สาระเด็ก เพลงเด็ก แฟชั่นเด็ก

เบื้องหลังความเละ คือการเรียนรู้ พอเดินได้ปุ๊บ เจ้าหนูก็ตั้งหน้าตั้งตารื้อ ค้น ดึง แกะ เปิด เท จนข้าวของในบ้านรก เลอะเทอะ แถมหล่นเกลื่อนพื้นเป็นทาง ยังไม่พอ ขอสาวกระดาษทิชชูออกจากม้วนมากองเต็มพื้นด้วยอีกแน่ะ ฯลฯ คุณพ่อคุณแม่รู้หรือไม่ ขณะที่คุณกำลังเรียกให้เจ้าหนูหยุดมือ หรือกำลังควันออกหูกับผลงานของเจ้าแสบน้อย เด็กวัยนี้กำลังเรียนรู้บางอย่าง มาดูซิว่าลูกน้อยกำลังได้บทเรียนอะไร (บนความปวดหัวของคุณ) “โอ๊ยลูก เอาผ้าอ้อมไปละเลงเล่นเลอะเทอะไปหมดแล้ววว”บทเรียนของลูก : ของแข็งๆ ทำไมจู่ๆ นิ่มลงได้อะ แปลกจัง” ดร.คาร์ล่า ฮอร์วิซ ผู้อำนวยการศูนย์เดย์แคร์คาลวิน ฮิลล์ ของมหาวิทยาลัยเยลสหรัฐฯ อธิบายเรื่องการเล่นของสกปรกของเด็กวัยนี้ว่า เด็กๆ เรียนรู้สิ่งรอบตัวด้วยการสัมผัสและสำรวจ “การได้ใช้มือบีบ ขยำ ดึง ทึ้งสิ่งของต่างๆ จึงเป็นวิธีทำความเข้าใจสิ่งรอบตัวของเด็กๆ เขาละ” เด็กๆ จะได้รู้ว่า ของสกปรกนั้นเปลี่ยนแปลงรูปร่างไปได้อย่างคาดไม่ถึง โดยเฉพาะของที่ละเลงเล่นได้ ละลายได้ ขยายตัว แผ่กว้างได้...

เรื่องน่ารู้ “สุขภาพช่องปาก” ของเจ้าตัวเล็ก อาจเพราะเราคิดว่าแค่ฟันน้ำนมไม่เป็นไรหรอก หรืออาจคิดว่าวันหนึ่งๆเขาไม่ได้กินอะไรเยอะแบบเราหรอก คงไม่สกปรกเท่าไร ทันตแพทย์บอกว่า “การรักษาสุขภาพในช่องปากนั้นยิ่งเริ่มเร็วก็ยิ่งดี เป็นการป้องกันแบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุของฟันผุ และยังเป็นการลดความเสี่ยงไม่ให้เกิดการติดเชื้อภายในช่องปากด้วย” ฟันของลูกนั้นจะเริ่มแทงเหงือกขึ้นมาอย่างเร็วเมื่ออายุประมาณ 4 เดือน ฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่อย่าชะล่าใจ อย่าปล่อยให้เลยเถิดเชียว เพราะผลวิจัยระบุว่า เด็กที่ฟันผุตั้งแต่เด็กๆ นั้น ส่วนใหญ่ก็มักจะมีปัญหาในช่องปากเมื่อโตขึ้นด้วย รีบดูแลเสียแต่เนิ่นๆ • อย่าใช้ช้อนส้อมร่วมกัน โดยเฉพาะผู้ใหญ่ที่มีปัญหาฟันผุสามารถแพร่แบคทีเรียตัวร้ายได้ง่าย ใช้ช้อนกลางไปเลยไม่ต้องถาม • ไม่แชเชือนที่จะไปพบหมอฟัน ประมาณ 6 เดือนหลังจากมีฟันซี่แรกก็ควรได้รับคำแนะนำเรื่องสุขภาพในช่องปากแล้ว • แปรงสีฟันหัดใช้ไม่รีรอ ต้องเริ่มทันทีเมื่อมีฟันซี่แรกขึ้น เลือกแปรงเล็กๆ ขนนุ่มๆ จับถนัดมือ บวกกับยาสีฟันไม่มีฟลูออไรด์ แปรงประจำโดยเฉพาะก่อนเข้านอน เพราะเป็นเวลาที่น้ำลายจะน้อยลง คราบแบคทีเรียบนผิวฟันจึงทำอันตรายได้ง่าย  ...

ทารก ขอแค่นมแม่ ไม่ต้องให้ดื่มน้ำ ลูกสาวเพิ่งอายุครบเดือนได้ไม่นาน และให้ลูกกินนมแม่ แต่ดิฉันกังวลนิดหน่อยว่าลูกจะได้น้ำพอหรือเปล่า จะให้ลูกดื่มน้ำสะอาดเพิ่มเติมดีหรือไม่คะ   สิ่งที่ร่างกายน้อยๆ ต้องการมากที่สุดในตอนนี้ก็คือ น้ำนมของคุณนั่นเอง ทารกที่ดื่มนมแม่อย่างเดียวโดยไม่กินน้ำจะได้รับสารอาหารและของเหลวที่มากเพียงพอจนไม่จำเป็นต้องได้รับหรือเสนออะไรอื่นเพิ่มเติม นอกจากนี้มีข้อมูลอีก 2 – 3 อย่างเพื่อให้คุณเข้าใจเรื่องนี้ได้ดีขึ้น ข้อแรกคือการให้หนูน้อยดื่มน้ำ ซึ่งต้องดูดจากขวด โดยเฉพาะในช่วงแรกๆ ของการกินนมแม่จะทำลายความพยายามของหนูน้อยในการดูดนมแม่ เพราะการดูดขวดง่ายกว่าได้ปริมาณสิ่งที่กินมากกว่า เร็วกว่า ข้อต่อมาคือ การให้ทารกดื่มน้ำมากเกินไปอาจทำให้เลือดของเขาเจือจางลงได้ร่างกายเสียสมดุล เป็นอันตรายได้ กรณีนี้อาจเกิดกับเด็กที่กินนมผสม ซึ่งอาจทำให้ได้รับน้ำมากเกินไป อย่างไรก็ตาม ถ้าหากลูกของคุณมีอายุ 4 เดือนขึ้นไป คุณอาจจะให้เขาจิบน้ำในถ้วยใบเล็กๆ นอกจากนี้ เมื่อทารกเริ่มอาหารเสริมที่เนื้ออาหารหยาบมากขึ้นเขาจะดืื่มน้ำได้ในปริมาณที่มากขึ้น ทั้งเด็กที่กินนมแม่อยู่และเด็กที่กินนมผสม ...

ฝึกลูกน้อยใช้อุปกรณ์การกินอาหาร   ทักษะ เริ่มเมื่อไร ช่วยลูกได้อย่างไรบ้าง การใช้ช้อน-ส้อม สักขวบนิดๆ เด็กส่วนมากจะเริ่มต้นจากทดลองจับช้อน ถือส้อมแล้ว และจะสนใจมากกว่าการเคาะจาน ชามที่ใส่อาหารตรงหน้า กว่าลูกจะถือหรือจับช้อน-ส้อมได้ถนัด จนถึงเข้าใจว่า ช้อน-ส้อมใช้ทำอะไรได้บ้าง ก็ประมาณ 1 ขวบ 3 เดือน-ขวบครึ่ง จำเป็นต้องให้โอกาสลูกได้ฝึกมากๆ เพื่อกระตุ้นให้ลูกตั้งหลักจับวิธีใช้ได้ และเต็มใจที่จะหัดใช้อุปกรณ์นั้นในการกิน วิธีช่วยง่ายๆ คือ ช่วงแรกถ้าลูกตักอาหารคำไหน (หรือเกือบทุกคำ)ไม่เข้าปากก็อย่าได้กังวลไป อีกอย่าง คือ การเลือกขนาด ความนุ่ม-แข็งของวัสดุที่ใช้ทำช้อน-ส้อมให้พอเหมาะ ไม่ระคายเคืองในปาก และสีสันดึงดูดจะชักชวนให้ลูกอยากฝึกใช้ การเช็ดปาก-มือ ทารกวัยสัก 10 เดือนจะเริ่มเลียนแบบท่าทางเช็ดมือ-ปากได้ ส่วนอายุที่เริ่มเข้าใจได้ว่าเราใช้ผ้า/กระดาษเช็ดปาก-มือไปเพื่ออะไร และจะเช็ดตามที่คุณบอกได้ อยู่ระหว่าง 1 ขวบครึ่ง-2 ขวบ ไม่ยากอะไร ใช้กระดาษ/ผ้าเช็ดปาก-มือให้ลูกเห็น และทุกๆ มื้อก็บอกเพื่อเตือน แล้วเขาจะเรียนรู้ว่าพอเห็นปาก-มือ เปรอะเลอะก็ควรเช็ดให้สะอาดซะ หัดดูดหลอด ส่วนใหญ่เมื่ออายุประมาณ 1 ขวบ วิธีดื่มจะทำให้เลียนแบบค่อนข้างยาก จึงควรเริ่มต้นด้วยการดูดจากหลอดดีกว่า และให้ลูกใช้วิธีนี้ได้ไปจนกว่าจะรู้ว่าการดื่มทำอย่างไร คุณช่วยได้โดยเลือกหลอดที่ทรงตัวและคงทน...

ลูกเป็นหวัด มีน้ำมูก 5 วิธีรักษาแบบไม่ต้องพึ่งยา ลูกเป็นหวัด มีน้ำมูก อาการเจ็บป่วยของลูกส่วนใหญ่แล้วจะเห็นว่าป่วยเป็นหวัด คัดจมูก มีน้ำมูกกันบ่อย นั่นเพราะสภาพอากาศที่แปรปรวนบวกกับเป็นช่วงที่สภาพร่างกายอ่อนแอ แต่บางครั้ง ลูกน้อยเป็นหวัด มีน้ำมูก ไม่ถึงขั้นนอนซม จะสามารถดูแลรักษาบรรเทาแบบไม่ต้องใช้ยาปฎิชีวนะได้ไหม? เรามีเคล็ดลับในการดูแลสุขภาพลูกเมื่อเป็นหวัด ที่ไม่ต้องทานยามาฝากกันค่ะ   ลูกเป็นหวัด มีน้ำมูก –  โรคหวัดเกิดจากอะไร? เวลาที่เด็กๆ ไม่สบายด้วยอาการหวัด แต่ไม่ถึงขั้นต้องนอนซม ให้ยา ให้น้ำเกลือ เรียกว่าโรคไข้หวัดธรรมดา (Common Cold) ซึ่งเป็นจะเป็นกันมากและบ่อยประมาณปีละ 6-8 ครั้ง เนื่องจากเด็กเล็กๆ จะมีภูมิต้านทานโรคน้อย อย่างในเด็กอนุบาลเวลาที่อยู่โรงเรียนได้รับเชื้อจากเพื่อนๆ ที่ป่วยเป็นหวัด ก็จะทำให้ได้รับเชื้อหวัดกลับมาบ้านด้วย และไม่กี่วันลูกก็จะรู้สึกไม่สบายเนื้อตัว มีอาการตัวร้อนรุมๆ  ยิ่งโดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนและหน้าหนาว เด็กๆ จะป่วยเป็นหวัดกันมากกว่าปกติ   โรคหวัดเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ชนิดที่ทำให้เกิดการอักเสบของอวัยวะระบบทางเดินหายใจ ซึ่งมีหลากหลายชนิด แต่กลุ่มใหญ่คือกลุ่ม ไรโนไวรัส (Rhinoviruses) และ...

7 วิธีรับมือ! “ภัยช่วงปิดเทอม” ที่พ่อแม่ต้องรู้!!   “แม้ว่าบ้านจะเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด แต่หากขาดความเอาใจใส่ดูแลสภาพแวดล้อมที่อยู่ในบ้าน และรอบๆ บ้าน รวมถึงการดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษแล้ว ก็อาจก่อให้เกิดอันตรายสำหรับเด็กได้” และต่อไปนี้เป็นการระบุของทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย และก็มีการเตือนให้ป้องกันภัยที่อาจเกิดกับเด็ก ภัยที่สุ่มเสี่ยงจะเกิดกับเด็กไทยในช่วงปิดเทอม ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้มีการแนะนำวิธีการป้องกันอุบัติเหตุ-อุบัติภัยที่อาจเกิดขึ้นกับเด็ก ภายในบ้าน และรอบๆ บ้าน ด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก ดังนี้คือ.. ประตู-หน้าต่าง ควรติดตั้งเหล็กกั้นหรือที่ยึดเพื่อป้องกันการถูกหนีบ ควรมีที่ครอบลูกบิดประตูเพื่อป้องกันเด็กกดลูกบิดเล่นจนทำให้ประตูปิดล็อก ออกมาได้, ระเบียงบ้าน ควรติดตั้งที่กั้นแบบปิดทึบและแน่นหนา  ซี่ลูกกรงไม่ควรถี่เกินไปเพราะอาจทำให้ศีรษะ แขน ขา ของเด็กเข้าไปติด และไม่ห่างเกินไปจนเด็กพลัดตกลงไป บันได ควรติดตั้งที่กั้นบริเวณราวบันได ช่องระหว่างราวบันไดไม่ควรห่างเกินไปจนเด็กพลัดตกได้ ไม่ควรวางของตามขั้นบันไดเพราะเด็กอาจเหยียบจนลื่นล้มตกบันได, ปลั๊กไฟ ควรมีที่ครอบและติดตั้งบนที่สูงเพื่อป้องกันเด็กเอานิ้วหรือวัตถุอื่นแหย่ เล่นจนถูกไฟดูด, พัดลม ควรเลือกใช้แบบที่มีขาตั้งสูงและมีฝาครอบที่ปิดล็อกแน่นหนา เพื่อป้องกันเด็กเอามือแหย่ใบพัดจนโดนใบพัดบาด และเมื่อเลิกใช้งานแล้วควรถอดปลั๊กออกทุกครั้ง ห้องครัว ของมีคม เช่น มีด ส้อม ควรเก็บให้มิดชิด กระติกน้ำร้อน-กาต้มน้ำควรวางบนโต๊ะหรือบนชั้นที่มั่นคงแข็งแรงที่เด็ก เอื้อมไม่ถึง และไม่ควรวางบนโต๊ะที่มีผ้าคลุมยาว เพราะเด็กอาจดึงชายผ้าจนน้ำร้อนลวกตัว จุดวางเครื่องมือ-น้ำยาเคมี เช่น กรรไกรตัดกิ่งไม้ ตะปู...

ลำไส้อุดตัน เพราะเบบี้คริสตัล อันตรายใกล้ตัวลูกน้อย   ลำไส้อุดตัน คุณหมอเล่าว่า อาการของเด็กน้อยที่พบ เป็นลักษณะของลำไส้อุดตัน มีอาการขาดน้ำ เกลือแร่ในร่างกายผิดปกติ จากการสอบถามญาติ พบว่าเด็กน้อยน่าจะกินลูกเบบี้คริสตัลเข้าไป จึงรีบทำการผ่าตัด เพราะพบว่ามีลูกเบบี้คริสตัลได้ผ่านกระเพาะอาหารเข้าไปอยู่ในลำไส้เล็ก และมีขนาดโตเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 เซนติเมตร ขณะที่ลำไส้หนูน้อยมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 1.5 เซนติเมตรเท่านั้น จึงจำเป็นต้องผ่าตัด เจาะลำไส้เอาเบบี้คริสตัลออกมา ซึ่งตอนนี้ปลอดภัยแล้ว คุณยายของหนูน้อยเล่าว่า หนูน้อยเริ่มมีอาการรับประทานอาหารไม่ได้ อาเจียนเป็นระยะ จึงพาไปหาคุณหมอหลายครั้ง แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น และทรุดหนักกว่าเดิม จึงคิดย้อนหลังว่าพบลูกเบบี้คริสตัลเกลื่อนในบ้าน เมื่อ 12 วันก่อน จึงแจ้งให้คุณหมอทราบ ทำให้สามารถทำการผ่าตัดเอาลูกเบบี้คริสตัลออกมาได้สำเร็จ เบบี้คริสตัลคืออะไร? เบบี้คริสตัน ตัวดูดน้ำ หรือเรียกอีกอย่างว่า น้ำตานางเงือก เป็นวัตถุวงกลมเล็กๆ เมื่อน้ำไปแช่น้ำจะดูดน้ำ และพองตัวโตขึ้นเรื่อยๆ และจะแตกตัวออกมาเป็นลูกกลมๆ เล็กๆ วางขายประมาณซองละ 5 บาท ทางองค์การอาหารและยาเคยออกมาห้ามจำหน่าย โดยตัวดูดน้ำนี้มีสารโพลีอะคริลาไมด์ และสารไวนิลอะซีเตด-เอทิลีนโคโพลิเมอร์...

ลูกหัดเดินเร็วเกินไป อันตรายไหม การหัดเดินก่อนเวลาอันควรจะก่อให้เกิดอันตรายกับขาของเขาหรือไม่คะ อวัยวะที่น่าห่วงไม่น่าจะใช่ขาของลูก แต่เป็นหลังของคุณเสียมากกว่า (เพราะต้องคอยก้มตัวเพื่อพาเขาเดิน) อันที่จริง ถ้าขาของลูกยังไม่พร้อมสำหรับกิจกรรมการเดิน เขาก็คงไม่เรียกร้องที่จะทำอย่างนั้นหรอกค่ะ และการหัดเดินแต่เนิ่นๆ ก็เหมือนกับการเริ่มยืนแต่เนิ่นๆ ตรงที่มันไม่ใช่สาเหตุที่จะทำให้ลูกขาโก่ง หรือมีความผิดปกติทางกายภาพอื่นๆ ตรงกันข้าม กิจกรรมเหล่านี้ก่อให้เกิดประโยชน์กับลูกด้วยซ้ำ เพราะเขาจะได้ออกกำลังกายและบริหารกล้ามเนื้อที่จำเป็นต่อการเดินแบบเต็มรูปแบบในวันข้างหน้า ยิ่งลูกเดินเท้าเปล่า ยิ่งเป็นการช่วยเพิ่มกำลังให้เท้าของเขาเข้าไปอีก ฉะนั้น ตราบใดที่คุณยังไม่ปวดหลังจนเกินจะทนไหว ก็ปล่อยให้เขาเดินต่อไปตามใจชอบเถอะค่ะ   ...

เตือนภัยคุณแม่! ไม่ควรใช้บาล์มกับเด็กอายุน้อยกว่า 2 ขวบ ทำไม? บาล์ม หรือน้ำมันยูคาลิปตัสถึงไม่ควรใช้กับเด็กต่ำกว่า 2 ขวบ สารที่อยู่ในบาล์ม หรือน้ำมันยูคาลิปตัส ประกอบไปด้วย เมนทอล และการบูร ถ้าทาบริเวณจมูกอาจทำให้ระคายเคืองเยื่อบุทางเดินหายใจ เกิดอาการอักเสบ บวม และมีน้ำเมือกออกมา จึงทำให้ด็กเล็กซึ่งมีช่องทางเดินหายใจเล็กกว่าผู้ใหญ่ หายใจลำบาก หายใจติดขัดรุนแรง ปอดบวม และอาจอันตรายต่อชีวิต แม้ว่าทางบริษัทที่ผลิตบาล์ม หรือน้ำมันยูคาลิปตัสจะมีคำเตือนข้างฉลากว่า “ไม่ควรใช้ในทารกและเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 2 ขวบ” แต่ก็มีคุณพ่อ คุณแม่จำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้สังเกตข้างฉลาก และใช้อยู ขอแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ตรวจสอบฉลากข้างผลิตภัณฑ์ “บาล์ม” ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อให้ลูกน้อยใช้ ว่าปลอดภัยดีแล้วหรือไม่ จะได้ไม่เกิดอันตรายกับลูกน้อย...

น้ำอัดลมอันตราย ทำร้ายกระเพาะและลำไส้ลูกน้อย อันตรายจากการดื่มน้ำอัดลม 1.เป็นอันตรายกับลูกน้อย น้ำอัดลม ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองระบบทางเดินอาหาร อาจทำให้เยื่อบุกระเพาะอักเสบ หากรับประทานมากเกินความจำเป็น นายแพทย์มงคล หงษ์ศิรินิรชร อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลวิภาวดี ให้ข้อมูลลงบนเว็บไซต์ของโรงพยาบาลวิภาวดีว่า กระเพาะอาหารอักเสบ คือ การอักเสบของเยื่อบุกระเพาะอาหารจากกรดภายในกระเพาะ ซึ่งคนทั่วไปมักจะเรียกกันว่า “โรคกระเพาะ” เกิดจากการหลั่งกรดที่มากขึ้นและคั่งค้างอยู่นานในกระเพาะ ก่อให้เกิดการบาดเจ็บของเยื่อบุกระเพาะอาหาร นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย British university แห่งอังกฤษ แนะนำว่าวัตถุกันเสียธรรมดาที่พบในน้ำอัดลมสามารถปิดสวิตซ์การทำงานของ DNA ในร่างกายได้ และอาจจะชักนำไปสู่โรคตับแข็งและโรคพิการต่างๆ เช่น โรคพาร์กินสัน (อาการของโรคกระตุก เกิดจากสมองพิการ) ผลการศึกษาชิ้นนี้อาจมีผลต่อผู้บริโภคน้ำอัดลมนับร้อยล้านคนทั่วโลก และยังจะทำให้มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสารปรุงแต่งอาหารซึ่งเคยมีผลที่ทำให้เด็กซุกซนผิดปกติ (Hyperactivity) ถูกรื้อฟื้นขึ้นเพื่อทบทวนใหม่ ศาสตราจารย์ปีเตอร์ได้แนะนำผู้ปกครองให้พิจารณาให้ถ้วนถี่ก่อนที่จะซื้อน้ำอัดลมให้บุตรหลาน จนกว่าสารกันเสียเหล่านั้นจะได้รับการพิสูจน์อย่างแน่ชัด น่าเป็นห่วงก็แต่เด็กๆ ที่ดื่มน้ำอัดลมต่างน้ำจำนวนมากๆ การดื่มน้ำอัดลมจะทำให้เด็กผู้หญิงมีความเสี่ยงโรคมะเร็งเต้านมมากขึ้น โดยการดื่มน้ำอัดลมแค่เพียงวันละ 1.5 กระป๋อง ก็สามารถเพิ่มความเสี่ยงได้แล้ว นอกจากนี้ยังทำให้เด็กผู้หญิงโตเป็นสาวไวเกินควรอีกด้วย โดยในการศึกษาได้ทำการศึกษากับเด็กอายุระหว่าง 9-14 ปี กว่า 5,583 คน พบว่าเด็กที่ดื่มน้ำอัดลมมากกว่า...