สาระเด็ก เพลงเด็ก แฟชั่นเด็ก

ทำไม ทารกหายใจเร็ว? ปกติต้องหายใจกี่ครั้งต่อนาที? ทำไม ทารกหายใจเร็ว? ปกติต้องหายใจกี่ครั้งต่อนาที? ทำไม ทารกหายใจเร็ว? การที่ทารกหายใจเร็ว เป็นเพราะในวัยที่กำลังเจริญเติบโต กระบวนการเผาผลาญอาหารก็ต้องทำงานหนัก และระบบเผาผลาญอาหารต้องใช้ออกซิเจนในร่างกายจำนวนมาก และต้องกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกายเช่นกัน ดังนั้น ทารกจึงหายใจเร็วเพื่อให้ระบบเผาผลาญอาหารทำงานได้ดีนั่นเอง อัตราการหายใจที่ปกติของแต่ละวัย เด็กแรกเกิด – 2 เดือน อัตราการหายใจที่ปกติจะอยู่ที่ 60 ครั้งต่อนาที อายุ 2 เดือน – 1 ขวบ อัตราการหายใจที่ปกติจะอยู่ที่ 50 ครั้งต่อนาที อายุ 1 – 3 ขวบ อัตราการหายใจของลูกจะเริ่มลดลง และจะเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ ที่ประมาณ 20 – 30 ครั้งต่อนาที สำหรับวิธีที่ใช้ในการสังเกตการหายใจของลูกว่าผิดปกติหรือไม่ คือการนับอัตราการหายใจนั่นเองค่ะ โดยการจับเวลาพร้อมกับนับการหายใจของลูกให้ครบ 1 นาที (60...

กินนมแม่..แต่..ลูกไม่ถ่าย..แม่ควรกินอะไร? ลูกไม่ถ่าย มาหลายวันแล้ว ทั้ง ๆ ที่กินนมแม่ ทำไมยังท้องผูกอีก ไขคำตอบว่าทำไมลูกถึงไม่ถ่าย ถ้าลูกไม่ถ่ายหลายวันจะเป็นอันตรายหรือไม่ การที่ลูกไม่ถ่ายส่งสัญญาณอันตรายอะไร ได้ที่นี่ค่ะ กินนมแม่..แต่..ลูกไม่ถ่าย..แม่ควรกินอะไร? เรื่องขับถ่ายของเด็กนมแม่ ตามที่เราเข้าใจกันว่าทารกจำเป็นจะต้องขับถ่ายทุกวันอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง และปัสสาวะทุกวัน อย่างน้อยวันละ 6 ครั้ง ถึงจะเรียกได้ว่าปกติ ได้รับนมแม่อย่างเพียงพอไม่ท้องผูกหรือท้องเสียนั้น เป็นความเชื่อที่ผิดค่ะ อาการท้องผูกหรือท้องเสียของทารกนั้นไม่สามารถดูได้จากจำนวนครั้งที่ลูกถ่ายเพียงอย่างเดียว จำเป็นต้องดูอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย ซึ่งการขับถ่ายของทารกนั้น คุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องใส่ใจและสังเกตเป็นพิเศษ เพราะไม่เหมือนกับอาการทั่วไปที่ทารกจะแสดงพฤติกรรมเพื่อส่งสัญญาณให้รู้อย่างชัดเจน ลูกกินนมแม่แต่ถ่ายบ่อย ท้องเสียหรือไม่ การที่ลูกกินนมแม่แต่ถ่ายบ่อย ไม่ได้หมายความว่าลูกท้องเสียแต่อย่างใด เพราะนมแม่ย่อยง่าย ทำให้ลูกอาจถ่ายได้บ่อย 8-10 ครั้งต่อวัน หรือทุกครั้งหลังจากดูดนมแม่ก็ยังได้ ทั้งนี้คุณแม่ควรสังเกตอาการอื่น ๆ ของลูกร่วมด้วย หากลูกมีอาการต่อไปนี้ อาจหมายถึงสัญญาณของอาการท้องเสีย ควรไปพบแพทย์ อุจจาระมีกลิ่นรุนแรง เหม็นคาว เป็นสีอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สีเหลืองทองและมีลักษณะนิ่ม ลูกงอแง...

การโกนผมไฟทำได้ 2 แบบ โดยพิจารณาตามฐานะของแต่ละครอบครัว 1. แบบประหยัด เป็นพิธีง่ายๆ ระหว่างเครือญาติใกล้ชิด และหมอตำแย (คนทำคลอด) เมื่อได้ฤกษ์ดีแล้ว จัดหาเสื่อหรือลำแพน ปูที่ลานหน้าบ้าน ตั้งหม้อทะนนใบใหญ่ 2 ใบบนเสื่อ ใบแรกบรรจุน้ำใสบริสุทธิ์ และจัดหามีดพร้า ขวานถาก เสียม วางรวมกันไว้ข้างๆ หม้อน้ำ นอกจากนี้ มีกระบวยตักน้ำ พานที่ตั้งน้ำอบและกระแจะ เมื่อพร้อมแล้ว ลงมือโกนผมไฟเด็ก เมื่อโกนเสร็จแล้ว พ่อแม่ตักน้ำใส่หม้อใบแรก (น้ำผสม ขมิ้น ใบส้มปล่อย และกระแจะ) รดหัวลูกจนทั่วตัว แล้วค่อยตักน้ำบริสุทธิ์ในหม้อใบที่ 2 อาบชำระล้างให้สะอาด แล้วทาตัวเด็กด้วยแป้งกระแจะและน้ำอบ เป็นอันเสร็จพิธี จากนั้นแม่ของเด็กต้องตักน้ำจากหม้อใบแรก และใบที่ 2 รดให้พ่อของเด็ก ที่ฝ่ามือทั้งสอง พร้อมทั้งทาแป้งกระแจะ น้ำอบ...

โกนผมไฟ ประเพณีไทยทำอย่างไรให้เป็นมงคล?   ผมไฟ คือผมของเด็กแรกเกิดที่มีมาตั้งแต่อยู่ในท้อง ในการ โกนผมไฟ จะนิยมไปหาพระอาจารย์ที่วัด เพื่อหาฤกษ์ที่นิยมทำกันคือ เดือน 4 – 6 และเดือน 12 ตามความเชื่อของคุณพ่อ คุณแม่ในสมัยก่อน เชื่อว่าจะเป็นมงคลแก่ลูก และครอบครัว โดยมีหลักเกณฑ์ สิ่งที่ต้องเตรียม และพิธีดังนี้ หลักเกณฑ์ในการโกนผมไฟ 1.ถ้าคนในครอบครัวถึงแก่ความตายในปีนั้นจะโกนไม่ได้ ปีถัดไปค่อยดูกันใหม่ 2.ในครอบครัว ถ้าลูกไม่ได้โกนผมไฟ แล้วท้องขึ้นมาอีก ต้องรอจนกว่าจะคลอด และโกนผมไฟพร้อมกัน 3.โกนผมไฟเมื่อไหร่ก็ได้ หรือโกนในวันทำบุญ ไหว้บรรพบุรุษก็ดี 4.ถ้ายังไม่สามารถโกนผมไฟได้ ให้พ่อแม่เก็บรักษาผมเอาไว้ ปล่อยให้ยาว จะมัดจุกหรือถักเปียก็ตามใจ ห้ามโกนทิ้งไปเฉยๆ ถ้ายังไม่ถึงเวลา เพราะตามความเชื่อถือว่าจะเป็นอัปมงคลแก่เด็ก และครอบครัว สิ่งที่ต้องเตรียมการโกนผมไฟ 1.หาฤกษ์ โดยให้พระอาจารย์คำนวณหาวันให้ 2.นิมนต์พระจำนวน 5 รูป หรือ 8 รูป ตามศรัทธา 3.เชิญญาติมิตร 4.จัดหาเครื่องใช้ในพิธีโกนผมไฟ คือ หม้อทะนน 2 ใบ,...

จุดบอบบางของลูก ที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ พูดถึงเด็กแรกเกิดแล้ว เรามักจะนึกถึงความบอบบางน่าทะนุถนอม ต้องการการปกป้อง ไปดูกันค่ะว่า จุดบอบบางของลูก มีอะไรบ้างที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเรียนรู้และดูแลให้ถูกวิธี 1. หนังศีรษะ ทารกอายุระหว่าง 2 สัปดาห์ ถึง 3 เดือน มักจะมีหนังศีรษะลอก ซึ่งเกิดจากต่อมไขมันผลิตไขมันออกมามากเกินไป โดยมีลักษณะเป็นแผ่นสะเก็ดสีเหลืองหรือน้ำตาล และมักจะหายไปเองเมื่ออายุ 6-7 เดือน วิธีดูแล ใช้เบบี้ออยล์นวดศีรษะตรงบริเวณที่มีไขมัน จากนั้นใช้แปรงนุ่มๆ แปรงออกอย่างเบามือ และปิดท้ายด้วยการใช้แชมพูสูตรอ่อนโยนสระผมออก แล้วจึงเช็ดให้แห้ง 2. เล็บมือ เล็บมือเด็กมักจะยาวไวกว่าของผู้ใหญ่ และคมมาก หากปล่อยไว้อาจจะไปข่วนหน้าตาเป็นแผลได้ วิธีดูแล ควรตัดเล็บให้ลูก 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ (เล็บเท้าไม่เป็นไร) และควรเลือกตัดเล็บตอนลูกนอนหลับ ที่สำคัญคือต้องตัดให้เร็ว 3. สายสะดือ โดยทั่วไปสายสะดือจะแห้งและหลุดไปเองภายใน 10-21 วันหลังคลอด การปล่อยให้หลุดเองตามธรรมชาติจึงปลอดภัยกว่า ไม่แนะนำให้ดึงสายสะดือเอง วิธีดูแล ควรพิถีพิถันอย่างมาก ต้องให้บริเวณนี้แห้งอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงการใส่ผ้าอ้อมปิดทับ หลังอาบน้ำเสร็จให้ใช้สำลีซับให้แห้งอย่างเบามือ ตอนที่สายสะดือลูกหลุดออกเองตามธรรมชาติ อาจมีเลือดออกเล็กน้อยเป็นเรื่องปกติ ให้ใช้สำลีหรือผ้าสะอาดชุบน้ำเช็ดออก...

เบบี๋หลับสบาย ได้อีก ได้อีก ไม่ว่าลูกของคุณจะเป็นเด็กที่หลับง่ายหรือยาก วิธีต่อไปนี้จะช่วยให้เขานอนหลับสนิทได้ • ที่นอนอบอุ่นและสบาย ที่นอนซึ่งเหมาะกับเบบี๋แรกเกิดอายุเพียงไม่กี่สัปดาห์ ไม่ควรกว้างเกินไป ดังนั้นหากคุณใช้เบาะนอนใหญ่ลองเปลี่ยนมาใช้เบาะนอนที่เล็กลงมาจะเหมาะกว่า แต่ถ้ามีเตียงหรือเปลนอนอยู่แล้ว อาจใช้การห่อตัว หรือถุงนอน เพื่อช่วยให้ลูกรู้สึกแนบชิดใกล้เคียงกับอ้อมกอดอุ่นๆ ของคุณ นอกจากนี้อุณหภูมิในห้องไม่ควรร้อนหรือเย็นเกินไป • เห่กล่อมเป็นจังหวะตอนอยู่ในท้องแม่ ลูกจะตื่นตัวเมื่อแม่อยู่นิ่งหรือหยุดพัก และจะสงบลงเมื่อแม่เริ่มขยับตัวหรือลุกขึ้นเดิน แต่เมื่อคลอดแล้ว การเคลื่อนไหวด้วยจังหวะสม่ำเสมอยังคงมีผลเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการอุ้มโยกเบาๆ หรือลูบเนื้อลูบตัวเป็นระยะ ล้วนเป็นที่ชื่นชอบของเบบี๋และนำเข้าสู่ภวังค์อย่างสบาย • เสียงกล่อมดังสม่ำเสมอ ตลอดหลายเดือนในท้องแม่ ลูกน้อยมีเสียงหัวใจ เสียงการทำงานของอวัยวะภายใน และเสียงพูดของแม่เป็นเครื่องขับกล่อมให้หลับ แต่เมื่อคลอดออกมาไม่มีเสียงเหล่านั้นอีกแล้ว การนอนหลับเองจึงอาจกลายเป็นเรื่องยาก วิธีแก้ง่ายๆคือ หาเสียงอื่นที่มีจังหวะหรือดังสม่ำเสมอมากล่อมแทน เช่น เปิดพัดลมให้มีเสียงดังหึ่งๆ เปิดกล่องดนตรี หรือเปิดซีดีที่เลียนแบบเสียงต่างๆในร่างกายของแม่ • ความเงียบสงบ เด็กน้อยจะหลับสนิทเมื่อได้อยู่ในห้องของตัวเอง พวกเขาไม่รำคาญและไม่ตื่นง่ายๆ หรอกตอนคุณเข้าไปในห้อง แต่เหตุที่มักทำเบบี๋เสียเส้นจนต้องตื่น คือการอุ้มเขาขึ้นมาเพียงแค่คุณได้ยินเสียงเขาร้องครางเบาๆ • ทำเป็นกิจวัตร เด็กเกิดใหม่มักนอนหลับหลังกินนมจากขวดหรือเต้าอยู่แล้ว ดังนั้นตารางเวลานอนจึงอาจไม่มีความจำเป็น แต่คุณสามารถฝึกลูกเข้านอนเป็นเวลาตั้งแต่เขาเล็กแค่ไหนก็ได้...

ลูกติดเชื้อในกระแสเลือดอันตราย แต่ป้องกันได้ ติดเชื้อในกระแสเลือดอันตรายไหม ทำไมลูกน้อยต้องติดเชื้อในกระแสเลือด? 1.เด็กทารกที่มีอายุน้อยกว่า 7 วัน สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อระหว่างคลอด ความเสี่ยงได้แก่ การคลอดก่อนกำหนด ตัวอย่างเช่น คุณแม่มีถุงน้ำคร่ำแตกก่อนคลอดเป็นเวลานาน ทำให้เชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ถุงน้ำคร่ำที่แตก และเข้าไปในตัวลูกน้อยได้ หรือคุณแม่มีไข้ หรือมีการติดเชื้ออื่นๆ ที่สามารถส่งผลไปถึงลูกน้อยได้ 2.เด็กทารกที่มีอายุ 7 วัน – 3 เดือน การใช้สายสวนหลอดเลือด การทำหัตถการกับเด็กทารก หรือการติดเชื้อเฉพาะที่ และไม่สามารถกำจัดเชื้อนั้นออกไปได้หมด อาจทำให้ลุกลามกลายเป็นการติดเชื้อในกระแสเลือด โดยเด็กๆ กลุ่มนี้จะมีอาการป่วยอย่างอื่นมาก่อนแล้ว เช่น มีแผล มีฝีหนอง หรือเป็นไข้ ปอดบวม หรือปอดอักเสบ วิธีสังเกตลูกเมื่อติดเชื้อในกระแสเลือด อาการของการติดเชื้อในกระแสเลือดจะไม่จำเพาะเจาะจง เช่น มีไข้สูง หรือบางคนตัวเย็นกว่าปกติ มีอาการซึมลง เบื่ออาหาร ไม่ยอมดูดนม ท้องอืด อาเจียน หรือหายใจผิดปกติ บางคนหยุดหายใจเป็นพักๆ หรือมีอาการหัวใจเต้นผิดปกติ อาการเหล่านี้ไม่ได้ชี้ชัดว่าลูกติดเชื้อในกระแสเลือด 100% เพื่อความไม่ประมาท คุณพ่อ...

เปลี่ยนนมตามวัย ให้ลูกน้อยตั้งแต่แรกเกิด – 3 ขวบ นมคือสิ่งจำเป็นสำหรับลูกน้อยตั้งแต่แรกเกิดไปจนโต เพราะเป็นแหล่งอาหารที่มีโปรตีน และไขมันที่จำเป็นสำหรับลูกน้อย ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการ และพัฒนาสมองให้ลูกน้อย คุณพ่อ คุณแม่สามารถ เปลี่ยนนมตามวัย ให้ลูกน้อยได้อย่างเหมาะสมตามความต้องการของร่างกายได้ สูตรนมแต่ละช่วงวัยสำหรับลูกน้อย 1.นมสูตรที่ 1 นมสำหรับลูกน้อยวัยแรกเกิด – 1 ขวบ คือนมแม่ หรือนมผงดัดแปลงที่มีส่วนประกอบใกล้เคียงนมแม่ ซึ่งมีโปรตีน และไขมันที่ย่อยง่าย มีสารอาหารที่ส่งเสริมพัฒนาการทางสมอง และภูมิคุ้มกัน 2.นมสูตรที่ 2 นมสำหรับลูกน้อยวัย 6 เดือน – 3 ปี เพิ่มปริมาณโปรตีน แคลเซียม และฟอสฟอรัส เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ รองรับความต้องการของพลังงานจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้น 3.นมสูตรที่ 3 นมสำหรับลูกน้อยวัย 3 ขวบขึ้นไป และทุกคนในครอบครัว มีการเพิ่มปริมาณโปรตีนมากขึ้น มีวิตามิน แร่ธาตุ เพื่อช่วยเสริมสร้างพัฒนาการสมอง ความแข็งแรง และส่งเสริมการเรียนรู้สิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัว การเปลี่ยนนมจะช่วยให้ร่างกายของลูกน้อยปรับตัว...

WHO เตือน! อาหารทารก มีน้ำตาลสูงเกินไป เสี่ยงหลายโรคร้าย อาหารทารก สำเร็จรูปต่าง ๆ ที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไป หากสังเกตดี ๆ จะพบว่ามีน้ำตาลเป็นส่วนผสมในปริมาณที่สูงเกินไป องค์การอนามัยโลกจึงออกมาเตือนว่าอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ WHO เตือน! อาหารทารก มีน้ำตาลสูงเกินไป เสี่ยงหลายโรคร้าย เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2562 องค์การอนามัยโลก (WHO) เผยแพร่รายงานฉบับใหม่ ซึ่งระบุว่า อาหารทารก ตามท้องตลาดทั่วไปมีน้ำตาลเป็นส่วนผสมมากเกินไป ซึ่งอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ ข้อมูลดังกล่าวมาจากการตรวจสอบผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับทารกราว 8,000 รายการ ที่วางจำหน่ายระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2017 ถึงมกราคม 2018 โดยสำนักงานภูมิภาคยุโรปขององค์การฯ องค์การฯ ออกมาเตือนว่าระดับน้ำตาลที่สูงมากเกินไปในผลิตภัณฑ์อาหารเป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพ โดยเพิ่มความเสี่ยงต่อการมีน้ำหนักเกินและฟันผุ รวมถึงก่อให้เกิดนิสัยชื่นชอบการรับประทานอาหารรสหวานจัดในอนาคต รายงานระบุว่าราวครึ่งหนึ่งของผลิตภัณฑ์ที่ตรวจสอบ พบแคลอรี่มากกว่าร้อยละ 30 มาจากน้ำตาลทั้งหมด และประมาณ 1 ใน 3 ของผลิตภัณฑ์เติมน้ำตาลหรือสารให้ความหวานอื่น ๆ เพิ่มอีก การตรวจสอบดังกล่าวที่ครอบคลุมร้านค้ามากกว่า 500 แห่งในออสเตรีย บัลแกเรีย อิสราเอล และฮังการีนั้นยังพบว่าฉลากของผลิตภัณฑ์กว่าร้อยละ 60 อ้างว่าผลิตภัณฑ์เหมาะสมกับทารกที่มีอายุต่ำกว่า 6 เดือน ซึ่งสร้างความเข้าใจผิดแก่ผู้บริโภค องค์การฯ แนะนำว่าทารกควรบริโภคน้ำนมแม่เพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต รายงานยังแนะนำให้แต่ละประเทศออกกฎหมายใหม่เกี่ยวกับการควบคุมการบริโภคน้ำตาลปริมาณสูง ห้ามไม่ให้เติมน้ำตาลและสารให้ความหวานในอาหารทารก ยุติการส่งเสริมการบริโภคผลิตภัณฑ์อื่น ๆ แทนน้ำนมแม่ รวมทั้งติดฉลากบนลูกอม...

ลูกขี้ร้อน นอนเปิดพัดลม เสี่ยงปอดบวม หรือไม่? ลูกขี้ร้อน นอนเปิดพัดลม เสี่ยงปอดบวม ในเด็กทารกบางคนเป็นเด็กขี้ร้อนมาตั้งแต่เกิด เวลานอนแม่ต้องเปิดพัดลม เปิดแอร์ให้ตลอด แล้วยิ่งหน้าร้อนก็เพิ่มความร้อนอบอ้าวให้ลูกได้เหงื่อซึมอยู่ตลอด แบบนี้ต้องนอนเปิดพัดลมทุกวัน แล้วจะเสี่ยงป่วยไข้ได้หรือเปล่านะ เรามีคำตอบมาให้คุณแม่ได้คลายความกังวลใจกันค่ะ   ลูกขี้ร้อน นอนเปิดพัดลม เสี่ยงปอดบวม ได้หรือไม่? คุณแม่ที่ลูกไม่ได้ขี้ร้อนมาก อาจสงสัยว่าแล้วทำไมก็แค่เปิดพัดลมให้ลูก จะถึงขั้นปวดบวมได้เลยหรือ  เรื่องนร่มีอยู่ว่าคุณแม่ได้ส่งคำถามเข้ามาว่า   “ลูกอายุ 2 เดือน เป็นเด็กขี้ร้อนมาก มีเหงื่อเยอะ ตัวเหนียวต้องให้ใส่เสื้อผ้าบางๆ และเปิดพัดลมให้ตลอด จะเสี่ยงเป็น ปอดบวม หรือไม่ และถ้าไม่เปิดพัดลม จะแก้ปัญหาลูกขี้ร้อนอย่างไรดี?   จริงๆ การเปิดพัดลมไม่น่าจะทำให้ลูกป่วยได้ใช่ไหมคะ แต่ติดอยู่ตรงที่คุณแม่บอกว่าให้ลูกใส่เสื้อผ้าบางๆ ด้วยขณะที่เปิดพัดลมให้ ทีนี้เราก็ต้องไปดูว่าการเปิดพัดลมให้ลูกเล็กๆ แบบไหนถึงจะถูกต้อง และปลอดภัยต่อสุขภาพของลูกโดยเฉพาะกับเด็กวัยทารก ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรทำความเข้าใจกับโรคปอดบวมกันก่อนว่าแท้จริงแล้วอาการเป็นอย่างไร จะเกิดขึ้นเพราะเปิดพัดลมให้ลูกตลอดเวลาหรือเปล่า เรื่องนี้เรามีคำตอบจาก แพทย์หญิงสุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ กุมารแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านทารกแรกเกิด(1) ซึ่งคุณหมอได้อธิบายไว้ ตามนี้ค่ะ โรคปอดบวมหรือปอดอักเสบเป็นอย่างไร? โรคปอดบวม หรือปอดอักเสบ...