สาระเด็ก เพลงเด็ก แฟชั่นเด็ก

กลิ่นตัวเด็กทารก ไม่ได้มีแค่หอมอย่างเดียว เด็กแต่ละคนอาจมีกลิ่นเฉพาะตัว และเด็กแต่ละเชื้อชาติก็จะมีกลิ่นเฉพาะตัวที่ต่างกันออกไป ซึ่งกลิ่นตัวเกิดจากการที่ร่างกายขับสารเคมีมาจากต่อมเหงื่อและต่อมไขมันซึ่งอยู่ในชั้นใต้ผิวหนัง หรือจากอาหารที่กินบางประเภท เช่น หอม กระเทียม หรือจากยาปฏิชีวนะ เป็นต้น สาเหตุที่เบบี๋มีกลิ่น 1. กลิ่นตามธรรมชาติ ในวัยทารกแรกเกิดนั้น อาจเกิดจากกลิ่นน้ำคร่ำหรือไขมันที่ติดผิวมาตั้งแต่เกิด ซึ่งเป็นสารสีขาวที่ห่อหุ้มร่างกาย แม้ว่าสารเหล่านี้จะถูกชำระล้างออกไปแล้ว แต่อาจเหลือกลิ่นอยู่ได้หลายสัปดาห์ 2. กลิ่นจากขุยตามผิวหนัง เกิดจากการลอกเป็นขุยตามผิวหนัง ศีรษะหรือคิ้ว อาจใช้ Baby Oil  หรือน้ำมันมะกอกทาเพื่อให้ไขมันส่วนเกินนั้นลอกออกได้ 3. กลิ่นจากเหงื่อ โดยเฉพาะวัย 1 -3 ปี เด็กๆ จะเริ่มมีความซุกซนมากขึ้น มีกิจกรรมมากขึ้น จึงมีเหงื่อออกมากตามไปด้วยเพราะต่อมไขมันทำงานมากขึ้นนั่นเอง นอกจากนั้นประเทศไทยเป็นเมืองร้อนอาจทำให้เกิดการหมักหมม เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ คุณพ่อคุณแม่ควรดูแลรักษาความสะอาดให้ดีอย่างถี่ถ้วน ก็จะทำให้กลิ่นต่างๆ ค่อยๆ หายไปได้ค่ะ 4. กลิ่นปาก กลิ่นปากของลูกน้อยอาจเกิดจากการที่ลูกน้อยไม่ยอมให้แปรงฟัน ควรคุยทำความเข้าใจกับลูกว่า หนูนั้นกินอาหารเข้าไปทุกวัน ถ้าไม่ทำความสะอาดจะทำให้ฟันผุ ปวดฟัน และทำให้ปากมีกลิ่นได้ 5....

ยาลดไข้สำหรับเด็ก พ่อแม่ควรทำความเข้าใจและใช้อย่างถูกวิธี เด็ก ๆ เมื่อป่วยขึ้นมามักจะมีอาการตัวร้อน หน้าแดง ตัวแดง เนื่องจากเส้นเลือดฝอยที่ผิวหนังขยายตัวเพื่อระบายความร้อน แต่เด็กบางคนอาจมีอาการปลายมือปลายเท้าเย็นและซีด ซึ่งในบางครั้งการที่คุณพ่อคุณแม่เอามือแตะหน้าผากจึงไม่สามารถรู้ได้ว่าเด็กกำลังมีไข้สูง ดังนั้น การวัดไข้เด็ก ควรใช้ปรอทวัดไข้เท่านั้น วิธีลดไข้เด็ก จุดประสงค์สำคัญของการลดไข้ คือ ทำให้ลูกน้อยรู้สึกสบายตัวขึ้น อาการปวดศีรษะบรรเทาเบาบางลง ทำให้ลูกงอแงน้อยลง และสามารถนอนหลับพักผ่อนได้  และหากมีไข้สูงการลดไข้จะช่วยป้องกันการชักได้อีกทางหนึ่ง การเช็ดตัวลดไข้ที่ถูกวิธี 1.ลดไข้โดยการเช็ดผิวหนังโดยใช้ผ้าชุบน้ำธรรมดา ห้ามใช้น้ำเย็นหรือแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้เส้นเลือดที่ผิวหนังหดตัว ระบายความร้อนออกไม่ได้ 2.หากลูกมีอาการหนาวสั่นและไข้สูงมาก เวลาเช็ดตัวให้ถอดเสื้อผ้าออกให้หมด แล้วคลุมส่วนที่ยังไม่ได้เช็ดด้วยผ้าห่มบาง ๆ 3.เช็ดย้อนทิศทางการไหลเวียนของเลือด ไม่จำเป็นต้องเช็ดผิวหนังแรง ๆ นะคะ เพราะการเช็ดตัวแรง ๆ ทำให้ลูกเจ็บและแสบผิวหนังอีกทั้งไม่ช่วยลดไข้แต่อย่างใด 4.เน้นเช็ดตามซอกคอ  ใบหน้า  ท้อง  ข้อพับแขน  ขาหนีบ  จะช่วยดึงความร้อนออกจากเส้นเลือดได้มาก 5.การใช้ผ้าเย็น หรือ เจลลดไข้ ไม่ได้ช่วยให้ไข้ลดลงแต่อย่างใด เพียงแต่ช่วยระบายความร้อนจากร่างกายเท่านั้น แต่มีประโยชน์ในเรื่องการบรรเทาอาการปวดศีรษะได้ ทำเข้าใจและใช้อย่างถูกวิธี ยาลดไข้สำหรับเด็ก การทานยาลดไข้สำหรับเด็กเป็นสิ่งที่พ่อแม่ควรทำความเข้าใจเพื่อจะใช้ได้อย่างถูกต้อง  ปกติแล้วในท้องตลาดยาลดไข้สำหรับเด็กมีหลากหลายยี่ห้อ แต่ตัวยาไม่แตกต่างกันมากนัก  ยาลดไข้มี 3...

ท่อน้ำตาอุดตันในเด็ก พ่อแม่ต้องสังเกตหาก ทารกตาแฉะ ขี้ตาเยอะ น้ำตาไหลตลอดเวลา เด็กทารกแรกคลอด หรือเด็กในช่วงอายุ 1 – 3 เดือนแรก มีอาการตาแฉะ ขี้ตาเยอะ น้ำตาไหลตลอดเวลา โดยที่ไม่ได้ร้องไห้ ถ้าเป็นแบบนี้แสดงว่าลูกมีอาการท่อน้ำตาอุดตันแล้วนะคะ ภาวะท่อน้ำตาอุดตันในเด็ก เป็นการอุดตันของท่อน้ำตาบริเวณปลายท่อที่เปิดสู่โพรงจมูก ซึ่งโดยปกติแล้วในเด็กแรกเกิดจะมีเยื่อบาง ๆ ปิดอยู่ที่ปลายท่อน้ำตา และเยื่อนี้จะหายไปเองเมื่ออายุประมาณ 1 เดือน แต่ยังมีส่วนน้อยที่เยื่อไม่หลุดออกไป ทำให้เกิดการอุดตันที่ปลายท่อน้ำตา หรือในทารกแรกเกิดบางรายอาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียขณะคลอด ทำให้เกิดการอักเสบขอบเยื่อบุตาจนมีขี้ตาลงไปอุดก็เป็นได้ ภาวะท่อน้ำตาอุดตันในเด็ก เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในเด็กทารกอาจจะเป็นแค่ข้างเดียวหรือทั้งสองข้างก็ได้ โดยปกติเด็กทารกที่มีอาการนี้สามารถหายได้เองภายใน 2-3 เดือน หลังคลอด แต่ในบางคนที่ไม่หายก็ต้องได้รับการรักษา อาการของท่อน้ำตาอุดตันในเด็ก ท่อน้ำตาอุดตัน คุณแม่ต้องสังเกตให้ดีว่าลูกมีอาการเหล่านี้หรือไม่ 1. ลูกมีน้ำตาคลอ หรือ มีน้ำตาไหลตลอดเวลา แต่ไม่ได้ร้องไห้ 2. มีอาการตาแดง มีการอักเสบ มีขี้ตาหรือมีหนองบริเวณรอบตา เปลือกตาบวมแดงไม่มากนัก อาการนี้มักเป็นตั้งแต่แรก 3. หากมีการสะสมของขี้ตา และเชื้อโรคมาก ๆ เข้าไปในถุงน้ำตาก็อาจจะทำให้อักเสบเป็นฝีบริเวณถุงน้ำตาได้ การดูแลลูกน้อยเมื่อมีอาการตาแฉะ เน้นเรื่องการทำความสะอาดบริเวณดวงตาของลูกน้อย หลังอาบน้ำ ให้ใช้สำลีชุบน้ำอุ่นที่ต้มสุก เช็ดตาข้างที่มีขี้ตาเบา ๆ โดยเช็ดจากหัวตาไปหางตา...

ไม้นมนาง สมุนไพรเพิ่มน้ำนม ดีจริง! มีสูตรวิธีทำ ต้องใส่อะไรเพิ่ม ถึงช่วยให้ได้ผลยิ่งขึ้น ชื่อว่าคุณแม่หลังคลอดหลายคนตอนนี้อาจกำลังประสบปัญหานมแม่ไม่ไหล หรือมาน้อยไม่พอให้ลูกทาน กันอยู่ใช่ไหมคะ นั่นคือเรื่องใหญ่มากจริง ๆ คุณแม่บางคนให้ลูกเข้าเต้าไปเห็นลูกร้องไห้จ้าเพราะนมไม่ไหลก็พลอยกลุ้มใจเครียดร้องไห้ตามลูกน้อยก็มี เพราะสำหรับลูกน้อยวัยแรกเกิดแล้ว สารอาหารที่สำคัญสุดสำหรับเขาคงหนีไม่พ้นนมแม่จริงไหมคะ? แต่เรื่องนี้ไม่ต้องกังวลใจไปเพราะวันนี้เรามีสูตรวิธีต้มน้ำสมุนไพร ไม้นมนาง อินทผลัม พุทราจีน ที่มีสรรพคุณสามารถช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำนมแม่ ช่วยให้น้ำนมแม่กลับมามีปริมาณเยอะ เอาไว้เลี้ยงลูกน้อยได้อย่างเต็มที่มาแนะนำกันค่ะ ทำความรู้จักกับสมุนไพร ไม้นมนาง กันก่อนค่ะ นี่คือสมุนไพรชั้นดีช่วยในเรื่องของน้ำนม มีถิ่นกำเนิดอยู่ทางภาคเหนือ ลักษณะของมันจะมีเปลือกสีน้ำตาลอมแดง ลำต้นมีขนาดใหญ่มากสูงราว ๆ 10-15 เมตร เลยค่ะ หากใครเคยเอามีดถากหรือเฉือนจะพบว่ามีน้ำยางขาว ๆ ไหลออกมาเหมือนกับน้ำนม มีผลการวิจัยรองรับชัดเจนว่าเปลือกไม้นมนางมีส่วนช่วยให้น้ำนมของคุณแม่หลังคลอดมีมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งคำว่าเพิ่มขึ้นตรงนี้ไม่ใช่แค่ปริมาณการหลั่งเท่านั้นแต่ยังเข้าไปทำให้น้ำนมหนักขึ้น ไหลออกมาได้ดี ลูกสามารถดื่มได้อย่างเต็มที่     Homeสวัสดีครับ พี่น้องชาวไทย ร้านโน๊ตบุ๊คทูเดย์ ยินดีต้อนรับ วันนี้มีโน้ตบุ๊คมือสองที่คัดมาแล้วทุกตัวเน้นเ...

แนะนำวิธีการ ดูแลแผลหลังคลอด ทั้งแผลฝีเย็บและแผลผ่าคลอด ให้ถูกวิธี สำหรับคุณแม่หลังคลอด ทั้งที่คลอดเองตามธรรมชาติ หรือ ผ่าตัดคลอด ต่างต้องรู้จักดูแลแผลหลังคลอดให้ถูกวิธีนะคะ การดูแลแผลฝีเย็บที่ถูกวิธีสามารถช่วยบรรเทาความเจ็บปวดและช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้นด้วยค่ะ ส่วนการดูแลแผลผ่าคลอด เพื่อเป็นการป้องกันการติดเชื้อและแผลเป็นนูน มาดูกันค่ะว่า วิธีการดูแลแผลหลังคลอดที่ถูกต้องนั้นทำอย่างไร? วิธีดูแลแผลฝีเย็บ เพื่อบรรเทาความเจ็บปวดและช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น 1.หลังคลอดใหม่ ๆ สามารถวางถุงเย็นรอบ ๆ ที่บริเวณปากช่องคลอด แต่ต้องระวังอาจมีฤทธิ์ของยาชาที่ทำให้ไม่รู้สึกว่าหนาวหรือร้อนเกินไปจนทำให้เกิดอันตรายต่อผิวหนัง 2.กินยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล หรืออาจใช้ครีมหรือสเปรย์ที่ใช้ลดอาการเจ็บปวด ซึ่งควรปรึกษาคุณหมอ 3.ระยะแรกควรล้างแผลฝีเย็บด้วยน้ำต้มสุกเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ต่อมาจึงใช้น้ำสะอาดล้าง โดยไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาล้างแผลหรือน้ำเกลือ หลังจากล้างแผลแล้วใช้ผ้าสะอาดซับแห้ง 4.รักษาบริเวณปากช่องคลอดให้แห้งและสะอาด เมื่ออาบน้ำปกติคือ เช้า-เย็น แล้วซับฝีเย็บให้แห้ง เลือกใช้กางเกงในชนิดผ้าฝ้ายซึ่งสามารถระบายความอับชื้นได้ดีกว่าผ้าไนลอน และควรเปลี่ยนผ้าอนามัยที่ใช้ซับน้ำคาวปลานาน 7-10 วัน เปลี่ยนให้บ่อย ๆ นะคะ อย่าปล่อยให้หมักหมม หรือมีกลิ่น เพราะความชื้นแฉะจะทำให้ติดเชื้อได้ง่าย ข้อสำคัญ ไม่ควรใช้ชนิดสอดเพราะมีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย 5.ทุกครั้งที่มีการปัสสาวะหรือถ่ายอุจจาระ ควรจะล้างทำความสะอาดไปทางด้านหลัง เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากทวารหนักหรือจากช่องปัสสาวะที่ปกติจะมีเชื้อโรคอยู่ 6.แผลฝีเย็บจะหายภายใน 7 วัน...

18 เคล็ดลับการปั๊มนมแม่ ช่วยให้น้ำนมออกง่าย ไม่เจ็บเต้านม เคล็ดลับการปั๊มนมแม่ ที่เราแนะนำดังต่อไปนี้ เป็นวิธีที่ช่วยให้น้ำนมของคุณแม่ออกง่าย และไม่ทำให้เต้านมของคุณแม่มีอาการเจ็บปวด ง่ายต่อการให้นมลูก ลองทำตามคำแนะนำเหล่านี้ดูนะคะ 18 เคล็ดลับการปั๊มนมแม่ ช่วยให้น้ำนมออกง่าย ไม่เจ็บเต้านม 1. กำหนดเวลาการให้นม และ การปั๊มนมให้ตรงเวลา ปั๊มในเวลาเดียวกัน นั่งปั๊มในที่เดียวกัน สภาพแวดล้อมเหมือน ๆ กัน การให้นมและการปั๊มนมจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น 2. ใช้เวลาสัก 2-3 นาที ก่อนการปั๊มนม ด้วยการนวดหน้าอก ใช้มือของคุณวางนาบบริเวณเต้านมและขยับมือหมุนวน การนวดหน้าอกก่อนการปั๊มจะทำให้เลือดลม และ น้ำนมไหลเวียนดี เป็นสิ่งที่คุณแม่ควรจะทำทุกครั้งก่อนการให้นม และการปั๊มนมค่ะ 3. ดื่มน้ำสัก 2-3 แก้ว ก่อนการปั๊มนม หรือ ให้นมลูก 4. ปล่อยจิตใจให้สบาย เมื่อถึงเวลาให้นมลูก หรือ ปั๊มนม เมื่ออารมณ์ของคุณผ่อนคลาย น้ำนมจะไหลดีกว่าตอนที่อารมณ์ของคุณขุ่นมัวค่ะ 5. มองหน้าลูก และ...

หัวนมบอดคืออะไร ? มาดูสาเหตุ พร้อมวิธีแก้ไขปัญหาหัวนมบอด สำหรับคุณแม่ให้นม           หัวนมบอดคืออะไร ? มารู้จักสาเหตุและลักษณะของหัวนมบอด แล้วถ้าแม่หัวนมบอดจะส่งผลต่อการให้นมลูกหรือไม่ หากปัญหาหัวนมบอดทำให้แม่ให้นมลูกกลุ้มใจ เรามีข้อมูลดี ๆ พร้อมวิธีแก้หัวนมบอดแบบง่าย ๆ มาฝากกัน ปัญหาหัวนมบอด อาจดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่กลับไม่เล็กอย่างที่คิด เพราะผู้หญิงที่มีหัวนมบอดอาจจะรู้สึกไม่มั่นใจ โดยเฉพาะคุณแม่ให้นมมือใหม่ก็ยิ่งเป็นกังวลและสงสัยว่าจะสามารถให้นมลูกได้ตามปกติหรือไม่ ถ้าอยากรู้คำตอบ ตามเรามาทำความเข้าใจกับปัญหาหัวนมบอดแบบเคลียร์ ๆ พร้อมดูวิธีแก้ไขกันเลย หัวนมบอดคือ ? สำหรับหน้าอกของผู้หญิงจะมีส่วนประกอบหลัก ๆ ที่เราสังเกตได้ด้วยตา คือ เต้านม ลานนมซึ่งมีสีน้ำตาล และหัวนม ซึ่งถ้าหากหัวนมยุบหรือบุ๋มลงไป ทำให้ดูเหมือนไม่มีหัวนมนั้น จะเรียกว่า “หัวนมบอด” นั่นเอง โดยหัวนมบอดสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ส่วนใหญ่มักจะเป็นมาตั้งแต่แรกเกิด ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดหัวนมบอดได้ก็คือ การมีพื้นที่ฐานหัวนมน้อยเกินไป ท่อน้ำนมสั้นกว่าปกติ รวมทั้งการมีพังผืดรอบ ๆ ทำให้เกิดการดึงรั้งหัวนมไว้ หัวนมจึงไม่โผล่ออกมา...

6 โรคหน้าร้อน ที่คนท้องต้องระวัง เสี่ยงทั้งคุณแม่และลูกน้อย           โรคหน้าร้อน คนท้อง ที่มาพร้อมอากาศร้อนจัดอย่างช่วงนี้ นอกจากจะเกิดความเสี่ยงต่าง ๆ ต่อตัวคุณแม่เองแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อลูกน้อยในครรภ์ด้วย ดังนั้นคนท้องจึงต้องระวังและป้องกันตัวเองจากโรคร้ายหน้าร้อนเหล่านี้กันเป็นพิเศษ เมื่อต้องเผชิญกับอากาศที่ร้อนจัด แม้แต่คนทั่วไปก็ยังมีโอกาสเจ็บป่วยด้วยโรคหน้าร้อนต่าง ๆ ได้ หากไม่ใส่ใจดูแลตัวเองเท่าที่ควร โดยเฉพาะโรคฮีตสโตรกที่เป็นอันตรายถึงชีวิต ยิ่งหากเป็นคนท้องด้วยแล้ว ก็ยิ่งต้องระมัดระวังสุขภาพเป็นพิเศษ เพราะโรคบางอย่างนั้นอาจส่งผลรุนแรงต่อร่างกายของคุณแม่ ตลอดจนทารกน้อยในครรภ์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ดีแน่ ๆ เลยล่ะค่ะ และเพื่อให้คุณแม่ทั้งหลายได้รู้จักป้องกันและระวังโรคที่จะมากับหน้าร้อน กระปุกดอทคอมจึงมีข้อมูลมาฝากกันค่ะ โรคหน้าร้อน ที่คนท้องต้องระวัง 1. คนท้องร้อนกว่าคนปกติ รู้ไหมคะว่าคนท้องจะร้อนกว่าคนปกติ เนื่องจากภาวะการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจ ทั้งต่อมไทรอยด์ที่ทำงานเพิ่มขึ้น ร่างกายต้องเผาผลาญพลังงานมากขึ้น อีกทั้งภายในร่างกายของคนท้องจะมีปริมาณเลือดที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของทารก ทำให้หลอดเลือดเกิดการขยายตัว ร่างกายของผู้หญิงตั้งครรภ์จึงเกิดความร้อนมากกว่าปกติ อาการ ขี้ร้อน เหงื่อออกมาก หงุดหงิด อ่อนเพลีย รู้สึกไม่สบายตัว เมื่อประกอบกับช่วงนี้เป็นฤดูร้อน จึงเป็นปัจจัยให้เกิดอันตรายต่อคุณแม่ และอาจมีผลกระทบถึงลูกน้อยได้ วิธีป้องกัน - อยู่ในที่ร่ม ไม่ออกไปเผชิญกับแดดจ้า อากาศร้อน...

ตรวจครรภ์แล้วเจอ 2 ขีดจาง ๆ เพราะอะไร ท้องหรือไม่ท้อง ? คำถามนี้มีคำตอบ !           ตรวจครรภ์แล้วเจอ 2 ขีดจาง ๆ เพราะอะไร แบบนี้ท้องหรือไม่ท้องกันแน่ หรือมีปัจจัยอะไรที่จะทำให้ที่ตรวจครรภ์ขึ้น 2 ขีดจาง ๆ แบบนี้บ้าง มาไขข้อสงสัยกัน ทุกวันนี้หากสาว ๆ คนไหนสงสัยว่าตัวเองกำลังจะมีน้อง คงไม่ต้องไปพบคุณหมอที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจดูอาการให้ยุ่งยากอีกต่อไปแล้ว เนื่องจากเดี๋ยวนี้เขามีที่ตรวจครรภ์ที่หาซื้อได้ง่ายแสนง่ายตามร้านขายยาทั่วไป ช่วยให้ชีวิตสะดวกสบาย คลายกังวลเรื่องเวลาและค่าใช้จ่ายที่ต้องไปพบแพทย์ได้มากโขทีเดียว โดยการตรวจครรภ์ที่ว่านี้ใช้เพียงปัสสาวะและแท่งตรวจก็เพียงพอ มีทั้งวิธีการจุ่มแท่งตรวจลงไปในถ้วยปัสสาวะ, ปัสสาวะให้ไหลผ่านแท่งตรวจ หรือใช้ปัสสาวะหยดลงไปบนที่ตรวจครรภ์ก็ได้ทั้งนั้น แล้วแต่ความสะดวกของสาว ๆ ในการหาซื้อแท่งตรวจครรภ์กันเลย และเมื่อทำตามขั้นตอนการตรวจแบบถ้วนถี่ ก็ถึงเวลาที่ต้องนั่งลุ้นกันแล้วว่าจะปรากฏขีดสี ๆ ขึ้นมาให้เห็นกับตาอยู่กี่ขีด ซึ่งหากมีเส้นโผล่ขึ้นมาเพียง 1 ขีดก็แปลว่าไม่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น ส่วนใครที่ตรวจแล้วมี 2 ขีดขึ้นมาอย่างแจ่มชัด ก็เตรียมจัดปาร์ตี้รับเบบี๋ที่พร้อมจะมาเกิดได้เลย แต่ถึงอย่างนั้นการซื้ออุปกรณ์มาตรวจเองก็ย่อมมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อเช่นกัน...

ปั๊มนมแล้วมีเลือดปน เกิดจากอะไร อันตรายหรือไม่ ไขข้อสงสัยสำหรับคุณแม่นักปั๊ม           ปั๊มนมมีเลือดปน หากปั๊มนมอยู่ดี ๆ แล้วมีเลือดปนออกมาในน้ำนม คงเป็นเรื่องที่น่าตกใจสำหรับคุณแม่นักปั๊มไม่น้อย เหตุใดน้ำนมแม่จึงมีเลือดปน และปลอดภัยหรือไม่สำหรับลูกน้อยและตัวคุณแม่เอง มาหาคำตอบกัน จากกรณีนี้ ปั๊มนมเป็นเลือด เกิดจากอะไร ลูกน้อยจะสามารถกินนมแม่ที่มีเลือดปนได้หรือไม่ แล้วตัวคุณแม่เองควรทำอย่างไรดีเมื่อน้ำนมมีเลือดปนออกมา วันนี้กระปุกดอทคอมขอชวนคุณแม่ที่ให้นมลูกเองมาหาคำตอบกันค่ะ ปั๊มนมมีเลือดปน อันตรายหรือไม่ การมีเลือดปนมาในน้ำนมแม่ ทำให้น้ำนมมีสีแดง อาจดูน่ากลัวเมื่อเห็นครั้งแรก แต่ขอให้คุณแม่สบายใจได้ค่ะ เพราะนี่เป็นเรื่องปกติโดยเฉพาะสำหรับคุณแม่มือใหม่ ซึ่งอาการนี้ไม่ได้เป็นการบ่งชี้ถึงโรคร้ายใด ๆ ปั๊มนมมีเลือดปน เกิดจากอะไร นมแม่มีเลือดปน ถ้าในปริมาณน้อยก็จะมีสีชมพู เหมือนนมใส่น้ำหวานสีแดง หรือถ้ามีเลือดปนในปริมาณมาก ก็จะมีลักษณะสีแดงเหมือนน้ำแตงโมปั่น ซึ่งสาเหตุที่ทำให้คุณแม่ปั๊มนมแล้วมีเลือดปน เกิดขึ้นได้จาก 2 สาเหตุ คือ 1. มีแผลที่หัวนม หัวนมแตกหรือเป็นแผลเปิด เช่น มีรอยแตกหรือตุ่มขาวอุดตันหัวนม ทำให้มีเนื้อเยื่อฉีกขาด มีเลือดปนออกมาในน้ำนม และจะยังเห็นมีเลือดออกแม้หลังจากปั๊มนมแล้ว มักเกิดขึ้นกับคุณแม่ในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกหลังคลอด เมื่อลูกน้อยยังไม่รู้จังหวะเข้าเต้า หรือคุณแม่ยังจัดท่าให้นมไม่ถูกต้อง 2....