สาระเด็ก เพลงเด็ก แฟชั่นเด็ก

เบบี๋หลับสบาย ได้อีก ได้อีก ไม่ว่าลูกของคุณจะเป็นเด็กที่หลับง่ายหรือยาก วิธีต่อไปนี้จะช่วยให้เขานอนหลับสนิทได้ • ที่นอนอบอุ่นและสบาย ที่นอนซึ่งเหมาะกับเบบี๋แรกเกิดอายุเพียงไม่กี่สัปดาห์ ไม่ควรกว้างเกินไป ดังนั้นหากคุณใช้เบาะนอนใหญ่ลองเปลี่ยนมาใช้เบาะนอนที่เล็กลงมาจะเหมาะกว่า แต่ถ้ามีเตียงหรือเปลนอนอยู่แล้ว อาจใช้การห่อตัว หรือถุงนอน เพื่อช่วยให้ลูกรู้สึกแนบชิดใกล้เคียงกับอ้อมกอดอุ่นๆ ของคุณ นอกจากนี้อุณหภูมิในห้องไม่ควรร้อนหรือเย็นเกินไป • เห่กล่อมเป็นจังหวะตอนอยู่ในท้องแม่ ลูกจะตื่นตัวเมื่อแม่อยู่นิ่งหรือหยุดพัก และจะสงบลงเมื่อแม่เริ่มขยับตัวหรือลุกขึ้นเดิน แต่เมื่อคลอดแล้ว การเคลื่อนไหวด้วยจังหวะสม่ำเสมอยังคงมีผลเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการอุ้มโยกเบาๆ หรือลูบเนื้อลูบตัวเป็นระยะ ล้วนเป็นที่ชื่นชอบของเบบี๋และนำเข้าสู่ภวังค์อย่างสบาย • เสียงกล่อมดังสม่ำเสมอ ตลอดหลายเดือนในท้องแม่ ลูกน้อยมีเสียงหัวใจ เสียงการทำงานของอวัยวะภายใน และเสียงพูดของแม่เป็นเครื่องขับกล่อมให้หลับ แต่เมื่อคลอดออกมาไม่มีเสียงเหล่านั้นอีกแล้ว การนอนหลับเองจึงอาจกลายเป็นเรื่องยาก วิธีแก้ง่ายๆคือ หาเสียงอื่นที่มีจังหวะหรือดังสม่ำเสมอมากล่อมแทน เช่น เปิดพัดลมให้มีเสียงดังหึ่งๆ เปิดกล่องดนตรี หรือเปิดซีดีที่เลียนแบบเสียงต่างๆในร่างกายของแม่ • ความเงียบสงบ เด็กน้อยจะหลับสนิทเมื่อได้อยู่ในห้องของตัวเอง พวกเขาไม่รำคาญและไม่ตื่นง่ายๆ หรอกตอนคุณเข้าไปในห้อง แต่เหตุที่มักทำเบบี๋เสียเส้นจนต้องตื่น คือการอุ้มเขาขึ้นมาเพียงแค่คุณได้ยินเสียงเขาร้องครางเบาๆ • ทำเป็นกิจวัตร เด็กเกิดใหม่มักนอนหลับหลังกินนมจากขวดหรือเต้าอยู่แล้ว ดังนั้นตารางเวลานอนจึงอาจไม่มีความจำเป็น แต่คุณสามารถฝึกลูกเข้านอนเป็นเวลาตั้งแต่เขาเล็กแค่ไหนก็ได้...

ลูกติดเชื้อในกระแสเลือดอันตราย แต่ป้องกันได้ ติดเชื้อในกระแสเลือดอันตรายไหม ทำไมลูกน้อยต้องติดเชื้อในกระแสเลือด? 1.เด็กทารกที่มีอายุน้อยกว่า 7 วัน สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อระหว่างคลอด ความเสี่ยงได้แก่ การคลอดก่อนกำหนด ตัวอย่างเช่น คุณแม่มีถุงน้ำคร่ำแตกก่อนคลอดเป็นเวลานาน ทำให้เชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ถุงน้ำคร่ำที่แตก และเข้าไปในตัวลูกน้อยได้ หรือคุณแม่มีไข้ หรือมีการติดเชื้ออื่นๆ ที่สามารถส่งผลไปถึงลูกน้อยได้ 2.เด็กทารกที่มีอายุ 7 วัน – 3 เดือน การใช้สายสวนหลอดเลือด การทำหัตถการกับเด็กทารก หรือการติดเชื้อเฉพาะที่ และไม่สามารถกำจัดเชื้อนั้นออกไปได้หมด อาจทำให้ลุกลามกลายเป็นการติดเชื้อในกระแสเลือด โดยเด็กๆ กลุ่มนี้จะมีอาการป่วยอย่างอื่นมาก่อนแล้ว เช่น มีแผล มีฝีหนอง หรือเป็นไข้ ปอดบวม หรือปอดอักเสบ วิธีสังเกตลูกเมื่อติดเชื้อในกระแสเลือด อาการของการติดเชื้อในกระแสเลือดจะไม่จำเพาะเจาะจง เช่น มีไข้สูง หรือบางคนตัวเย็นกว่าปกติ มีอาการซึมลง เบื่ออาหาร ไม่ยอมดูดนม ท้องอืด อาเจียน หรือหายใจผิดปกติ บางคนหยุดหายใจเป็นพักๆ หรือมีอาการหัวใจเต้นผิดปกติ อาการเหล่านี้ไม่ได้ชี้ชัดว่าลูกติดเชื้อในกระแสเลือด 100% เพื่อความไม่ประมาท คุณพ่อ...

เปลี่ยนนมตามวัย ให้ลูกน้อยตั้งแต่แรกเกิด – 3 ขวบ นมคือสิ่งจำเป็นสำหรับลูกน้อยตั้งแต่แรกเกิดไปจนโต เพราะเป็นแหล่งอาหารที่มีโปรตีน และไขมันที่จำเป็นสำหรับลูกน้อย ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการ และพัฒนาสมองให้ลูกน้อย คุณพ่อ คุณแม่สามารถ เปลี่ยนนมตามวัย ให้ลูกน้อยได้อย่างเหมาะสมตามความต้องการของร่างกายได้ สูตรนมแต่ละช่วงวัยสำหรับลูกน้อย 1.นมสูตรที่ 1 นมสำหรับลูกน้อยวัยแรกเกิด – 1 ขวบ คือนมแม่ หรือนมผงดัดแปลงที่มีส่วนประกอบใกล้เคียงนมแม่ ซึ่งมีโปรตีน และไขมันที่ย่อยง่าย มีสารอาหารที่ส่งเสริมพัฒนาการทางสมอง และภูมิคุ้มกัน 2.นมสูตรที่ 2 นมสำหรับลูกน้อยวัย 6 เดือน – 3 ปี เพิ่มปริมาณโปรตีน แคลเซียม และฟอสฟอรัส เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ รองรับความต้องการของพลังงานจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้น 3.นมสูตรที่ 3 นมสำหรับลูกน้อยวัย 3 ขวบขึ้นไป และทุกคนในครอบครัว มีการเพิ่มปริมาณโปรตีนมากขึ้น มีวิตามิน แร่ธาตุ เพื่อช่วยเสริมสร้างพัฒนาการสมอง ความแข็งแรง และส่งเสริมการเรียนรู้สิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัว การเปลี่ยนนมจะช่วยให้ร่างกายของลูกน้อยปรับตัว...

WHO เตือน! อาหารทารก มีน้ำตาลสูงเกินไป เสี่ยงหลายโรคร้าย อาหารทารก สำเร็จรูปต่าง ๆ ที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไป หากสังเกตดี ๆ จะพบว่ามีน้ำตาลเป็นส่วนผสมในปริมาณที่สูงเกินไป องค์การอนามัยโลกจึงออกมาเตือนว่าอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ WHO เตือน! อาหารทารก มีน้ำตาลสูงเกินไป เสี่ยงหลายโรคร้าย เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2562 องค์การอนามัยโลก (WHO) เผยแพร่รายงานฉบับใหม่ ซึ่งระบุว่า อาหารทารก ตามท้องตลาดทั่วไปมีน้ำตาลเป็นส่วนผสมมากเกินไป ซึ่งอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ ข้อมูลดังกล่าวมาจากการตรวจสอบผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับทารกราว 8,000 รายการ ที่วางจำหน่ายระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2017 ถึงมกราคม 2018 โดยสำนักงานภูมิภาคยุโรปขององค์การฯ องค์การฯ ออกมาเตือนว่าระดับน้ำตาลที่สูงมากเกินไปในผลิตภัณฑ์อาหารเป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพ โดยเพิ่มความเสี่ยงต่อการมีน้ำหนักเกินและฟันผุ รวมถึงก่อให้เกิดนิสัยชื่นชอบการรับประทานอาหารรสหวานจัดในอนาคต รายงานระบุว่าราวครึ่งหนึ่งของผลิตภัณฑ์ที่ตรวจสอบ พบแคลอรี่มากกว่าร้อยละ 30 มาจากน้ำตาลทั้งหมด และประมาณ 1 ใน 3 ของผลิตภัณฑ์เติมน้ำตาลหรือสารให้ความหวานอื่น ๆ เพิ่มอีก การตรวจสอบดังกล่าวที่ครอบคลุมร้านค้ามากกว่า 500 แห่งในออสเตรีย บัลแกเรีย อิสราเอล และฮังการีนั้นยังพบว่าฉลากของผลิตภัณฑ์กว่าร้อยละ 60 อ้างว่าผลิตภัณฑ์เหมาะสมกับทารกที่มีอายุต่ำกว่า 6 เดือน ซึ่งสร้างความเข้าใจผิดแก่ผู้บริโภค องค์การฯ แนะนำว่าทารกควรบริโภคน้ำนมแม่เพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต รายงานยังแนะนำให้แต่ละประเทศออกกฎหมายใหม่เกี่ยวกับการควบคุมการบริโภคน้ำตาลปริมาณสูง ห้ามไม่ให้เติมน้ำตาลและสารให้ความหวานในอาหารทารก ยุติการส่งเสริมการบริโภคผลิตภัณฑ์อื่น ๆ แทนน้ำนมแม่ รวมทั้งติดฉลากบนลูกอม...

ลูกขี้ร้อน นอนเปิดพัดลม เสี่ยงปอดบวม หรือไม่? ลูกขี้ร้อน นอนเปิดพัดลม เสี่ยงปอดบวม ในเด็กทารกบางคนเป็นเด็กขี้ร้อนมาตั้งแต่เกิด เวลานอนแม่ต้องเปิดพัดลม เปิดแอร์ให้ตลอด แล้วยิ่งหน้าร้อนก็เพิ่มความร้อนอบอ้าวให้ลูกได้เหงื่อซึมอยู่ตลอด แบบนี้ต้องนอนเปิดพัดลมทุกวัน แล้วจะเสี่ยงป่วยไข้ได้หรือเปล่านะ เรามีคำตอบมาให้คุณแม่ได้คลายความกังวลใจกันค่ะ   ลูกขี้ร้อน นอนเปิดพัดลม เสี่ยงปอดบวม ได้หรือไม่? คุณแม่ที่ลูกไม่ได้ขี้ร้อนมาก อาจสงสัยว่าแล้วทำไมก็แค่เปิดพัดลมให้ลูก จะถึงขั้นปวดบวมได้เลยหรือ  เรื่องนร่มีอยู่ว่าคุณแม่ได้ส่งคำถามเข้ามาว่า   “ลูกอายุ 2 เดือน เป็นเด็กขี้ร้อนมาก มีเหงื่อเยอะ ตัวเหนียวต้องให้ใส่เสื้อผ้าบางๆ และเปิดพัดลมให้ตลอด จะเสี่ยงเป็น ปอดบวม หรือไม่ และถ้าไม่เปิดพัดลม จะแก้ปัญหาลูกขี้ร้อนอย่างไรดี?   จริงๆ การเปิดพัดลมไม่น่าจะทำให้ลูกป่วยได้ใช่ไหมคะ แต่ติดอยู่ตรงที่คุณแม่บอกว่าให้ลูกใส่เสื้อผ้าบางๆ ด้วยขณะที่เปิดพัดลมให้ ทีนี้เราก็ต้องไปดูว่าการเปิดพัดลมให้ลูกเล็กๆ แบบไหนถึงจะถูกต้อง และปลอดภัยต่อสุขภาพของลูกโดยเฉพาะกับเด็กวัยทารก ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรทำความเข้าใจกับโรคปอดบวมกันก่อนว่าแท้จริงแล้วอาการเป็นอย่างไร จะเกิดขึ้นเพราะเปิดพัดลมให้ลูกตลอดเวลาหรือเปล่า เรื่องนี้เรามีคำตอบจาก แพทย์หญิงสุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ กุมารแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านทารกแรกเกิด(1) ซึ่งคุณหมอได้อธิบายไว้ ตามนี้ค่ะ โรคปอดบวมหรือปอดอักเสบเป็นอย่างไร? โรคปอดบวม หรือปอดอักเสบ...

เบื้องหลังความเละ คือการเรียนรู้ พอเดินได้ปุ๊บ เจ้าหนูก็ตั้งหน้าตั้งตารื้อ ค้น ดึง แกะ เปิด เท จนข้าวของในบ้านรก เลอะเทอะ แถมหล่นเกลื่อนพื้นเป็นทาง ยังไม่พอ ขอสาวกระดาษทิชชูออกจากม้วนมากองเต็มพื้นด้วยอีกแน่ะ ฯลฯ คุณพ่อคุณแม่รู้หรือไม่ ขณะที่คุณกำลังเรียกให้เจ้าหนูหยุดมือ หรือกำลังควันออกหูกับผลงานของเจ้าแสบน้อย เด็กวัยนี้กำลังเรียนรู้บางอย่าง มาดูซิว่าลูกน้อยกำลังได้บทเรียนอะไร (บนความปวดหัวของคุณ) “โอ๊ยลูก เอาผ้าอ้อมไปละเลงเล่นเลอะเทอะไปหมดแล้ววว”บทเรียนของลูก : ของแข็งๆ ทำไมจู่ๆ นิ่มลงได้อะ แปลกจัง” ดร.คาร์ล่า ฮอร์วิซ ผู้อำนวยการศูนย์เดย์แคร์คาลวิน ฮิลล์ ของมหาวิทยาลัยเยลสหรัฐฯ อธิบายเรื่องการเล่นของสกปรกของเด็กวัยนี้ว่า เด็กๆ เรียนรู้สิ่งรอบตัวด้วยการสัมผัสและสำรวจ “การได้ใช้มือบีบ ขยำ ดึง ทึ้งสิ่งของต่างๆ จึงเป็นวิธีทำความเข้าใจสิ่งรอบตัวของเด็กๆ เขาละ” เด็กๆ จะได้รู้ว่า ของสกปรกนั้นเปลี่ยนแปลงรูปร่างไปได้อย่างคาดไม่ถึง โดยเฉพาะของที่ละเลงเล่นได้ ละลายได้ ขยายตัว แผ่กว้างได้...

เรื่องน่ารู้ “สุขภาพช่องปาก” ของเจ้าตัวเล็ก อาจเพราะเราคิดว่าแค่ฟันน้ำนมไม่เป็นไรหรอก หรืออาจคิดว่าวันหนึ่งๆเขาไม่ได้กินอะไรเยอะแบบเราหรอก คงไม่สกปรกเท่าไร ทันตแพทย์บอกว่า “การรักษาสุขภาพในช่องปากนั้นยิ่งเริ่มเร็วก็ยิ่งดี เป็นการป้องกันแบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุของฟันผุ และยังเป็นการลดความเสี่ยงไม่ให้เกิดการติดเชื้อภายในช่องปากด้วย” ฟันของลูกนั้นจะเริ่มแทงเหงือกขึ้นมาอย่างเร็วเมื่ออายุประมาณ 4 เดือน ฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่อย่าชะล่าใจ อย่าปล่อยให้เลยเถิดเชียว เพราะผลวิจัยระบุว่า เด็กที่ฟันผุตั้งแต่เด็กๆ นั้น ส่วนใหญ่ก็มักจะมีปัญหาในช่องปากเมื่อโตขึ้นด้วย รีบดูแลเสียแต่เนิ่นๆ • อย่าใช้ช้อนส้อมร่วมกัน โดยเฉพาะผู้ใหญ่ที่มีปัญหาฟันผุสามารถแพร่แบคทีเรียตัวร้ายได้ง่าย ใช้ช้อนกลางไปเลยไม่ต้องถาม • ไม่แชเชือนที่จะไปพบหมอฟัน ประมาณ 6 เดือนหลังจากมีฟันซี่แรกก็ควรได้รับคำแนะนำเรื่องสุขภาพในช่องปากแล้ว • แปรงสีฟันหัดใช้ไม่รีรอ ต้องเริ่มทันทีเมื่อมีฟันซี่แรกขึ้น เลือกแปรงเล็กๆ ขนนุ่มๆ จับถนัดมือ บวกกับยาสีฟันไม่มีฟลูออไรด์ แปรงประจำโดยเฉพาะก่อนเข้านอน เพราะเป็นเวลาที่น้ำลายจะน้อยลง คราบแบคทีเรียบนผิวฟันจึงทำอันตรายได้ง่าย  ...

ทารก ขอแค่นมแม่ ไม่ต้องให้ดื่มน้ำ ลูกสาวเพิ่งอายุครบเดือนได้ไม่นาน และให้ลูกกินนมแม่ แต่ดิฉันกังวลนิดหน่อยว่าลูกจะได้น้ำพอหรือเปล่า จะให้ลูกดื่มน้ำสะอาดเพิ่มเติมดีหรือไม่คะ   สิ่งที่ร่างกายน้อยๆ ต้องการมากที่สุดในตอนนี้ก็คือ น้ำนมของคุณนั่นเอง ทารกที่ดื่มนมแม่อย่างเดียวโดยไม่กินน้ำจะได้รับสารอาหารและของเหลวที่มากเพียงพอจนไม่จำเป็นต้องได้รับหรือเสนออะไรอื่นเพิ่มเติม นอกจากนี้มีข้อมูลอีก 2 – 3 อย่างเพื่อให้คุณเข้าใจเรื่องนี้ได้ดีขึ้น ข้อแรกคือการให้หนูน้อยดื่มน้ำ ซึ่งต้องดูดจากขวด โดยเฉพาะในช่วงแรกๆ ของการกินนมแม่จะทำลายความพยายามของหนูน้อยในการดูดนมแม่ เพราะการดูดขวดง่ายกว่าได้ปริมาณสิ่งที่กินมากกว่า เร็วกว่า ข้อต่อมาคือ การให้ทารกดื่มน้ำมากเกินไปอาจทำให้เลือดของเขาเจือจางลงได้ร่างกายเสียสมดุล เป็นอันตรายได้ กรณีนี้อาจเกิดกับเด็กที่กินนมผสม ซึ่งอาจทำให้ได้รับน้ำมากเกินไป อย่างไรก็ตาม ถ้าหากลูกของคุณมีอายุ 4 เดือนขึ้นไป คุณอาจจะให้เขาจิบน้ำในถ้วยใบเล็กๆ นอกจากนี้ เมื่อทารกเริ่มอาหารเสริมที่เนื้ออาหารหยาบมากขึ้นเขาจะดืื่มน้ำได้ในปริมาณที่มากขึ้น ทั้งเด็กที่กินนมแม่อยู่และเด็กที่กินนมผสม ...

ฝึกลูกน้อยใช้อุปกรณ์การกินอาหาร   ทักษะ เริ่มเมื่อไร ช่วยลูกได้อย่างไรบ้าง การใช้ช้อน-ส้อม สักขวบนิดๆ เด็กส่วนมากจะเริ่มต้นจากทดลองจับช้อน ถือส้อมแล้ว และจะสนใจมากกว่าการเคาะจาน ชามที่ใส่อาหารตรงหน้า กว่าลูกจะถือหรือจับช้อน-ส้อมได้ถนัด จนถึงเข้าใจว่า ช้อน-ส้อมใช้ทำอะไรได้บ้าง ก็ประมาณ 1 ขวบ 3 เดือน-ขวบครึ่ง จำเป็นต้องให้โอกาสลูกได้ฝึกมากๆ เพื่อกระตุ้นให้ลูกตั้งหลักจับวิธีใช้ได้ และเต็มใจที่จะหัดใช้อุปกรณ์นั้นในการกิน วิธีช่วยง่ายๆ คือ ช่วงแรกถ้าลูกตักอาหารคำไหน (หรือเกือบทุกคำ)ไม่เข้าปากก็อย่าได้กังวลไป อีกอย่าง คือ การเลือกขนาด ความนุ่ม-แข็งของวัสดุที่ใช้ทำช้อน-ส้อมให้พอเหมาะ ไม่ระคายเคืองในปาก และสีสันดึงดูดจะชักชวนให้ลูกอยากฝึกใช้ การเช็ดปาก-มือ ทารกวัยสัก 10 เดือนจะเริ่มเลียนแบบท่าทางเช็ดมือ-ปากได้ ส่วนอายุที่เริ่มเข้าใจได้ว่าเราใช้ผ้า/กระดาษเช็ดปาก-มือไปเพื่ออะไร และจะเช็ดตามที่คุณบอกได้ อยู่ระหว่าง 1 ขวบครึ่ง-2 ขวบ ไม่ยากอะไร ใช้กระดาษ/ผ้าเช็ดปาก-มือให้ลูกเห็น และทุกๆ มื้อก็บอกเพื่อเตือน แล้วเขาจะเรียนรู้ว่าพอเห็นปาก-มือ เปรอะเลอะก็ควรเช็ดให้สะอาดซะ หัดดูดหลอด ส่วนใหญ่เมื่ออายุประมาณ 1 ขวบ วิธีดื่มจะทำให้เลียนแบบค่อนข้างยาก จึงควรเริ่มต้นด้วยการดูดจากหลอดดีกว่า และให้ลูกใช้วิธีนี้ได้ไปจนกว่าจะรู้ว่าการดื่มทำอย่างไร คุณช่วยได้โดยเลือกหลอดที่ทรงตัวและคงทน...

ลูกเป็นหวัด มีน้ำมูก 5 วิธีรักษาแบบไม่ต้องพึ่งยา ลูกเป็นหวัด มีน้ำมูก อาการเจ็บป่วยของลูกส่วนใหญ่แล้วจะเห็นว่าป่วยเป็นหวัด คัดจมูก มีน้ำมูกกันบ่อย นั่นเพราะสภาพอากาศที่แปรปรวนบวกกับเป็นช่วงที่สภาพร่างกายอ่อนแอ แต่บางครั้ง ลูกน้อยเป็นหวัด มีน้ำมูก ไม่ถึงขั้นนอนซม จะสามารถดูแลรักษาบรรเทาแบบไม่ต้องใช้ยาปฎิชีวนะได้ไหม? เรามีเคล็ดลับในการดูแลสุขภาพลูกเมื่อเป็นหวัด ที่ไม่ต้องทานยามาฝากกันค่ะ   ลูกเป็นหวัด มีน้ำมูก –  โรคหวัดเกิดจากอะไร? เวลาที่เด็กๆ ไม่สบายด้วยอาการหวัด แต่ไม่ถึงขั้นต้องนอนซม ให้ยา ให้น้ำเกลือ เรียกว่าโรคไข้หวัดธรรมดา (Common Cold) ซึ่งเป็นจะเป็นกันมากและบ่อยประมาณปีละ 6-8 ครั้ง เนื่องจากเด็กเล็กๆ จะมีภูมิต้านทานโรคน้อย อย่างในเด็กอนุบาลเวลาที่อยู่โรงเรียนได้รับเชื้อจากเพื่อนๆ ที่ป่วยเป็นหวัด ก็จะทำให้ได้รับเชื้อหวัดกลับมาบ้านด้วย และไม่กี่วันลูกก็จะรู้สึกไม่สบายเนื้อตัว มีอาการตัวร้อนรุมๆ  ยิ่งโดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนและหน้าหนาว เด็กๆ จะป่วยเป็นหวัดกันมากกว่าปกติ   โรคหวัดเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ชนิดที่ทำให้เกิดการอักเสบของอวัยวะระบบทางเดินหายใจ ซึ่งมีหลากหลายชนิด แต่กลุ่มใหญ่คือกลุ่ม ไรโนไวรัส (Rhinoviruses) และ...