สาระเด็ก เพลงเด็ก แฟชั่นเด็ก

หัวนมคุณแม่แตกและเจ็บมาก สู้ต่อไปให้ผ่านพ้นไปด้วยดียังไงดี? ไม่มีอะไรจะเจ็บปวดระหว่างเลี้ยงลูกน้อยของเรา เกินกว่าหัวนมเกิดอาการแตก จะเจ็บแบบแทงทะลุขั้วหัวใจแม่ได้เลยทีเดียว แม่ๆ ที่กำลังตั้งท้อง หรือเพิ่งคลอดลูกน้อย หาทางป้องกันก่อนดีกว่า จะได้ให้นมลูกอย่างมีความสุขกันนานๆ แม่ๆ ต้องเข้าใจก่อนเลยว่า สิ่งสำคัญที่สุดที่จะรักษาความเจ็บของหัวนมเราก็คือ “เราต้องรู้ที่มาของความเจ็บ” และตรวจดูวิธีให้นมลูก ของเราก่อนเลย ระหว่างให้นมถ้าเกิดอาการเจ็บขึ้นมา ย้ายข้างเต้านมก่อนทันที อย่าฝืน ลูกเราจะดูดข้างที่ไม่เจ็บได้อ่อนโยนกว่าข้างที่เจ็บ เอาน้ำแข็งห่อผ้ามาประคบข้างที่เจ็บไว้ ความเย็นจะช่วยให้เกิดอาการชาๆ ลดความเจ็บได้ หัวนมที่เจ็บอาจเกิดจากการที่ลูกเราดูดนมไม่ถนัด ให้ลองท่าต่างๆ ไปเรื่อยๆ อย่ายึดติดกับท่าเดิม ถ้าเจ็บจนทนไม่ไหว ให้ปั๊มนมข้างที่เจ็บออกมาเก็บไว้แทน และถ้าปั๊มนมเองก็ยังเจ็บอยู่ เอามือเรานี่ล่ะนวดน้ำนมให้ออกมา หลังจากให้นมและเจ็บที่หัวนมมาก ลองทำ.. ล้างด้วยน้ำเกลือ: เอาเกลือครึ่งช้อนชาใส่ในน้ำอุ่น 1 ถ้วย ทำสดๆ ในแต่ละครั้ง จะได้ไม่มีเชื้อแบคทีเรีย หลังจากให้นมแล้ว เอาหัวนมจุ่มไปในน้ำเกลือสักหนึ่งนาที หรือนานพอที่จะมาสมานแผลรอบๆ หัวนมเรา หรือซื้อน้ำเกลือสำเร็จรูป ทำให้อุ่นๆ เอาใส่ขวดที่สปริงเกิลได้ มาฉีดๆ ที่หัวนมเรา ต้องฉีดให้ทั่วที่เจ็บเลยนะ...

ทำสมาธิตอนท้อง จิตแม่กับจิตลูกผูกกันไว้ คือสายใยที่อบอุ่นที่สุดในโลก อีกความมหัศจรรย์ของผู้หญิงเรา คือตอนที่เราได้ตั้งท้องลูก เราได้เป็นแม่ชีวิตน้อยๆ ในท้อง เขาคือดวงจิตที่บริสุทธิ์ที่สุด แล้วเราได้อยู่กับดวงจิตนี้ ไม่มีอะไรน่าสงบสุขไปด้วยกัน เท่ากับคนเป็นแม่ได้ภาวนาไปพร้อมๆ กับลูก พระอาจารย์เคยสอนไว้ว่า “ความประเสิรฐของความเป็นแม่ คือจะมีดวงจิตอันแสนบริสุทธิ์เข้ามาอยู่ด้วยในตัว ถือเป็นนิมิตอันดีงามที่สุดอย่างหนึ่งของการมีชีวิต ให้ใช้ช่วงเวลานี้ ทำจิตภาวนาให้นิ่งสงบไปกับเขานะ” เพราะจิตเราไม่มีทางบริสุทธิ์ได้เท่ากับจิตของลูกอีกแล้ว เขามาอยู่กับเรา เรามีเวลาตั้งเก้าเดือนที่จะหลอมรวมไปกับเขา แม่ๆ หาเวลาในแต่ละวัน ทำสมาธิรวมจิตไปกับลูกน้อยเลยนะ วิธีฝึกก็คือ.. • นอนภาวนา แม่ๆ สามารถนอนตั้งเข่า เอามือมาวางทาบบนท้อง แล้วค่อยๆ ไล่ลมหายใจจากลิ้นปี่ หายใจเข้าช้าๆ เอาสิ่งดีๆ เข้ามา แล้วตอนหายใจออก ก็ให้อ่อนโยนที่สุดส่งต่อไปให้ลูกเรา ทำสักวันละ 20 นาทีกับเขา • จินตนาการว่าเขาอยู่ในจิตเรา อีกวิธีคือใช้จินตนาการว่าลูกได้นั่งอยู่ในจิตเรา เห็นเป็นจิตดวงน้อยสว่างๆ ของเขา เรืองรองอยู่ในจิตเรา แล้วจินตนาการต่อว่าให้หลอมเป็นจิตเดียวกัน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า แม่ที่ใช้วิธีนี้ ปรากฎว่าพอลูกโตขึ้น ทั้งแม่และลูกจะมีสายใยที่เก็ทกัน...

ให้นมลูกในปริมาณซ้ายขวาไม่เท่ากัน มีผลต่อขนาดหน้าอกไหม? คำตอบสั้นๆ ตรงๆ เลยก็คงต้องบอกว่า “มีผลแน่นอนค่ะ” เพราะว่าขนาดหน้าอกของคุณแม่ที่กำลังให้นมมีสาเหตุมาจากการผลิตน้ำนม และพฤติกรรมการดูดของลูกน้อย แต่อย่าเพิ่งตื่นตระหนกตกใจอะไรกันไป เอนฟามีคำอธิบายมาบอกเล่าให้คุณแม่ลองไปปรับใช้กันดู ทำไมหน้าอกสองข้างถึงไม่เท่ากัน? ถ้าส่องกระจกแล้วเห็นความไม่เท่ากันอย่างชัดเจนให้คิดไว้เลยว่าอาจจะเกิดจาก...

สิ่งที่แม่ต้องเจอ หนึ่งเดือนแรกหลังจากกลับไปทำงาน ทำใจยังไงดี? เป็นความเจ็บลึกๆ ในใจแม่ หลังจากที่เราได้ดูแลลูกน้อยมาสามเดือนเต็ม ถึงเวลาแล้วสินะ ต้องกลับไปทำงาน ความรู้สึกคิดถึงลูกน้อยมาเต็มเปี่ยม และนี่คือความจริงที่แม่ๆ ทำงานจะต้องเจอกัน วันแรกที่กลับไปทำงาน.. แม่จะร้องไห้กับตัวเองหลายครั้งมาก คิดถึงลูกที่สุด รู้สึกผิดที่สุดทีต้องจากลูก สิ่งที่แม่ควรทำก็คือ ระบายออกกับเพื่อนสนิทที่เป็นแม่ทำงานด้วยกัน คำปลอบบางประโยค “ลูกเราโอเค เขากำลังหลับอยู่ เขาแฮปปี้ดี เราเอาตัวเราให้โอเคก่อนดีกว่า จะกระตุกแม่ๆ ได้อยู่บ้าง อาทิตย์แรกที่กลับไปทำงาน.. งานทุกสิ่งที่อัดอั้นเอาไว้ตลอดเวลาที่เราไม่อยู่จะเริ่มมาทันทีที่คุณแม่กลับไป ปรากฎตัวในออฟฟิศ หัวหน้าแลดูจะมีไฟกับเราเป็นพิเศษ เพื่อนร่วมงานที่ ฝากเธอช่วยดูงานให้ตอนเราลาคลอด ก็คืนทุกสิ่งกลับมา ตอนนี้สมองแม่จะวุ่นวายมาก แต่ใจอยู่กับลูกน้อยตลอดเวลา เรื่องเวลากลับบ้านก็ยังไม่ลงตัว แม่ที่ฝากลูกกับยายได้ จะโล่งกว่าแม่ที่ต้องพึ่งพี่เลี้ยงอย่างเดียว แม่ๆ ถ้าอยากให้สบายใจ ก็ติดกล้องวงจรปิดไว้ส่องลูกตลอดเวลาได้เลย โฟกัสเรื่องงานด้วย อย่าอ่อนแอมาก เดี๋ยวหัวหน้าจะเพ่งเล็งได้ สตรองเข้าไว้ หนึ่งเดือนแรกที่กลับไปทำงาน.. ทุกอย่างเริ่มเข้าที่ จะมีก็แต่เรื่องให้นมลูกที่แม่ๆ ต้องคอยใส่ผ้าคลุมปั๊มนมกลางออฟฟิศ เสียงที่ปั๊มนมอาจทำให้เพื่อนร่วมงานรำคาญ และโปรเจ็คท์งานที่ต้องเร่งทำให้สำเร็จ คอนเน็คชั่นที่ไม่ได้ใส่ใจเลยตอนลาคลอด ก็ต้องกวักกลับมาให้ครบ ช่วงนี้แม่จะเริ่มกังวลว่าจะทำงานให้ดีได้ยังไง? ลูกน้อยเริ่มหลับได้นานขึ้น...

นมที่เหมาะสำหรับลูกวัยทารกดูอย่างไร? นมที่เหมาะสำหรับลูกวัยทารกดูอย่างไร? 50% ของเด็กทารก อาจมีอาการร้องกวน ไม่สบายท้อง ท้องอืด แหวะนม อาการเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นกับลูกวัยทารก นั่นเพราะระบบย่อยของลูกยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์ จึงจำเป็นต้องให้ลูกวัยทารกได้ทานนมที่ดีที่สุด แน่นอนว่าก็คือ “นมแม่” ซึ่งนมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุด และก็ย่อยง่ายเหมาะที่จะให้ลูกได้ทานตั้งแต่แรกเกิด แต่สำหรับคุณแม่ที่ไม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ก็ไม่ต้องกังวลใจไปค่ะ เพราะคุณแม่สามารถหาตัวเลือกเป็นนมสูตรย่อยง่ายมาทดแทนให้กับลูกได้ - เป็นนมที่มีโปรตีนผ่านการย่อยบางส่วน (Partially Hydrolyzed Protein) ทำให้โปรตีนมี ขนาดเล็กลง จึงย่อยง่ายทำให้โปรตีนถูกดูดซึมได้ดีขึ้น ทั้งยังช่วยควบคุมไม่ให้โปรตีน ขนาดใหญ่ผ่านไปสู่ลำไส้ใหญ่ด้วย - มีปริมาณน้ำตาลแลคโตสเพียง 20% ของนมสูตรปกติช่วยลดอาการท้องเสียจากภาวะ ย่อยแลคโตสผิดปกติซึ่งการมีน้ำตาลแลคโตสในปริมาณน้อย มีข้อดีคือทำให้ระบบทางเดิน อาหารของทารกเกิดความคุ้นเคยกับการย่อยและ ดูดซึมแลคโตส - มีสารอาหารสำคัญต่อสมอง ได้แก่ ดีเอชเอ 17 มก. และเออาร์เอ 34 มก./100 กิโลแคลอรี ที่มีผลการวิจัยรับรองว่าช่วย ส่งเสริมพัฒนาการทางสมอง - ลดอาการท้องเสียจากการย่อยแลคโตสผิดปกติได้ - ช่วยคงลักษณะอุจจาระของเด็กให้อ่อนนุ่ม นมสูตรย่อยง่ายเหมาะสำหรับเด็กทุกคน คุณแม่ควรให้ลูกได้ทานนมสูตรย่อยง่ายอย่างต่อเนื่องจนลูกอายุครบ...

จริงหรือไม่ จุกนมป้องกันลูกท้องอืดได้ ท้องอืด เป็นอาการที่เด็กเล็กๆ มักเป็นกันบ่อย ที่พบได้ตั้งแต่เด็กทารกแรกเกิดจนถึงเด็กโต สาเหตุที่ลูกมีอาการท้องอืด ก็เพราะระบบย่อยอาหารของลูกยังทำงานได้ไม่ดี ซึ่งทุกครั้งที่ลูกมีอาการท้องอืดก็มักจะร้องโยเย จนคุณแม่อดเป็นกังวลไม่ได้ว่าจะช่วยให้ลูกรู้สึกสบายตัว สบายท้องได้อย่างไร อาหารท้องอืดที่สามารถสังเกตได้ : ปวดท้อง - เหมือนมีลมอยู่ในท้อง ร้องไห้โยเย ลูกไม่ยอมนอน - เคาะท้องแล้วจะได้ยิน เหมือนมีลมอยู่ จุกนมป้องกันอาการท้องอืดในเด็กได้จริงหรือ ปัจจุบันมีจุกนมที่ออกแบบมาให้มีสัมผัสใกล้เคียงเหมือนกับเวลาที่ลูกได้ดูดนมจากเต้านมของแม่ แต่อาจไม่ได้ช่วยเรื่องอาการท้องอืดในเด็กมากนัก เพราะการที่เด็กเกิดอาการท้องอืดนั้น เกิดจากระบบย่อยอาหารยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์ ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้ลูกไม่เกิดอาการท้องอืดขึ้นนั้น ควรให้ลูกได้ดูดนมจากเต้าแม่ เพราะปากของลูกจะสัมผัสพอดีกับเต้านม ทำให้อากาศที่อยู่ด้านนอกไม่ถูกดูดเข้าไปในกระเพาะ บวกกับนมแม่มีโปรตีนที่ย่อยง่ายทำให้ไม่มีอะไรตกค้างอยู่ในกระเพาะและลำไส้ จึงทำให้ลูกไม่มีอาการท้องอืด แต่หากไม่สามารถให้นมแม่กับลูกได้ คุณแม่สามารถปรึกษาคุณหมอถึงแนวทางการรักษา เพื่อแก้ไขอาการของลูกให้บรรเทาลงค่ะ เมื่อลูกไม่มีอาการไม่สบายท้องต่างๆ มีสุขภาพกายที่ดี ก็ย่อมส่งผลดีต่อพัฒนาการและการเรียนรู้ของลูกด้วยค่ะ ...

ความเชื่อไทยกับวิธีช่วยบรรเทาอาการ ท้องอืด ในทารก ในสมัยรุ่นปู่ย่าตายาย เมื่อลูกน้อยมีอาการไม่สบายท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ จนร้องกวนโยเย พ่อแม่ก็จะพยายามสรรหาสมุนไพรต่างๆ มาช่วยบรรเทาให้อาการเหล่านี้ของลูกดีขึ้น ที่ขาดไม่ได้นั่นก็คือมหาหิงคุ์ที่แม่ลูกอ่อนทั้งหลายต้องมีติดไว้ข้างกายใช้ทาท้อง ฝ่ามือ และฝ่าเท้า บ้างก็นำไพลสดมาตำ แล้วนำน้ำมันที่ได้มาทาบริเวณท้องของลูก หรือที่สะดวกไปอีกแบบก็เห็นจะเป็นการนำใบกะเพรา ที่มีติดครัวแทบทุกบ้านมาต้มให้ลูกกินน้ำ เพื่อขับลมในกระเพาะ แต่ทราบหรือไม่ว่า วิธีทางธรรมชาติเหล่านี้เป็นแค่การบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ไม่สบายท้องของลูกเพียงชั่วคราวเท่านั้น และ การใช้สมุนไพรก็ต้องคำนึงถึงข้อควรระวังให้ดีเป็นพิเศษ ทั้งเรื่องปริมาณการใช้ให้เหมาะกับวัยของลูก การเลือกส่วนต่างๆ ของสมุนไพรมาใช้ให้ถูกว่า แต่ละชนิดจะต้องใช้ราก ใบ ดอก หรือผล เพื่อการออกฤทธิ์ที่ได้ผล รวมถึงวิธีการใช้ก็ต้องศึกษาให้ดีด้วย บางชนิดต้องนำมาต้ม บางชนิดต้องใช้สดถึงจะช่วยลดอาการของลูกได้ เพราะหากใช้ไม่ถูกวิธีผลที่คิดว่าจะเกิดอาจกลายเป็นผลเสียที่ ทำให้คุณแม่ต้องมานั่งเสียใจแทนได้ค่ะ สาเหตุของอาการท้องอืดในทารก เพราะลูกไม่ใช่ผู้ใหญ่ตัวเล็ก ระบบทางเดินอาหารของเขายังบอบบาง เอนไซม์ย่อยโปรตีนและแลคโตสยังทำงานไม่สมบูรณ์ โปรตีนและแลคโตสจึงผ่านจากลำไส้เล็กไปสู่ลำไส้ใหญ่ ซึ่งมีแบคทีเรียอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และแบคทีเรียเหล่านี้นี่เองที่เป็นตัวย่อยน้ำตาลแลคโตสและโปรตีนที่ตกค้างในลำไส้ จึงทำให้เกิดแก๊สในทางเดินอาหารของลูก จนเป็นสาเหตุของอาการไม่สบายท้อง จนร้องไห้กวนโยเย เมื่อคุณแม่ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงแล้ว ก็ควรมาดูแลใส่ใจที่ต้นเหตุกันดีกว่า เริ่มตั้งแต่การจัดท่าให้นมที่ถูกต้อง...

ระบบย่อยอาหารของลูก เรื่องสำคัญที่คุณแม่ต้องเข้าใจ สำหรับลูกทุกคนแล้ว นมแม่ถือเป็นอาหารที่ดีที่สุด เพราะมีสารอาหาร วิตามินครบถ้วน ทั้งยังย่อย และดูดซึมง่าย ทำให้ร่างกายลูกสามารถนำสารอาหารไปใช้ในการเจริญเติบโตทั้งทางร่างกาย และสมองได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้ลูกมีพัฒนาการด้านต่างๆ การเรียนรู้ และอารมณ์ที่ดีสมวัย รู้จักการทำงานของระบบการย่อยของลูก สำหรับแม่บางคนอาจมีความจำเป็นบางอย่างที่ไม่สามารถให้นมลูกได้หรือให้ได้ไม่นานตามที่ตั้งใจ เช่น คุณแม่มีโรคประจำตัวที่อาจส่งผ่านทางน้ำนมติดต่อไปสู่ลูก บางคนมีน้ำนมน้อยจริงๆ ไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกที่เติบโตขึ้นทุกวัน เป็นต้น ด้วยเหตุผลเหล่านี้อาจทำให้คุณแม่ต้องเลือกเสริมนมผงให้แก่ลูก ซึ่งบางครั้งก็ทำให้ลูกมีปัญหาไม่สบายท้อง ท้องอืด ร้องกวน และแหวะนมได้ ซึ่งสร้างความกังวลใจให้คุณแม่ไม่น้อย และพยายามหาวิธีบรรเทาอาการต่างๆ เหล่านั้นของลูก เช่น การเปลี่ยนนม การให้ลูกกินยาขับลม หายามาทานวดท้องลูก เป็นต้น คุณแม่อาจคิดไปไม่ถึงว่าปัญหาเหล่านี้สาเหตุมาจากนมที่ลูกกิน ซึ่งไปสัมพันธ์กับระบบการย่อยอาหารของลูก ที่ยังพัฒนาได้ไม่สมบูรณ์ จึงยังทำงานไม่เต็มที่ โดยเฉพาะเอนไซม์ที่ย่อยโปรตีนและแลคโตส เมื่อไม่สามารถย่อยโปรตีนและแลคโตสได้หมด แบคทีเรียในลำไส้ก็จะย่อยแทน ทำให้เกิดแก๊สในท้อง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกไม่สบายท้อง ท้องอืด ร้องกวน และแหวะนมนั่นเอง เมื่อลูกไม่สบายท้องจะส่งผลต่อพัฒนาการ และการเรียนรู้ของเขา เพราะเมื่อลูกรู้สึกไม่สบายตัว ไม่สบายท้อง ก็ไม่พร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใด...

เทคนิคลดอาการแหวะนม อาการแหวะนม คือ อาการปกติของเด็กเล็ก ที่คุณแม่ทุกคนต้องเจอ เพราะเป็นอาการที่เกิดจากระบบการย่อยอาหารของเด็กยังไม่สมบูรณ์ กล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่เป็นลิ้นที่อยู่ระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะอาหารอาจยังปิดไม่สนิท เมื่อเด็กกินอาหารมากเกินกว่าที่กระเพาะจะรับได้ น้ำนมจึงไหลย้อนกลับ แม้ไม่ใช่อาหารที่ร้ายแรงมากนัก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่คุณแม่จะมองข้าม และสร้างความกังวลใจไม่น้อย วิธีการช่วยลดอาการแหวะนม พยายามให้ลูกกินนมก่อนที่เขาจะหิวมากเกินไป ความหิวจะทำให้ลูกกินมากและรีบกินเร็วกว่าปกติ ค่อยๆ ป้อนนม อย่าเร่งรีบ การรีบกินจะทำให้ลูกกลืนอากาศเข้าไปในท้อง หลีกเลี่ยงสิ่งที่จะมารบกวนระหว่างมื้อนม ตั้งศีรษะเด็กให้ตรงขณะป้อนนม ไล่ลมให้ลูกทุกๆ 3-5 นาที ระหว่างป้อนนม จับให้ลูกนั่งตรงๆ ระหว่างป้อน ห้ามลูกเคลื่อนไหวร่างกายหนักๆ แรงๆ หลังอิ่มอาหาร ถ้าเลี้ยงลูกด้วยขวดนม คุณแม่ควรมั่นใจว่าจุกนมไม่ใหญ่เกินไป (ซึ่งจะทำให้นมไหลเร็วมากเกินไป) หรือ จุกเล็กเกินไป (ซึ่งทำให้เด็กดูดลมเข้าไปแทนนม) ถ้านมหยดออกมาเพียง 2-3 หยดในช่วงที่คุณแม่ลองทดสอบแสดงว่ารูจุกนมมีขนาดที่พอดีแล้ว หากแก้ไขทุกวิธีแล้วลูกยังมีอาการอยู่ คุณแม่ควรปรึกษาคุณหมอ เพื่อดูอาการและหาวิธีรักษาที่เหมาะสมต่อไป ลูกจะหยุดแหวะนมเมื่อไหร่? คุณแม่อย่าเพิ่งกังวลใจมากเกินไป ขอให้ทำใจเย็นๆ เพราะปัญหาการแหวะนม โดยทั่วไปแล้วจะค่อยๆ ดีขึ้นในช่วงที่ 6-7...

น้ำนมเหลือง คุณค่าที่ลูกต้องได้กิน น้ำนมเหลือง..คุณค่าที่ลูกต้องได้กิน น้ำนมเหลือง คือน้ำนมของคุณแม่หลังจากที่คลอดได้ 4-7 วัน หรือที่เราเรียกว่า "หัวน้ำนม" มีสีออกเหลือง จะไหลออกมาประมาณวันละ 10-40 ซีซี. คุณแม่มือใหม่หลายท่านยังไม่ทราบว่าน้ำนมเหลืองนั้น มีประโยชน์มหาศาลเปรียบได้กับวัคซีนธรรมชาติหยดแรกสำหรับชีวิตลูกน้อยเลยค่ะ คุณประโยชน์ของน้ำนมเหลืองนั้น จะช่วยเพิ่มแล็กโตบาซิลลัส (แบคทีเรียชนิดหนึ่ง) ซึ่งมีประโยชน์ในลำไส้ของเด็ก และลดปริมาณแบคทีเรียอีโคไล ซึ่งมีอันตรายลงได้ นอกจากนั้นยังมีภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ (ตัวสำคัญคือ แกมมาโกลบูลิน-จี ซึ่งทำหน้าที่ระงับการขยายตัวของเชื้อโรค) อยู่มากกว่านมแม่ในระยะหลังๆ ทั้งยังมีโปรตีน ซึ่งมีธาตุเหล็กที่เรียกว่า ทรานสเฟอร์ริน (ซึ่งช่วยนำธาตุเหล็กไปใช้ในการสร้างเม็ดเลือดแดง) การให้น้ำนมเหลืองแก่ลูกจะช่วยสร้างกำแพงป้องกันเชื้อโรคขึ้นในลำไส้ นอกจากนี้ในน้ำนมเหลืองยังมีสารอาหารที่มีส่วนช่วยในการบำรุงสมอง นั้นคือ MFGM ซึ่งอุดมด้วยโปรตีนและไขมันกว่า 150 ชนิด และ DHA กรดไขมันจำเป็นต่อสมองและสายตา ทำให้ลูกน้อยของคุณมีพัฒนาการสมองที่ดีอีกด้วย ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณแม่มือใหม่ควรให้ลูกได้กิน "น้ำนมเหลือง" หลังคลอดนี้ทุกคน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับลูกน้อยของคุณที่จะเติบโตต่อไปค่ะ ...