สาระเด็ก เพลงเด็ก แฟชั่นเด็ก

คุณแม่มือใหม่อยู่ที่ไหนก็ปั๊มนมได้สบาย ด้วยเคล็ดลับนี้เลย! ความกังวลของคุณแม่ที่เพิ่งคลอดลูกมาคือรู้สึกว่าไม่สามารถห่างบ้านได้นานๆ เพราะต้องทั้งให้ลูกดูดจากเต้า และเครื่องปั๊มทุกอย่างก็อยู่ ที่บ้าน รู้สึกถึงความไม่มั่นใจ กลัวน้ำนมจะหดหาย แต่ตอนนี้ชีวิตของคุณแม่ง่ายขึ้นเยอะ เพราะมีตัวช่วยให้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ออกมาทำงาน หรือแว่บไปเที่ยวบ้าง ลูกก็ยังมีปริมาณน้ำนมบาลานซ์กับความต้องการเสมอด้วยวิธีง่ายๆ ที่สามารถปั๊มนมได้ทุกๆ ที่ดังนี้ค่ะ 1. เลือกเครื่องปั๊มแบบชาร์จไฟ ถึงจะมีเครื่องชาร์จพลังสูงที่ต้องเสียบปลั๊กไว้ที่บ้าน ยังไงก็ตามอยากให้คุณแม่ลงทุนซื้อเครื่องปั๊มที่พกพาไปไหนได้ง่ายๆ ชาร์จไฟเตรียมพร้อมไว้ทุกวัน 2. กระเป๋าที่เก็บทุกอย่างได้ครบ กระเป๋าเก็บน้ำนมทุกวันนี้นอกจากดีไซน์จะน่ารัก ยังมีช่องเก็บกระเป๋าที่ใส่ได้ทั้งเครื่องปั๊ม ขวดนม ไอซ์แพคที่ออกแบบมาให้พอดี ไม่ต้องขนของเป็นสิบกระเป๋าอย่างทุกเช้า แถมยังได้เช็คลิสต์ว่าเราเอาของไปครบแล้วหรือยัง 3. ทำให้การปั๊มนมเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย: นั่นคือคุณแม่ควรมีบราสำหรับให้นมหรือปั๊มนมประกอบขวดปั๊มแล้วแนบสนิทกับเต้านม ล็อคไว้ให้มั่น จากนั้นก็ทำกิจกรรมชิลล์ๆ จะนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ดูหนังอ่านหนังสือก็ไม่ต้องใช้มือประคองช่วยการปั๊มนมไม่ใช่เรื่องที่ต้องสละเวลา อีกต่อไปได้ใช้เวลาของตัวเองด้วยต่างหาก 4. หาช่วงเวลาที่ใช่ที่สุดสำหรับตัวเอง: คุณแม่หลายท่านอาจบอกว่าเวลาเช้าเป็นช่วงที่น้ำนมมาเยอะที่สุดและลูกยังหลับสบายอยู่ แต่คุณแม่บางคนบอกว่าช่วงเย็นมีคนในครอบครัวช่วยอุ้มเจ้าตัวเล็ก คุณแม่เลยได้พักนั่งปั๊มนม หรือคุณแม่บางคนบอกว่าช่วงหลังอาบน้ำอุ่นๆ ช่วยให้น้ำนมไหลได้ดีขึ้น คุณแม่เลือกช่วงที่รู้สึกรีแลกซ์มากที่สุดได้เลยค่ะ 5. เซ็ตเวลาที่จะปั๊มนมในแต่ละวัน: ถ้าคิดว่าจะปั๊มเมื่อว่างจากการทำงานจะทำให้ไม่ค่อยได้ปั๊มบ่อยเท่าที่ควร คุณแม่ที่ทำงานจะรู้ตารางชีวิตแต่ละวันให้เราตั้งนาฬิกาไว้เลยว่าวันนี้ถึงที่ทำงาน 9 โมงจะปั๊มนมเลยแล้วเว้นทุก 2-3 ชั่วโมง ให้เป็นเวลาที่ร่างกายรู้และผลิตน้ำนมออกมาอย่างเพียงพอ 6. ตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้: ไม่ต้องเปรียบเทียบกับใคร ทำดีที่สุดแค่ไหนก็แค่นั้น อย่าเพิ่งกดดันตัวเอง...

ไอเดียถ่ายรูปคุณแม่ตอนท้อง เก็บไว้เป็นความทรงจำดีๆ ครีเอทีฟมากด้วย ตั้งใจไว้เลยตอนท้อง ว่าเราต้องเก็บความทรงจำ อะไรครีเอทีฟเล็กๆ ต้องมีไว้ให้ดูตอนลูกโต แม่ๆ ที่กำลังท้องอยู่ คิดอะไรสนุกๆ เพิ่มอีกนิด นั่งยิ้มได้ภายหลังเลยนะ อินเนอร์แม่ที่ต้องมี.. ก่อนที่จะหาไอเดียถ่ายรูปเด็ดๆ ของแม่ตอนท้อง สิ่งที่แม่ต้องบิ๊วเล็กน้อย ก็คืออินเนอร์ความซ่า ความสนุกของแม่นี่ล่ะ อย่าบอกตัวเองว่า “ขี้เกียจ” หรือยอมถ่ายรูปแบบเดิมๆ เพียงสามวินาทีที่เราตัดสินใจ และลุกขึ้นทำ ผลที่ได้เกินคุ้มแน่นอน จากที่แม่ๆ ก็แค่ยืนกอดคอคุณพ่อถ่ายรูป หรือนั่งบนโซฟาบ้าง เอามือจับท้องตัวเองบ้าง ลองเปลี่ยนมาเป็น 1. ถ่ายขาวดำริมทะเล หาทะเลที่ไม่มีคนเล่นน้ำทะเลอยู่ แม่ใส่ชุดรัดรูปตรงท้อง แล้วปลายกระโปรงพลิ้วๆ โต้ลม ถอดรองเท้า หันด้านข้าง ถ่ายย้อนแสงไปเลย กดเลือกโหมดขาวดำ ให้คุณพ่อเดินถอยไปเยอะๆ แม่กำลังก้มมองท้อง ข้างหลังเป็นทะเล และคุณพ่อเข้ามาใกล้ๆ ซูมหน้าแม่ที่มองท้อง ถ่ายให้เห็นปลายเท้าและพื้นทราย อาร์ตซี่สุดๆ 2. ท้องด้วยฮิปสเตอร์ด้วย หมวกแบบญี่ปุ่น ไอติมแท่งสีสวยๆ ปากสีสด...

หลังคลอดแล้วคุณแม่ต้องอยู่โรงพยาบาล อีกนานเท่าไหร่นะ? หลังคลอดแล้วคุณแม่ต้องอยู่โรงพยาบาลอีกนานเท่าไหร่นะ? ปกติแล้วคุณแม่ที่กำลังจะใกล้ครบกำหนดคงมีตั้งใจเลือกแพคเกจจากทางโรงพยาบาลหรือรอเวลาคลอดไปเลยว่าจะสามารถคลอดธรรมชาติ หรือผ่าคลอดต่อไปเพราะการพักฟื้นมีความแตกต่างกันตามสุขภาพของคุณแม่กับคุณลูกแถมแต่ละประเทศก็มีระยะเวลาอยู่โรงพยาบาลหลังคลอดโดยเฉลี่ยไม่เหมือนกันด้วย เรื่องนี้น่าสนใจมากๆ เลยนะคะ คุณแม่จากอียิปต์มีเวลาพักฟื้นแค่ครึ่งวัน! จากการศึกษาที่ได้รับการตีพิมพ์ของ PLOS Medicine ในปี 2016 นักวิจัยได้หาค่าเฉลี่ยของจำนวนวันของคุณแม่เพิ่งคลอดแต่ละประเทศว่าใช้เวลาพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลมากน้อยแค่ไหนโดยดูจากผู้หญิงที่คลอดด้วยวิธีธรรมชาติกับลูก 1 คน ตั้งแต่ปี 2005-2013 พบว่าที่น่าตกใจที่สุดคือค่าเฉลี่ยของผู้หญิงในอียิปต์อยู่ในโรงพยาบาลแค่เพียงครึ่งวันหลังการคลอด ส่วนประเทศอื่นๆ เช่น สหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 2 วัน เกาหลีใต้ 2.5 วัน ฝรั่งเศส 4.2 วัน ประเทศไทยนั้นไม่ได้อยู่ในลิสต์ที่ทำการศึกษาแต่โดยเฉลี่ยตามระยะเวลาที่คุณแม่ชาวไทยใช้หลังคลอดจากประสบการณ์ตรงของคุณแม่หลายๆ ท่านจะอยู่ที่ประมาณ 3-4 วัน ส่วนประเทศที่พักฟื้นนานที่สุดคือยูเครนที่อยู่นานถึง 6.2 วัน องค์การอนามัยโลกหรือ WHO แนะนำว่าคุณแม่ที่คลอดลูกด้วยวิธีธรรมชาติ ไม่ได้มีปัญหาสุขภาพที่ต้องกังวลควรอยู่ในโรงพยาบาลอย่างน้อย 24 ชั่วโมง หลังคลอด แต่คนที่ผ่าคลอดก็ต้องพักฟื้นนานต่ออีกหน่อยอยู่ที่ประมาณ 4 วัน เหตุผลที่ต่างประเทศให้อยู่โรงพยาบาลไม่กี่วันอาจจะเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่ ค่อนข้างสูงและการครอบคลุมของประกันตามนโยบายของแต่ละที่ด้วยค่ะ อยู่ให้แน่ใจว่าปลอดภัยทั้งคุณแม่และคุณลูก เหตุผลที่คุณแม่หลังคลอดควรอยู่ในโรงพยาบาลตามที่กำหนดไว้ เพราะมั่นใจได้ว่ามีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดจากแพทย์พยาบาลและมีเครื่องมือที่พร้อมก็เพื่อดูว่า...

9 สุดยอดอาการที่แม่จะต้องเจอ เมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ลูกน้อย ความดีใจมักมาพร้อมความแอบกังวล ทันทีที่แม่รู้ว่าตัวเองตั้งท้อง ดีใจไปประมาณหนึ่งก็จะต้องมานั่งระลึกกันเลยว่า โอว ความเป็นจริงมาสู่เราแล้ว จะมีอะไรเกิดกับเราไปอีก 9 เดือนบ้างเนี่ย ขอสรุปอาการพีคๆ ที่แม่ๆ จะต้องเจอแน่ๆ มาให้แม่เตรียมใจกันไว้ก่อน ไม่แย่อย่างที่คิดนะ แม่ส่วนใหญ่บอกว่า “ตอนท้องน่ะต่อให้พีคยังไง ก็ไม่เท่าตอนลูกเกิดมาแล้วแน่นอน” เอาใจช่วยแม่ๆ ทุกคนด้วย!! 1. อารมณ์สุดจะเหวี่ยงของแม่ พ่ออาจมีหลอนๆ พอได้ยินคำว่า “แม่จะเหวี่ยงแล้วนะ” เพราะสิ่งนี้เกิดขึ้นแน่ เป็นเพราะฮอร์โมนที่เปลี่ยนไปสุดขีดของแม่ อะไรมากระทบนิด แม่จะร้องไห้เลย ร้องหนักมากด้วย และถ้าพ่อทำอะไรเซนซิทีฟเข้า เอาแค่กลับบ้านช้า ก็อาจเปิดประตูเข้าไปเห็นแม่นั่งร้องไห้ในมุมมืดอยู่คนเดียว อะไรแบบนี้เลย อาการนี้จะหายไปแน่นอน และอาจกลายเป็นช่วงเวลาที่ต้อง หันมายิ้มกับพ่อพร้อมคำว่า “ขอบคุณนะที่เข้าใจกัน” 2. ปวดท้องหน่วงๆ และอาจมีเลือดไหล หลังจากไข่ได้ทำการรวมตัวกันกับน้ำเชื้อของพ่อเรียบร้อยแล้ว พร้อมที่จะไปฝัง ตัวที่ผนังมดลูกของแม่ หลังจากนั้น 12 วัน แม่จะเกิดอาการปวดท้องหน่วงๆ ท้องจะอืดๆ...

แม่ควรเก็บสเต็มเซลล์ก่อนผ่าคลอดไหม คุณแม่ๆ ตัดสินใจเก็บสเต็มเซลล์ให้ลูกตอนคลอดดีมั้ยนะ? สำหรับคุณแม่ที่กำลังฝากครรภ์ตามโรงพยาบาลหลายๆ แห่ง จะมีบริการที่มานำเสนอเกี่ยวกับการเก็บสเต็มเซลล์ที่สามารถเก็บได้ ช่วงจังหวะเดียวคือตอนคุณแม่กำลังคลอดน้องเท่านั้น ดังนั้นคุณแม่อาจต้องตัดสินใจว่าจะเก็บเอาไว้เป็นหลักประกันด้านสุขภาพดีหรือเปล่า เอนฟามีข้อมูลในเบื้องต้นให้เข้าใจกันก่อนว่าเก็บสเต็มเซลล์ไว้เพื่ออะไร สเต็มเซลล์คืออะไร? ในทางการแพทย์เชื่อว่าสเต็มเซลล์คือเซลล์ตั้งต้นเป็นเหมือนเมล็ดพันธุ์ในการเพาะปลูกส่วนต่างๆ ของต้นไม้ ให้ออกเป็นกิ่งก้าน ใบและผล สเต็มเซลล์จะ สามารถ พัฒนากลายเป็นเซลล์เฉพาะเจาะจง เช่น เซลล์เม็ดเลือด เซลล์กล้ามเนื้อ เซลล์สมอง และอีกหลายส่วนของร่างกายเรา เมื่อร่างกายเติบโตขึ้น อายุมากขึ้น เกิดอุบัติเหตุหรือการเจ็บป่วยต่างๆ ทำให้เซลล์ถูกทำร้ายจนเสียหาย สเต็มเซลล์ เหล่านี้ก็จะสามารถมาทำหน้าที่เซลล์ที่ได้รับผลกระทบหรือช่วยซ่อมแซมให้ร่างกายกลับมาทำงานปกติที่สุดอีกครั้ง แต่ก็ยังมีปัจจัยอีกหลายๆ อย่างในการรักษาที่ ไม่ใช่เพียงแค่สเต็มเซลล์เพียงอย่างเดียว การเก็บสเต็มเซลล์ทำยังไง? เมื่อคุณแม่ตัดสินใจที่จะเก็บสเต็มเซลล์ คุณหมอและพยาบาลจะเก็บเลือดจากรกและสายสะดือให้ใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที สามารถเก็บได้ ทั้งคุณแม่ที่คลอดแบบปกติและผ่าคลอด ไม่เป็นอันตรายทั้งกับคุณแม่และลูกน้อย จากนั้นจะไปผ่านกระบวนการเก็บในอุณหภูมิเย็นจัด และจัดเก็บได้นานถึง 20 ปี เก็บหรือไม่เก็บดี? เราเชื่อว่าเมื่อคุณพ่อคุณแม่ได้ฟังถึงประโยชน์ต่างๆ แล้วก็อยากจะเลือกวิธีนี้ให้เป็นตัวเลือกให้กับลูกในอนาคตอีกทาง เพราะถ้าเกิดลูกเป็นโรคเกี่ยวกับเลือด ธาลัสซีเมีย มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมน้ำเหลือง โรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันบางชนิด ก็สามารถใช้สเต็มเซลล์ของลูกเป็นหนึ่งในวิธีการรักษาได้ หลายๆ...

MFGM สารอาหารที่พบในนมแม่ เพราะคุณแม่มอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกน้อย เพื่อให้ลูกคุณมีพัฒนาการทางสมองที่ดี เรียนรู้ได้เร็ว แต่คุณแม่เคยคิดไหมคะว่า...

โภชนาการของ เด็กคลอดก่อนกำหนด นมสำหรับเด็กคลอดก่อนกำหนด แหล่งโภชนาการที่สำคัญสำหรับลูกน้อย  เด็กที่คลอดก่อนกำหนดส่วนใหญ่จะเป็นเด็กที่มีน้ำหนักตัวน้อยกว่าปกติ และมีพัฒนาการทางสมองและการเจริญเติบโตน้อยกว่าเด็กที่คลอดปกติ เพราะช่วง 3 เดือนสุดท้ายในครรภ์ เป็นช่วงที่ทารกมีการเจริญเติบโตและสะสมอาหารสูง เมื่อคลอดก่อนกำหนดจึงมีความต้องการปริมาณสารอาหารมากกว่า คุณแม่จึงต้องให้ความสำคัญกับโภชนาการของเด็กคลอดก่อนกำหนดและจัดเตรียมนมสำหรับเด็กคลอดก่อนกำหนดให้พร้อม เพื่อให้เพียงพอต่อการพัฒนาสมองและการเจริญเติบโตให้เทียบเท่าเด็กที่คลอดครบกำหนด ก็คือ...

เด็กแพ้นมวัวดื่มนมแพะแทนได้ไหม? เชื่อว่ามีคุณพ่อคุณแม่หลายคนที่มีลูกแพ้นมวัว แล้วอาจสงสัยว่าในเมื่อลูกแพ้นมวัวแล้วจะให้ลูกกินนมอื่น ๆ แทนได้ไหม เช่น นมแพะ นมแกะ หรือนมควาย คำตอบคือไม่ได้อย่างแน่นอนค่ะ เนื่องจากนมของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมดังกล่าวจะมีโปรตีนหรือมีกรดอะมิโนเหมือน ๆ กัน ทำให้เกิดอาการแพ้ได้เหมือน ๆ กัน ฉะนั้นถ้าหากลูกแพ้โปรตีนนมวัวแล้วก็มีโอกาสสูงที่จะแพ้โปรตีนในนมของสัตว์เลี้ยงลูกนมชนิดอื่น ๆ ด้วย ความเชื่อผิด ๆ เรื่องนมแพะแพ้น้อยกว่านมวัว จากอาการเด็กแพ้นมวัวทำให้บางคนมีความเชื่อที่ว่าโปรตีนในนมแพะมีโอกาสแพ้น้อยกว่าโปรตีนในนมวัวนั้น แท้ที่จริงแล้วแพะกับวัวเป็นสัตว์ประเภทเดียวกัน น้ำนมที่ได้ก็มีลักษณะคล้าย ๆ กัน คนที่แพ้โปรตีนนมวัวก็อาจจะแพ้โปรตีนนมแพะได้เช่นกัน อย่างที่ทราบกันว่าอาการแพ้นมนั้นเกิดจากการแพ้โปรตีนในนมแต่ละชนิด ซึ่งเมื่อเทียบระหว่างนมวัวกับนมแพะแล้ว แม้จะมีโปรตีนบางตัวต่างกัน แต่ก็มีโปรตีนหลายตัวที่เหมือนกัน เนื่องจากว่าเป็นโปรตีนจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเหมือนกัน ฉะนั้นการเลือกนมแพะอาจไม่ใช่ทางแก้ไขสำหรับอาการเด็กแพ้นมวัว การให้คนที่แพ้นมวัวดื่มนมแพะแทนนั้น จะได้ผลเฉพาะในรายที่มีสาเหตุการแพ้น้ำเหลืองวัว (bovine serum) ในนมวัวเท่านั้น ซึ่งพบเป็นส่วนน้อย ผู้ที่แพ้น้ำเหลืองวัวก็จะมีอาการแพ้ต่อผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมวัวทุกชนิด ไม่ใช่เฉพาะกับนมเท่านั้น แต่เด็กแพ้นมวัวส่วนใหญ่มีสาเหตุการแพ้จากส่วนประกอบอื่น ๆ ในเนื้อนม ที่พบได้บ่อยคือการแพ้แลคโตส ในกรณีนี้การดื่มนมแพะจะไม่ใช่วิธีการแก้ไขสำหรับอาการเด็กแพ้นมวัว เนื่องจากนมแพะก็มีแลคโตสเช่นกัน ทางออกของเด็กแพ้โปรตีนในนมวัวและนมแพะ โปรตีนที่ได้จากนมวัวนั้นคล้ายกันมากกับนมแพะและนมแกะ...

คุณค่าของน้ำนมแม่ ต่อตัวแม่ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ทำให้แม่และลูกได้อยู่ใกล้ชิดกัน มีการเรียนรู้และสนองตอบที่ดีต่อกัน ทั้งทางร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ นอกจากจะให้ผลดีนานัปการต่อลูกแล้ว ยังทำให้แม่มีความสุข เกิดความรู้สึกผูกพันดื่มด่ำกับลูกอย่างลึกซึ้ง เป็นสายสัมพันธ์แม่ลูกที่แข็งแรงและยืนยาวไปชั่วชีวิต อีกทั้งมีคุณูปการต่อแม่มากมายนับไม่นับถ้วน เช่น ทำให้รูปร่างดี ไม่อ้วน มดลูกเข้าอู่หรือคืนสู่สภาพเดิมได้เร็วขึ้น สะดวกเพราะพร้อมดื่มอยู่เสมอ ให้ลูกกินที่ไหนและเมื่อไรก็ได้ แถมบรรจุอยู่ในภาชนะที่สวยงามกว่าด้วย ลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่ ลดความเสี่ยงต่อภาวะโลหิตจางอันเนื่องจากการไม่มีประจำเดือนระหว่างให้นมลูก กระตุ้นให้มีจิตสำนึกของการเป็นแม่ ทำให้แม่เอาใจใส่เลี้ยงลูกได้ดี เกิดความรัก ความผูกพันระหว่างแม่และเด็ก เป็นรากฐานต่อการพัฒนาสุขภาพจิตลูก ประหยัดรายจ่ายในการซื้อและเตรียมนมผสม ลูกแข็งแรง ทำให้ประหยัดรายจ่ายจากค่ารักษาพยาบาลลูก และแม่ไม่ต้องลางานบ่อย เชื่อมความรักและความสัมพันธ์ภายในครอบครัว การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตผิดที่ของเยื่อบุมดลูกในแม่ การดูดนมของทารกช่วยป้องกันการตกเลือดของมารดาหลังคลอด นมแม่มีสารเคมีที่ทำให้ลูกสงบและไม่ค่อยงอแง การให้ลูกดูดนม ช่วยลดความเครียดให้แม่ ทำให้แม่หลับได้ง่าย การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ช่วยคุมกำเนิดได้ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ช่วยลดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดคอเลสเตอรอลสูง แม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมตนเองนอนหลับได้มากกว่า (โดยเฉพาะนอนกับลูก) การให้นมลูกช่วยป้องกันการขาดธาตุเหล็กของแม่ แม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมตนเองช่วยประหยัดค่าผ้าอนามัย การให้นมลูกช่วยสร้างความมั่นใจในตัวเองให้กับแม่   ...