สาระเด็ก เพลงเด็ก แฟชั่นเด็ก

ท้องแก่ใกล้คลอด ห้ามทำ 10 พฤติกรรมผิด ๆ นี้ ท้องแก่ใกล้คลอด ห้ามทำ 10 พฤติกรรมผิด ๆ นี้ ในช่วงโค้งสุดท้ายของการตั้งครรภ์ ร่างกายของคุณแม่จะมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับการคลอดบุตร ดังนั้น การดูแลตนเองขณะตั้งครรภ์ในช่วงใกล้คลอดนั้นจึงมีความสำคัญ เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับแม่ท้องและลูกในท้อง แม่ท้องจึงควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมผิด ๆ เหล่านี้ 10 พฤติกรรมผิด ๆ ที่แม่ “ท้องแก่ใกล้คลอด” ไม่ควรทำ ไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ จะสังเกตได้ว่าในช่วงไตรมาสที่ 3 ของการตั้งครรภ์ แพทย์จะนัดตรวจครรภ์บ่อยขึ้น โดยเฉพาะในช่วงใกล้คลอด แพทย์จะนัดให้มาตรวจครรภ์ทุกอาทิตย์กันเลยทีเดียว นั่นเป็นเพราะในช่วงที่ใกล้คลอดนั้น คุณแม่มักจะมีสัญญาณและอาการต่าง ๆ ที่อาจจะนำไปสู่การคลอดบุตรได้ตลอดเวลา อีกทั้งในช่วงใกล้คลอด ยังมีอันตรายต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับลูกในท้อง เช่น ภาวะลกรอกตัวก่อนกำหนด เป็นต้น ดังนั้น แพทย์จะแนะนำการปฏิบัติตัวให้ห่างไกลจากอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะแม่ท้องที่มีภาวะอันตรายที่ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เป็นพิเศษ...

3 เทคนิคดี สอนลูกให้ใจเย็น รู้จักอดทน รอคอยเป็น ในยุค 4G   สอนลูกให้ใจเย็น อย่างไร? ในยุคสมัยที่สังคมปัจจุบันนี้ต่างก็เร่งรีบไปหมด หรือประเภทที่ยิ่งเร็วยิ่งดี ยิ่งเร็วยิ่งเก่ง วงจรของความเร็วก็เลยต้องทำให้พ่อแม่ลูก และผู้คนต้องคิดเร็ว ทำเร็ว ใจเร็ว ได้เร็ว เปลี่ยนเร็ว ซึ่งความเร็วในที่นี้ ไม่ว่าจะเริ่มตั้งแต่ตื่นเช้ามาก็รีบอาบน้ำ รีบแต่งตัวส่งลูกไปโรงเรียน และรีบไปทำงานเพื่อให้ทันเวลา รีบกินอาหารแต่ละมื้อ เวลาขับรถก็เร่งรีบอยากให้ถึงที่หมายปลายทางโดยเร็ว ใครขับรถช้าก็หงุดหงิด ใครทำอะไรชักช้าก็รำคาญ ยิ่งถ้าเป็นลูกหลานของตัวเองทำอะไรช้าก็มักต่อว่าแล้วจะทำมาหากินอะไรได้ทัน หรือก็ประมาณว่าไม่ทันคน เทคนิค สอนลูกให้นิ่ง รู้จักรอคอย ใจเย็น ในสังคมยุค 4G และยิ่งในปัจจุบันนี้เป็นโลกแห่งเทคโนโลยี ทำให้เกือบทุกครอบครัวเน้นในเรื่องของความเร็วของวิถีชีวิต เพราะทั้งพ่อแม่ และเด็กๆ ต่างก็ถูกปลูกฝังให้สามารถเข้าถึงข้อมูลด้วยความรวดเร็วเพียงใช้ปลายนิ้วมือในเวลาไม่กี่นาที โดยมีเจ้าความเร็วนี่แหละที่ทำให้สังคมมีปัญหา! อีกทั้งความเร็วยังส่งผลให้เด็ก ๆ มักจะขาดแรงจูงใจในการเรียนรู้ เบื่อง่าย หงุดหงิด ไม่มีสมาธิ สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะเทคโนโลยีและชีวิตที่ทันสมัย สะดวกสบาย รวดเร็วทันใจ เวลาพ่อแม่มอบหมายงานให้ทำ ก็ไม่สามารถอดทนทำให้สำเร็จได้...

5 วิธีการดูแลตัวเองหลังคลอด ร่างกายฟื้นฟู ฟิตเร็ว การดูแลตัวเองหลังคลอด เป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนหลังคลอดลูกมาได้ไม่เกินสัปดาห์ นั่นก็เพราะว่าการฟื้นฟูร่างกายหลังคลอดได้เร็ว จะช่วยให้คุณแม่มีพลังกำลังในการเลี้ยงลูก ร่างกายสามารถผลิตน้ำนมมีปริมาณที่มากเพียงพอต่อการเลี้ยงลูก ดังนั้นเพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูเร็ว ลองมาดูวิธีการดูแลตัวเองหลังคลอดที่นำมาฝากนี้กันค่ะ   การดูแลตัวเองหลังคลอด กับ 5 วิธีการง่ายๆ !! คลอดลูกแล้วอย่าปล่อยให้ร่างกายทรุดโทรมค่ะ สุขภาพหลังคลอด การดูแลตัวเองหลังคลอด เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญมาเป็นอันดับต้น และนี่คือ 5 วิธีในการดูแลตัวเองง่ายๆ ที่เป็นประโยชน์กับคุณแม่หลังคลอดลูก นั่นก็คือ… 1. พักผ่อนนอนหลับให้เต็มอิ่ม อาจเป็นเรื่องยากซะหน่อยถ้าจะให้แม่หลังคลอดได้นอนเต็มอิ่ม เพราะอย่างที่รู้ว่าแม่ลูกอ่อนนอนไม่เป็นเวลา ไหนจะต้องเลี้ยงลูก ไหนจะต้องตื่นมาให้ลูกกินนมเกือบทุก 2-3 ชั่วโมง การนอนหลับพักผ่อนของแม่หลังคลอด แนะนำแบบนี้ค่ะ คือให้นอนหลับไปพร้อมกับลูก คือลูกนอน แม่ต้องนอนด้วย ในช่วง 1-3 เดือนหลังคลอดควรปรับเวลาให้นอนพร้อมไปกับลูกค่ะ 2. การดูแลแผลฝีเย็บ คลอดลูกไม่ว่าจะด้วยวิธีการคลอดเอง หรือผ่าคลอด หลังคลอดแล้วล้วนต้องมีบาดแผลเกิดขึ้นเป็นปกติค่ะ ดังนั้นเพื่อป้องกันการติดเชื้อของบาดแผล หรืออาการแทรกซ้อนต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ คุณแม่ควรดูแลรักษาทำความสะอาดบริเวณฝีเย็บอย่างเคร่งครัดตามคำแนะนำของคุณหมอเมื่อกลับมาพักฟื้นที่บ้านในช่วง 1-2 สัดาห์หลังคลอดค่ะ 3....

โรคเท้าปุก คืออะไร พร้อม 4 วิธีสังเกต เท้าปุก รักษาได้หรือไม่? ในปัจจุบันโรคนี้ สามารถรักษาให้หายจนปกติหรือเกือบปกติได้โดยไม่ต้องทำการผ่าตัดใหญ่เลยละค่ะ ขอเพียงแต่ได้รับการรักษากับแพทย์ที่ได้ฝึกฝนการรักษาด้วยวิธีพอนเซตี้เท่านั้น เรียกได้ว่าการรักษาด้วยการผ่าตัดที่เคยเป็นที่นิยมในอดีตนั้นได้กลายเป็นประวัติศาสตร์ไปแล้วละค่ะ ด็กที่เป็นเท้าปุก ควรได้รับการรักษาภายใน 2-3 อาทิตย์แรกหลังคลอด อาศัยความได้เปรียบในขณะที่เนื้อเยื่อของ เอ็นข้อ เอ็นกระดูก เอ็นกล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อหุ้มข้อ ยังพอมีความยืดหยุ่นอยู่ ด้วยการดัดที่ถูกต้องทุก ๆ อาทิตย์ ซึ่งเนื้อเยื่อเหล่านี้จะค่อย ๆ ยืดออก ภายหลังการดัดแต่ละครั้ง เท้าจะได้รับการเข้าเฝือกจากปลายเท้าจนถึงโคนขาในท่าที่เข่างอ 90 องศา เพื่อบังคับเท้าให้อยู่ในท่าที่ดัดได้ ดังนั้น เท้าจะค่อย ๆ ถูกดัดให้เป็นปกติในที่สุด และต่อให้เด็กกลับจะมามีเท้าปกติแล้วก็ตาม ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสกลับมาเป็นใหม่นะคะ ดังนั้น หลังสิ้นสุดการเข้าเฝือก จะต้องใส่กายอุปกรณ์เท้า (Abduction foot orthosis) (รูป 6) ทั้งวันทั้งคืน 2-3 เดือน...

5 โรคที่มากับมือ ไม่อยากเป็นล้างมือให้สะอาด ไม่อยากให้ลูกไม่สบายบ่อย ต้องหมั่นล้างมือให้สะอาด มิเช่นนั้น ลูกอาจเป็น 5 โรคที่มากับมือ นี้ก็เป็นได้!ซึ่งในว     เคยสงสัยกันไหมคะว่า ทำไมคุณหมอถึงต้องรณรงค์ให้พวกเราทุกคนหมั่นล้างมือกันให้สะอาดทุกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กตัวเล็ก ๆ … เพราะคุณหมอรู้ดีกว่า การที่ปล่อยให้เด็ก ๆ ใช้มือที่สกปรกนั้นหยิบจับสิ่งของต่าง ๆ และบางรายเผลอเอามือเข้าปากหรือไม่ก็หยี้ตา นั้นเป็นบ่อเกิดของการเกิดเชื้อโรคมากมาย ซึ่งแน่นอนค่ะว่า มันส่งผลให้เด็ก ๆ ไม่สบายตามมาด้วย และด้วยความเป็นห่วง ในวันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids ก็จะมาขอนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับโรคต่าง ๆ ที่มีต้นเหตุมาจากมืออันสกปรกและล้างไม่สะอาดของเรานั่นเองค่ะ พร้อมวิธีการล้างมือให้สะอาด ถูกหลักและปลอดภัย ว่าแล้ว เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปชมพร้อม ๆ กันเลยดีกว่านะคะ 5 โรคที่มากับมือ โรคที่พ่อแม่ควรระวังให้ดี! โรคท้องร่วง เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า Escherichia coli...

7 วิธีสังเกตตุ่มตามตัวเมื่อ ลูกโดนแมลงกัด เป็นสัตว์มีพิษชนิดหนึ่งที่หากินในช่วงกลางคืน ส่วนใหญ่พบได้ตามกองไม้ และรูในดิน โดยจัดเป็นสัตว์ชนิดผู้ล่าประเภทหนึ่งซึ่งมีพิษอันตรายเป็นอย่างมาก พิษของแมงป่องนั้นประกอบด้วยเอนไซม์ที่มีผลในการทำลายเนื้อเยื่อ รวมถึงมีฤทธิ์ต่อระบบประสาท ดังนั้นเมื่อถูกแมงป่องกัดแล้ว จะส่งผลให้มีอาการปวดชา เกิดแผลบวมพอง หรือเป็นตุ่มแดง ๆ รวมทั้งอาการคันร่วมด้วย นอกจากนี้ถ้าโดนพิษในปริมาณมากอาจส่งผลให้ชีพจรเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง รวมทั้งกล้ามเนื้อผิดปกติด้วย ถ้าได้รับการรักษาไม่ทันเวลาอาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้เลยทีเดียว อาการโดยทั่วไป แบ่งตามระดับความรุนแรง ดังนี้ 1. เกิดแผล บวมพองหรือเป็นตุ่มแดงบริเวณที่ถูกต่อย พร้อมกับอาการคัน ปวดตามมาหลังการต่อยครึ่งถึง 1 ชั่วโมง 2. บางชนิดมีพิษที่รุนแรงเพิ่มขึ้นอาจทำให้เกิดอาการปวดแสบไปทั่วอวัยวะข้างเคียงบริเวณจุดที่ต่อย ร่วมด้วยมีชีพจรเต้นเร็ว และความดันโลหิตสูงขึ้น 3. มีอาการผิดปกติของกล้ามเนื้อ เช่น กระกระตุก การชา เป็นต้น 4. ในส่วนของพิษแมงป่องชนิดร้ายแรงจะมีลักษณะแผลที่ถูกต่อยเหมือนข้างต้น ตามมาด้วยระบบการทำงานของร่างกายมีความผิดปกติ อาจมีอาการชัก และเสียชีวิตตามมาหากรักษาไม่ทัน เช่น ในสายพันธุ์ Centruroides exilicauda ในสหรัฐอเมริกา วิธีการปฐมพยาบาล สำหรับผู้ป่วยที่ถูกต่อยด้วยพิษในระดับ 1...

10 เคล็ดลับ แก้ปัญหา ลูกวัยเตาะแตะ หลับยาก แก้ปัญหา ลูกวัยเตาะแตะ หลับยาก การที่ลูกของคุณพ่อคุณแม่มักร้องไห้โยเยตอนกลางคืนจนทำเอาแทบไม่ได้นอน อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ปวดเหงือกเพราะฟันกำลังขึ้น ปวดหูเพราะหูอักเสบ หรือไม่ลูกก็อาจกลัวความมืด กลัวการอยู่คนเดียว เป็นต้น แต่ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไร ปัญหาลูกนอนไม่หลับนั้นไม่เป็นผลดีต่อทั้งตัวลูก ตัวคุณพ่อคุณแม่ และทุกคนในครอบครัวเลย!   เด็กหลับยากเป็นปัญหาที่พบกันบ่อย คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรกังวลจนเกินไป แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรปล่อยปละละเลยไปเฉยๆ เพราะการนอนเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับเด็กวัยหัดเดิน ลูกควรนอนหลับให้ได้วันละ 12 ชั่วโมง ถ้านอนไม่พออาจส่งผลให้เป็นโรคเรื้อรังอื่นๆ ได้ง่ายในภายหลัง มาดูปัญหาการนอนแบบต่าง ๆ ของเด็กวัยเตาะแตะ พร้อมวิธีแก้ไขกันเลยค่ะ 1. ไม่ยอมเข้านอน เด็กส่วนใหญ่ชอบเล่นสนุกและมักฝืนไม่ยอมนอนเพราะยังอยากเล่นต่อทั้งวันทั้ังคืน ทั้งนี้เพราะเด็กวัยเตาะแตะยังไม่โตพอจะรับรู้ว่าร่างกายจำเป็นต้องพักผ่อน บางครั้งเด็กน้อยจะฝืนถ่างตาต่อสู้กับความง่วงจนร้องไห้ไม่หยุด และบางครั้งลูกอาจอยากทดสอบอำนาจการควบคุมคนอื่น การดื้อแพ่งไม่ยอมเข้านอนเป็นวิธีหนึ่งที่ทำได้โดยง่าย แก้ปัญหา ลูกวัยเตาะแตะ หลับยาก  วิธีแก้ไข อย่างแรกเลย อย่ายอมทำตามที่เจ้าตัวเล็กต้องการ เพราะการยอมตามใจมากไปจะทำให้เด็กเข้าใจเรื่องอำนาจและขอบเขตแบบผิด ๆ ถ้าถึงเวลานอนแล้วแต่ลูกบอกจะเล่นต่อ คุณพ่อคุณแม่ควรพูดต่อรองกับลูก เช่น “แม่ให้เล่นต่ออีก...

เทคนิค “จับ-จด” เปลี่ยนชีวิต สร้างนิสัยรู้จักคิด หยุดวิกฤติลูกงอแงร้องซื้อของเล่นได้ผลชะงัด! ลูกร้องซื้อของเล่น …เพราะเด็กๆ กับของเล่นเป็นของคู่กันเพราะงานหลักของเด็กคือการเล่นและการเล่นคือการเรียนรู้ …ซึ่งถ้าคุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกเล่น แต่ไม่อยากซื้อของเล่นให้ลูกจะทำอย่างไร? ไม่อยากให้ลูกฟุ่มเฟือยจะทำอย่างไร? และของเล่นลูกต้องเยอะแค่ไหนถึงจะพอ? จริงอยู่ว่าสำหรับเด็กๆ แล้วการเล่นนั้นมีประโยชน์มากมาย เพราะจะช่วยส่งเสริมพัฒนาการเด็กรอบด้านไม่ว่าจะเป็นพัฒนาการด้านร่างกายอารมณ์จิตใจสังคมภาษากระบวนการรู้คิดและทักษะสมอง EF แต่การเล่นก็อาจเสริมสร้างนิสัยที่ไม่เหมาะสมได้เช่นกันหากเรามองข้ามเรื่องการสอนวินัยกฎกติกาและมารยาทให้กับลูก โดยปกติ เวลาเด็กส่วนใหญ่เจอของเล่นก็อยากได้เป็นธรรมดา พฤติกรรมที่เด็กเรียกร้องแล้วร้องไห้ลงไปนอนดิ้นกับพื้นแล้วกรี๊ดก็พบเห็นได้บ่อย คำถามก็คือแล้วทำไมลูกของเราถึงมีพฤติกรรมเช่นนี้ ผู้เป็นพ่อแม่ต้องมองย้อนกลับมาดูว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาที่ทำให้ลูกมีพฤติกรรมเหล่านี้หรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่พ่อแม่ที่มีลูกน้อยมีพฤติกรรมแบบนี้ มักเกิดคำถามว่าทำไมลูกเราถึงเป็นแบบนี้ และพยายามหาวิธีจัดการแก้ปัญหา หรือปรับพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของลูกออกไปให้ได้ แต่คุณพ่อคุณแม่ควรเปลี่ยนวิธีคิด จากที่ว่าจะจัดการพฤติกรรมของลูกอย่างไร มาเป็นการปรับพฤติกรรมของตัวเราเองกันก่อน ดังนี้ 1. ตรวจสอบตัวเอง พ่อแม่ต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า เราเป็นพ่อแม่ที่มักจะตามใจลูกอยู่เสมอหรือไม่ ลูกอยากได้อะไรก็ไม่ค่อยขัด ถ้าใช่แล้วล่ะก็ต้องปรับตัวเองก่อนว่าจากนี้ไปจะไม่ตามใจลูกพร่ำเพรื่อ ควรจะมีขอบเขตบ้าง บางอย่างก็ต้องขัดใจบ้าง แต่เวลาขัดใจต้องอธิบายให้ลูกฟังด้วยว่าเพราะอะไร เช่น ของเล่นชนิดนี้หนูมีหลายชิ้นแล้ว หรือไม่ก็ต้องบอกว่าลูกมีของเล่นมากแล้ว เราลองเอาของเล่นที่มีอยู่มาปรับเปลี่ยนวิธีเล่น หรือพ่อแม่ก็สามารถร่วมเล่นกับลูกด้วย 2. ต้องใจแข็ง เวลาเจอเสียงร้องของลูก คนเป็นพ่อแม่มักทนไม่ได้ กลัวลูกไม่รักบ้าง กลัวลูกเสียใจ กลัวลูกไม่มีเหมือนคนอื่น กลัวลูกเสียงแหบ กลัวลูกจะกลายเป็นเด็กเจ้าอารมณ์ ฯลฯ...

การทานอาหารสำหรับแม่หลังคลอดที่ต้องให้นมลูก ในระยะให้นม คุณแม่หลังคลอดต้องระมัดระวังเรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษ เพราะอาหารที่คุณแม่รับประทานนั้นมีผลต่อลูกน้อยด้วย คำแนะนำต่อไปนี้จะช่วยให้คุณแม่รับประทานอาหารได้อย่างเหมาะสม เพื่อประโยชน์ต่อร่างกายคุณแม่และลูกน้อย การทานอาหารสำหรับแม่หลังคลอดที่ต้องให้นมลูก นอกจากในช่วงตั้งครรภ์ที่ลูกน้อยจะได้รับสารอาหารทั้งหมดที่คุณแม่รับประทานเข้าไปผ่านทางสายสะดือแล้ว ช่วงหลังคลอด ลูกน้อยก็ยังต้องได้รับสารอาหารที่คุณแม่รับประทานเข้าไปจากน้ำนมของคุณแม่นั่นเอง ระหว่างนี้คุณแม่หลังคลอดอาจต้องอดนอนอยู่บ่อย ๆ เนื่องจากต้องดูแลลูกน้อยกลางดึกและต้องนอนผิดเวลา ทำให้อาจละเลยเรื่องอาหารการกินไป ดังนั้นอาหารสำหรับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องให้นมลูกจึงต้องมีทั้งชนิดของสารอาหารที่ครบถ้วนและในปริมาณที่เพียงพอ เพื่อช่วยให้คุณแม่สามารถผลิตน้ำนมได้อย่างเพียงพอต่อความต้องการของลูกและยังมีคุณภาพ อีกทั้งการรับประทานอาหารที่ดีของคุณแม่นั้น ยังช่วยสร้างเสริมสุขภาพของตัวคุณแม่ และของลูกให้แข็งแรงสมบูรณ์อีกด้วยค่ะ คุณแม่หลังคลอดที่กังวลกับการลดน้ำหนักหลังคลอด และใช้วิธีลดน้ำหนักโดยการลดมื้ออาหารลงทำให้ร่างกายของคุณแม่ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ  ร่างกายจะดึงสารอาหารส่วนที่ขาดมาจากส่วนที่ร่างกายเก็บสะสมไว้ มาใช้เพื่อเติมเต็มให้กับน้ำนม แต่หากคุณแม่ได้รับสารอาหารไม่เพียงพออยู่เสมอ สารอาหารที่เก็บสะสมไว้ก็จะหมดไป ส่งผลให้ปริมาณของน้ำนมน้อยลงได้ ดังนั้นการรับประทานอาหารของคุณแม่หลังคลอดที่ต้องให้นมลูกจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากค่ะ กระทรวงสาธารณสุขได้แนะนำให้คุณแม่ทุกคนเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวจนถึงอายุ 6 เดือน ก่อนจะให้ลูกเริ่มทานอาหารเสริมอื่น ๆ ดังนั้นในระยะที่คุณแม่หลังคลอดต้องให้นมบุตร คุณแม่จึงต้องได้รับสารอาหารที่ลูกต้องการอย่างครบถ้วน เพื่อให้สารอาหารที่มีประโยชน์เหล่านั้นไปอยู่ในน้ำนมของคุณแม่ คุณแม่จึงต้องคำนึงถึงสารอาหารที่ให้พลังงาน คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามินและเกลือแร่ อย่างครบถ้วน เพราะจะส่งผลไปถึงลูกน้อยโดยตรงค่ะ สำหรับคุณแม่ที่น้ำนมยังไม่มา หรือ มาน้อยก็ยังไม่ต้องเป็นกังวลไปนะคะ ให้ดื่มน้ำเยอะๆ หาอาหารที่ช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำนมอย่างเช่น แกงเลียง น้ำหัวปลี ขิง อินทผลัม มาทานก็สามารถช่วยให้คุณแม่มีปริมาณน้ำนมมากขึ้นได้ค่ะ แต่หากไม่สะดวกในการเตรียมทำเอง...

5 อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับเด็กอายุ ต่ำกว่า 2 ขวบ การให้อาหารเสริมครั้งแรกของลูกตอน 6 เดือน เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นอีกอย่างหนึ่งสำหรับคุณแม่ ในช่วงขวบปีแรกคุณแม่ต้องฝึกเรื่องทำอาหารให้เหมาะสมกับวัยของลูก เพราะเด็กในวัยนี้ จะกระหายในรสชาติที่แตกต่างจากนม ที่ต้องกินมาตลอด 6 เดือน ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้ อาหาร 5 อย่างนี้เป็นอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี เพราะร่างกายของเด็กในช่วงวัยนี้ยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ 5 อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับเด็กอายุ ต่ำกว่า 2 ขวบ 1. เกลือ หรือ อาหารที่มีรสเค็ม สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี ไม่แนะนำให้ใช้เกลือในการปรุงอาหาร เพราะเด็กในวัยนี้ไตกำลังพัฒนา และไตนั้นยังไม่พร้อมสำหรับกรองอาหารที่มีรถเค็มมากเกินไป ในการปรุงอาหารให้ลูกจะมีส่วนผสมอื่น ๆ เช่น ผัก เนื้อสัตว์ หรือสมุนไพรต่าง ๆ ที่ทำให้รสชาติดีอยู่แล้วโดยไม่ต้องใช้เกลือเป็นเครื่องปรุงเลยค่ะ 2. น้ำตาล หรือ อาหารที่มีความหวาน สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 2...