข็งแรง พ่อแม่จำนวนมากมีค่านิยมที่ผิด มองว่าเด็กอ้วน (จนเกินเกณฑ์น้ำหนักปกติ) เป็นเด็กแข็งแรง และน่ารัก ทำให้มองเด็กที่น้ำหนักปกติว่าเป็นเด็กผอมเกินไปและพยายามยัดเยียดเรื่องกินมากขึ้นค่ะ 2. เข้าใจผิดว่าลูกน้ำหนักน้อยเกินไป ทั้งๆ ที่น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติ เพราะไปเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่นในชั้นเดียวกันที่มีน้ำหนักเกิน 3. ไม่รู้ว่าเด็กหลังอายุ 1 ขวบ จะสนใจการกินน้อยลง ธรรมชาติเด็กอายุขวบปีแรกจะกินเก่งเพราะเป็นช่วงที่เติบโตเร็วค่ะ แต่เมื่ออายุ 1 ปี จนถึง 10 ปี จะมีน้ำหนักขึ้นเฉลี่ยปีละ 2 กิโลกรัมเท่านั้น ร่างกายจึงต้องการสารอาหารน้อยลงเมื่อเทียบกับปีแรกเด็กจึงมีความกระตือรือร้นเรื่องกินลดลง 4. ไม่รู้ว่าลูกควรกินอาหารปริมาณเท่าใดในแต่ละวัน ปริมาณอาหารที่พ่อแม่คาดหวังว่าลูกควรจะกินมักจะมากเกินความจริง และเมื่อเด็กกินไม่หมด พ่อแม่จึงรู้สึกกังวลและพยายามยัดเยียดให้ลูกกินค่ะ 5. ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องปกติที่เด็กอาจกินน้อยเป็นบางมื้อหรือบางวัน เด็กคนเดียวกันความต้องการอาหารแต่ละวันไม่เหมือนกัน บางวันเด็กอาจกินมาก บางวันอาจกินน้อย ขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น...

3 เคล็ดลับแก้ปัญหาลูกนอนไม่หลับ อีกหนึ่งปัญหาที่คุณพ่อคุณแม่เจอ คือ ลูกน้อยนอนหลับยาก หรือนอนไม่หลับในช่วงกลางคืน ซึ่งสร้างความกังวลใจอย่างมาก ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากทารกจะยังไม่สามารถควบคุมเวลาในการนอนหลับและตื่นได้เหมือนผู้ใหญ่ รวมทั้งสาเหตุอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยด้านอารมณ์ของเขา หรือสิ่งแวดล้อมในห้องนอนที่ไม่เอื้ออำนวยต่อความผ่อนคลายของลูกน้อย หากปล่อยไว้เรื้อรัง ปัญหานอนไม่หลับอาจส่งผลกระทบกับพัฒนาการด้านการเรียนรู้และร่างกายของลูกน้อย ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถจัดการกับปัญหานี้ได้ โดยใช้  “3 เคล็ดลับแก้ปัญหาลูกนอนไม่หลับ”  ที่จะเป็นการฝึกให้ลูกนอนด้วยตัวเอง และช่วยให้เขานอนหลับยามค่ำคืนได้สบายมากขึ้น 1. สัมผัสตัวเขาเบา ๆ ให้รู้สึกผ่อนคลาย หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นว่าลูกน้อยเกิดอาการกระสับกระส่ายขณะนอนหลับ สัมผัสเบา ๆ อย่างการลูบร่างกายหรือศีรษะจะทำให้ลูกน้อยรู้สึกไม่กังวล ผ่อนคลาย และรับรู้ว่าคุณพ่อหรือคุณแม่ยังอยู่กับเขา แต่คุณพ่อคุณแม่ควรระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการสัมผัสด้วยการอุ้มและกอด เพราะอาจเป็นการปลุกโดยไม่รู้ตัวและสร้างความเคยชินให้กับลูกน้อยจนทำให้เขาไม่สามารถนอนหลับด้วยตัวเองได้ เนื่องจากเมื่อถึงระยะเวลาหนึ่งทารกจะเรียนรู้การนอนหลับได้ด้วยตัวเองตามธรรมชาติ 2. ดูแลห้องนอนให้เงียบและสงบ ห้องนอนควรอยู่ในมุมที่สงบของบ้าน ไม่มีเสียงรบกวนจากภายนอก พื้นที่ต้องกว้างขวาง ไม่มีสิ่งของวางเกะกะหรือมากจนเกินไป เพราะบางครั้งลูกน้อยอาจเกิดอาการกลัวเมื่อเห็นสิ่งของเหล่านั้นท่ามกลางแสงไฟสลัว หากต้องการเปิดไฟเพราะกังวลว่าลูกอาจเกิดอาการกลัว ควรเลือกแสงไฟที่มีความสว่างปานกลาง ไม่แสบตา เพราะอาจทำให้ลูกน้อยนอนหลับได้ยากขึ้น 3. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นหอมของดอกคาโมมายล์ กลิ่นหอมของดอกคาโมมายล์จะช่วยผ่อนคลายความกังวล ทำให้ลูกน้อยรู้สึกสบายได้มากขึ้น โดยกลิ่นหอมจากดอกคาโมมายล์นั้นจะมาจากน้ำมันหอมระเหยที่หยดใส่ตะเกียงในห้องนอนก็ได้ หรือจะเป็นกลิ่นหอมที่มาจากผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสำหรับทารกก็ล้วนมีผลดีกับลูกน้อยอย่างมาก ...

เล่นนอกบ้าน ดีอย่างไร? เด็กวัย 1 ขวบขึ้นไปนั้น โลกในบ้านอาจดูแคบไปสำหรับพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของเขาที่เพิ่มขึ้น พื้นที่นอกบ้านจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อเปิดโลกแห่งการเรียนรู้ของเขาให้กว้างออก การพาลูกน้อยไปทำกิจกรรมนอกบ้าน จึงมีส่วนช่วยเสริมพัฒนาการของเขาให้ดีขึ้นในทุก ๆ ด้าน –ด้านร่างกาย : การพาเจ้าตัวเล็กออกไปเล่นนอกบ้าน ช่วยเสริมให้เด็กวัยนี้มีพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อดีขึ้น กล้ามเนื้อมัดใหญ่อย่างขา ได้ออกเดินในพื้นที่กว้าง ขณะที่มือ ซึ่งคือกล้ามเนื้อมัดเล็ก ได้จับสัมผัสธรรมชาติซึ่งให้พื้นผิวแตกต่างกัน -ด้านอารมณ์ : เมื่อลูกน้อยเริ่มงอแง สายลมเย็น แสงแดดอ่อน ๆ และการได้สัมผัสกับธรรมชาติภายนอกบ้านนั้น ส่งผลให้เขามีความรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่ามากขึ้นได้ กิจกรรมนอกบ้านจึงมีส่วนช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางอารมณ์ของเขาให้ดียิ่งขึ้น -ด้านสังคม : การที่ลูกน้อยได้พบเจอ หรือทำกิจกรรมร่วมกับคนอื่น ๆ นอกจากคุณพ่อคุณแม่นั้นมีส่วนช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านสังคมกับเขา ให้รู้จักการช่วยเหลือผู้อื่น แบ่งปัน เรียนรู้เพื่อให้เขาสามารถปรับตัวเข้ากับสังคมภายนอกได้เร็วขึ้น -ด้านจินตนาการและสติปัญญา : โลกภายนอกมีพื้นที่มากพอที่จะเปิดโอกาสให้ลูกน้อยได้คิดได้สร้างสรรค์ และใช้จินตนาการทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ เป็นซุปเปอร์ฮีโร่ของเพื่อน ๆ ที่สนามเด็กเล่น เป็นเจ้าหญิงกับปราสาททรายที่สร้างขึ้นด้วยตัวเอง สิ่งเหล่านี้ช่วยเพิ่มระดับสติปัญญา และการทำงานของสมองได้เป็นอย่างดี ...

ถึงเวลาทำความรู้จักกับ ‘โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง’ (Atopic Dermatitis) ‘โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง’ คืออะไร    โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง หรือ Atopic Dermatitis คือโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังชนิดหนึ่ง ซึ่งพบได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แต่จะพบในเด็กมากกว่า อาการของโรคนี้จะเป็นๆ หายๆ มีทั้งช่วงที่อาการหนัก มีผื่นผิวหนังและอาการคันมาก จนถึงช่วงที่อาการสงบลงสลับกัน สาเหตุของโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง หลังจากได้ทำความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังไปแล้วถึงคราวที่คุณพ่อและคุณแม่จะได้รู้ถึงสาเหตุของโรคกันบ้าง โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังนั้นมีสาเหตุหลักจากปัจจัยด้านพันธุกรรม ส่วนหนึ่งคือร่างกายผลิตไขมันระหว่างเซลล์ผิวและสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติได้น้อยกว่าปกติ นอกจากนี้กว่า 70% ของผู้ป่วยมาจากครอบครัวที่มีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายนอกอย่างเชื้อโรค ฝุ่น อากาศ สารเคมีต่างๆ หรือแม้กระทั่งเสื้อผ้าที่เด็กใส่ก็กระตุ้นให้เกิดอาการได้เช่นกัน ที่เป็นเช่นนี้เพราะบางครั้งน้ำยาซักผ้าที่ใช้สำหรับเด็กก็อาจทำร้ายผิวลูกน้อยโดยไม่รู้ตัวก็ได้  อาการของโรค เมื่อผิวของเด็กทำปฏิกิริยากับสภาพแวดล้อมไวเกินไปก็จะเกิดอาการแห้งและคัน เมื่อรู้สึกคันมากเด็กจะเกาจนเกิดผื่นลามไปเรื่อยๆ หลังจากเกิดอาการของผื่นจนถึงขั้นเรื้อรังจะมีลักษณะผื่นเป็นปื้น มีตุ่มแดงนูน บางรายอาจถึงขั้นมีน้ำเหลืองไหลจนแห้ง สะเก็ดแข็ง และมีลักษณะเป็นขุย ...

คนท้องติดเข็มกลัด เพื่ออะไร ต้องบอกว่าแต่ละคนแต่ละชุมชนแต่ละท้องถิ่น มีความเชื่อและทัศนคติที่แตกต่างกันออกไป ในเรื่องของการตั้งครรภ์เองก็เช่นกัน แม่ท้องแต่ละคนย่อมมีความเชื่อที่แตกต่างกันออกไป แม่ท้องบางคนอาจจะยังคงมีความเชื่อแบบสมัยโบราณและยังคงปฏิบัติตามแบบที่โบราณบอกเอาไว้ ขณะที่แม่ท้องบางคนอาจจะเลือกทำหรือเชื่อตามคำบอกสมัยใหม่ หรือแม่ท้องบางคนอาจจะมีความเชื่อและทำตามแบบผสมผสานทั้งสมัยโบราณกับสมัยใหม่  ความเชื่อแม่ท้องติดเข็มกลัด สำหรับแม่ท้องหลายคนที่มีการติดเข็มกลัดกับชุดคลุมท้อง หรือหากไม่ใช่ชุดคลุมท้องก็จะติดเข็มกลัดบนเสื้อบริเวณท้องนั้น แม้จะดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ก็สามารถ  สังเกตได้ จนเกิดความสงสัยว่าติดเข็มกลัดเพื่ออะไร เราก็เลยรวบรวมข้อมูลทั้งหมดมาไขข้อสงสัยให้ดังนี้ค่ะ 1.ติดเข็มกลัดเหมือนแขวนพระให้ลูกในครรภ์ เพราะว่ากันว่าเป็นการป้องกันสิ่งไม่ดีต่าง ๆ จะเข้ามากระทบลูกในครรภ์ โดยเชื่อว่าการติดเข็มกลัดจะช่วยป้องกันสิ่งไม่ดีต่าง ๆ เช่น ภูต ผี ปีศาล วิญญาณร้าย สิ่งที่มองไม่เห็น หรือสิ่งเร้นลับ ต่าง ๆ ที่จะเข้ามาทำร้ายลูกในครรภ์ ดังนั้นเพื่อความสบายใจและเป็นการป้องกัน แม่ท้องติดเข็มกลัดไว้จะดีที่สุด 2.ติดเข็มกลัดแก้เคล็ดการแท้ง ความเชื่อหนึ่งอธิบายเอาไว้ว่า เข็มกลัดจะช่วยกลัดลูกในครรภ์ไม่ให้หลุด ซึ่งก็หมายถึงเป็นการป้องกันการแท้งนั่นเอง แต่ก็มีแม่ท้องหลายคนบอกว่าจริง ๆ ไม่ใช่ป้องกันการแท้งหรอก! แต่จุดประสงค์ข้อนี้คือ ติดเข็มกลัด เพื่อเตือนสติให้แม่ท้องมีความระมัดระวังในช่วงระหว่างการตั้งครรภ์ต่างหาก...

แม่น้ำนมน้อย ไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูก ทำอย่างไรดี เมื่อคุณแม่มีน้ำนมน้อย อาจเป็นเรื่องปกติสำหรับคุณแม่มือใหม่และคุณแม่แรกคลอด เพราะกระบวนการสร้างน้ำนมยังไม่เต็มที่ ซึ่งจะต้องทำการกระตุ้นด้วยการให้ลูกดื่มนมบ่อยๆ เพื่อให้น้ำนมไหลดีมากขึ้น ดังนั้นเมื่อพบว่าน้ำนมออกน้อยมาก อันดับแรกให้คุณแม่ลองกระตุ้นด้วยวิธีการต่างๆ ก่อน เช่น ปั๊มนม ให้ลูกดูดนมทุก 2-4 ชั่วโมง หรือทานอาหารที่มีส่วนช่วยในการเพิ่มน้ำนม  โดยหากทำแบบนี้บ่อยๆ ก็จะพบว่าน้ำนมมีมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียว  อย่างไรก็ตามในคุณแม่บางคนที่มีความผิดปกติในการผลิตน้ำนมและมีน้ำนมออกน้อยจริงๆ  โดยทำทุกวิถีทางแล้วก็ยังไม่มีน้ำนมเพิ่มขึ้น แถมยังดูเหมือนว่าจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกอีกด้วย แบบนี้คุณแม่สามารถที่จะเสริมนมผงให้กับลูกได้ เพราะถือเป็นกรณีที่จำเป็นจริงๆ แต่อย่างไรก็ตามการเสริมนมผงให้กับลูกจะต้องเลือกนมผงที่เหมาะกับวัยของลูกโดยเฉพาะและเป็นนมผงที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน มีการรับรองว่าปลอดภัยจริง ซึ่งในปัจจุบัน นมผงที่นิยมนำมาเสริมให้กับลูก กรณีที่คุณแม่มีน้ำนมไม่เพียงพอก็คือนมแพะนั่นเอง ...

5 แชมพูสระผมเด็ก ยี่ห้อไหนดี ใช้แล้วลูกผมสวยไม่เกิดการแพ้ สำหรับแชมพูสระผมเด็กที่ดีที่สุด และอยากแนะนำให้คุณได้ลองใช้ ก็มี 5 ยี่ห้อดังนี้ 1.แชมพูเด็ก เบบี้มายล์ เบบี้มายล์ แบรนด์ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กยอดนิยมที่คงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะมีผลิตภัณฑ์เด็กที่อ่อนโยนมาให้คุณแม่ได้เลือกใช้กันอย่างมากมาย และที่จะพลาดไม่ได้เลย ก็คือแชมพูเด็กนั่นเอง โดยแชมพูเด็กยี่ห้อนี้จะมีความอ่อนละมุนต่อเส้นผมและหนังศีรษะเป็นอย่างมาก จึงไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองแน่นอน และยังมีมอยส์เจอไรเซอร์ที่จะช่วยบำรุงเส้นผมของลูกให้นุ่มสลวย มีสุขภาพผมที่ดีอีกด้วย 2.แชมพูเด็ก ดีนี่ เพียว ดีนี่ เพียว แชมพูเด็กที่ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อผิวของลูกรักโดยเฉพาะ มีความอ่อนโยน สามารถใช้สระผมให้ลูกน้อยได้ทุกวันโดยไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว และมีสารสกัดจากน้ำผึ้งธรรมชาติ ที่จะช่วยบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะของลูกน้อยได้อย่างล้ำลึกอีกด้วย จึงทำให้เส้นผมมีความนุ่มลื่น หวีง่าย ให้ลูกรักรู้สึกสบายตัวและมีความสุขได้ตลอดวันเลยทีเดียว 3.แชมพูเด็ก โคโดโม เรียกได้ว่าเป็นแบรนด์ที่อยู่คู่เด็กไทยมาอย่างยาวนานเลยทีเดียว สำหรับแบรนด์โคโดโม ซึ่งก็มีผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กออกมาให้เลือกใช้กันอย่างมากมายเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นแป้งเด็ก ครีมอาบน้ำ น้ำยาซักผ้าเด็ก และที่จะพลาดไมได้เลย ก็คือแชมพูสระผมเด็กนั่นเอง เพราะผลิตจากสารสกัดธรรมชาติ 100% จึงมีความอ่อนโยนต่อผิวไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง ช่วยถนอมเส้นผมและบำรุงเส้นผมเด็กให้สวยเงางาม เพราะฉะนั้นห้ามพลาด 4.แชมพูเด็ก จอห์นสัน พลาดไม่ได้เลยสำหรับแชมพูสระผมเด็กจอห์นสัน เหมาะที่จะนำมาสระผมให้ลูกน้อยเป็นที่สุด ซึ่งก็มั่นใจได้เลยว่า ใช้แชมพูสระผมยี่ห้อนี้แล้วจะมีความปลอดภัยต่อลูกน้อยของคุณอย่างแน่นอน...

หลังจากให้นมแม่แล้วต้องให้ลูกดื่มน้ำตามหรือไม่ "ทารกที่กินนมแม่ ไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำตามหลังกินนมแม่ เพราะนมแม่มีปริมาณน้ำมากเพียงพอ และคราบนมแม่ที่อยู่ในปากจะช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อราขึ้นในปากได้อยู่แล้ว เด็กนมแม่ หากไม่ถูกกดดันโดยผู้ใหญ่ที่บ้าน ทางการแพทย์แนะนำว่า ให้เริ่มกินน้ำได้ตอนที่กินอาหารเสริม โดยป้อนน้ำตอนที่กินข้าวเพื่อให้คล่องคอเวลาป้อนข้าว และเพื่อล้างคราบอาหารหลังกินข้าวเสร็จ ปริมาณน้ำที่ควรกินเท่ากับปริมาณนมแม่ที่หายไปหนึ่งมื้อ คือ 3-5 ออนซ์ มีคนชอบพูดว่า ถ้าไม่ฝึกให้ลูกกินน้ำตั้งแต่เล็กๆ จะทำให้ลูกเป็นคนไม่ชอบกินน้ำ อันนี้คงไม่จริง เพราะ ศูนย์ควบคุมความกระหายน้ำในสมองของคนเรา จะเป็นตัวควบคุมว่า เราควรกินน้ำมากน้อยเพียงใด เพื่อไม่ให้ร่างกายขาดน้ำจนเป็นอันตรายได้ หากได้น้ำมากพอจากนมแล้ว เด็กก็ไม่หิวน้ำ จะไม่กินน้ำก็ไม่เดือดร้อนอะไร เพียงแต่คอยทำความสะอาดคราบในปากให้ดี เมื่อเด็กโตขึ้น กินนมน้อยลง เมื่อร่างกายต้องการน้ำ เขาจะรู้สึกกระหายน้ำ แล้วกินน้ำเปล่าเข้าไปได้เอง แต่ถ้าเด็กกินนมผง ต้องกินน้ำตามทุกครั้ง เพื่อล้างคราบน้ำนม การดื่มน้ำตามไม่จำเป็นต้องมาก แค่ให้เพียงพอในการล้างคราบนมผงในปาก ยกเว้นเวลาเด็กมีไข้ หรืออากาศร้อนทำให้เสียเหงื่อมาก เด็กอาจจะไม่อยากกินนม แต่ขอกินน้ำเปล่าแทน แต่ก็มีทารกบางคน ใช้วิธีกินนมเพิ่มขึ้น น้ำเปล่าก็ไม่มีความจำเป็นแต่อย่างใด ไม่ควรเติมน้ำผึ้งหรือผงกลูโคสลงในน้ำ...

8 วิธีให้ลูกดื่มน้ำเยอะขึ้น เริ่มให้ดื่มน้ำทีละนิดๆ ก่อน ลองให้ลูกค่อยๆ ดื่มน้ำจากทีละน้อยๆ ก่อน เพื่อให้ลูกน้อยชินกับการดื่มน้ำและทำให้ดื่มน้ำได้มากขึ้นในเวลาต่อไปค่ะ ให้ดื่มน้ำตามหลังมื้อนมหรือระหว่างมื้อนมจนติดเป็นนิสัย ลองฝึกนิสัยการดื่มน้ำหลังจากมื้อนมหรือระหว่างมื้อนมเป็นประจำ จะทำให้ลูกเคยชินกับการดื่มน้ำ แล้วทำให้รักในการดื่มน้ำเพื่อล้างปากจากนมที่ดื่มไปได้ ฝึกให้จิบน้ำจะได้ไม่ฝืดคอ การดื่มน้ำจะช่วยลดอาการฝืดคอได้เป็นอย่างดี ถ้าฝึกให้ลูกจิบน้ำทุกครั้งที่รู้สึกฝืดคอแล้วคอยบอกว่าจิบน้ำจะได้ไม่ฝืดคอนะลูก จะปลูกฝังให้ลูกดื่มน้ำได้มากขึ้นนั่นเองค่ะ แช่น้ำให้เย็นแล้วค่อยให้ลูกดื่ม การแช่น้ำให้เย็นแล้วค่อยให้ลูกดื่ม จะทำให้ลูกดื่มแล้วชื่นใจและรักในการดื่มน้ำได้ง่ายขึ้นค่ะ ทำอาหารที่ใส่น้ำซุปเยอะๆ การให้ลูกทานซุปเยอะๆ ยิ่งเป็นซุปน้ำใสแล้ว เป็นการปูทางให้ลูกดื่มน้ำได้เป็นอย่างดีเลยล่ะค่ะ ใช้แก้วน้ำลายการ์ตูนน่ารักๆ การใช้แก้วน้ำลายการ์ตูนน่ารักๆ ในการดื่มน้ำจะดึงดูดให้ลูกหมั่นหยิบใช้และดื่มน้ำบ่อยได้ ใช้หลอดสีสวยๆ ดึงดูดใจลูก นอกจากใช้แก้วน่ารักๆ แล้ว การใช้หลอดสีดสวยๆ เป็นการดึงดูดใจลูกให้ดูดน้ำได้บ่อยขึ้นเลยทีเดียวค่ะ ผสมน้ำผลไม้ลงไปในน้ำเล็กน้อย ถ้าเกิดวิธีข้างต้นยังไม่ได้ผล ลองเพิ่มรสชาตให้น้ำเปล่าด้วยการผสมน้ำผลไม้ลงไปในน้ำเล็กน้อย เพื่อให้ลูกดื่มได้อร่อยขึ้นแล้วค่อยๆ ลดจำนวนน้ำผลไม้ที่ผสมลงไปค่ะ และนี่เป็นเพียงวิธีที่ทำให้ลูกดื่มน้ำได้เยอะขึ้นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น คุณแม่อาจจะลองนำไปใช้ได้หรือสามารถใช้วิธีอื่นพลิกแพลงกันไปได้ค่ะ ...