7 วิธีรับมือ! “ภัยช่วงปิดเทอม” ที่พ่อแม่ต้องรู้!!

7 วิธีรับมือ! “ภัยช่วงปิดเทอม” ที่พ่อแม่ต้องรู้!!

7 วิธีรับมือ! “ภัยช่วงปิดเทอม” ที่พ่อแม่ต้องรู้!!

Image result for รูปเด็กเล่นอันตรายตอนปิดเทอม

 

“แม้ว่าบ้านจะเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด แต่หากขาดความเอาใจใส่ดูแลสภาพแวดล้อมที่อยู่ในบ้าน และรอบๆ บ้าน รวมถึงการดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษแล้ว ก็อาจก่อให้เกิดอันตรายสำหรับเด็กได้”

และต่อไปนี้เป็นการระบุของทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย และก็มีการเตือนให้ป้องกันภัยที่อาจเกิดกับเด็ก ภัยที่สุ่มเสี่ยงจะเกิดกับเด็กไทยในช่วงปิดเทอม

ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้มีการแนะนำวิธีการป้องกันอุบัติเหตุ-อุบัติภัยที่อาจเกิดขึ้นกับเด็ก ภายในบ้าน และรอบๆ บ้าน ด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก ดังนี้คือ..

ประตู-หน้าต่าง

ควรติดตั้งเหล็กกั้นหรือที่ยึดเพื่อป้องกันการถูกหนีบ ควรมีที่ครอบลูกบิดประตูเพื่อป้องกันเด็กกดลูกบิดเล่นจนทำให้ประตูปิดล็อก ออกมาได้, ระเบียงบ้าน ควรติดตั้งที่กั้นแบบปิดทึบและแน่นหนา  ซี่ลูกกรงไม่ควรถี่เกินไปเพราะอาจทำให้ศีรษะ แขน ขา ของเด็กเข้าไปติด และไม่ห่างเกินไปจนเด็กพลัดตกลงไป

บันได

ควรติดตั้งที่กั้นบริเวณราวบันได ช่องระหว่างราวบันไดไม่ควรห่างเกินไปจนเด็กพลัดตกได้ ไม่ควรวางของตามขั้นบันไดเพราะเด็กอาจเหยียบจนลื่นล้มตกบันได, ปลั๊กไฟ ควรมีที่ครอบและติดตั้งบนที่สูงเพื่อป้องกันเด็กเอานิ้วหรือวัตถุอื่นแหย่ เล่นจนถูกไฟดูด, พัดลม ควรเลือกใช้แบบที่มีขาตั้งสูงและมีฝาครอบที่ปิดล็อกแน่นหนา เพื่อป้องกันเด็กเอามือแหย่ใบพัดจนโดนใบพัดบาด และเมื่อเลิกใช้งานแล้วควรถอดปลั๊กออกทุกครั้ง

ห้องครัว ของมีคม

เช่น มีด ส้อม ควรเก็บให้มิดชิด กระติกน้ำร้อน-กาต้มน้ำควรวางบนโต๊ะหรือบนชั้นที่มั่นคงแข็งแรงที่เด็ก เอื้อมไม่ถึง และไม่ควรวางบนโต๊ะที่มีผ้าคลุมยาว เพราะเด็กอาจดึงชายผ้าจนน้ำร้อนลวกตัว

จุดวางเครื่องมือ-น้ำยาเคมี

เช่น กรรไกรตัดกิ่งไม้ ตะปู ค้อน อุปกรณ์มีคม น้ำยาทำความสะอาดพื้น ผงซักฟอก ยาฆ่าแมลง สารเคมีต่างๆ หลังใช้งานเสร็จแล้วต้องเก็บในที่มิดชิด ปิดภาชนะให้แน่นหนา รวมถึงยาต่างๆ ก็ต้องเก็บให้มิดชิดพ้นมือเด็ก เพราะสิ่งต่างๆ เหล่านี้เด็กอาจนำมาเล่นจนเกิดอันตรายถึงชีวิตได้

นอกบ้าน-รอบบ้าน

ก็ต้องระวัง ไม่ว่าจะเป็นถนน ลานกว้าง หรือแม้แต่ที่จอดรถในรั้วบ้าน เพราะเด็กอาจเกิดอันตรายจากรถได้ ไม่เว้น แม้แต่จากรถของพ่อแม่เองดังที่เคยมีข่าวน่าสะเทือนใจบ่อยครั้ง นอกจากนี้ แม่น้ำ คลอง สระ บึง บ่อ หรือแม้แต่ถังเก็บน้ำในห้องน้ำ-ในบ้าน ก็ควรระวัง เพราะเด็กอาจพลัดตกลงไปหรือลงไปเล่นน้ำจนจมน้ำเสียชีวิตได้ ซึ่งกรณีจมน้ำนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขก็เคยเตือนเป็นระยะ

1…มีเด็กเล็กต้องอย่าให้คลาดสายตา

เหตุที่เด็กเล็กที่อายุน้อยกว่า 7 ขวบ เสียชีวิตจากอุบัติเหตุนั้น โดยมากเกิดจากผู้ใหญ่ที่ดูแลตั้งอยู่ในความประมาทและ ปล่อยปละละเลย ปล่อยให้อยู่ตามลำพัง ครอบครัวใดที่มีเด็กเล็ก จึงต้องดูแลใกล้ชิดชนิด “อย่าให้คลาดสายตา และอยู่ในระยะที่มือของเราคว้าถึง” เสมอ

ทั้งนี้ กับภัยเด็กช่วงปิดเทอมนี้ จากคำเตือน-คำแนะนำข้างต้นน้ำหนักอาจจะเทไปที่เด็กเล็ก แต่ก็ใช่ว่าเด็กโตหรือเด็กวัยรุ่นจะไม่เสี่ยง เช่นอาจจะหายไปจากบ้าน ซึ่งทางศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา ก็ชี้ไว้ว่า “เด็กหาย” ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทย

 

2… จมน้ำ

ยังเป็นสาเหตุสำคัญแห่งการตายอันดับ 1 ของเด็กไทย (เฉลี่ยราว 1,513 รายต่อปี) เด็กจมน้ำนั้น มีเวลาช่วยเหลือเพียง 4-5 นาที ช้ากว่านั้นเด็กจะเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ หรือเกิดภาวะสมองตายไม่อาจฟื้นกลับได้   คุณพ่อคุณแม่จึงต้องไม่ให้เด็กๆ ไปเล่นใกล้แหล่งน้ำ หากในบริเวณบ้านมีบ่อน้ำ มีตุ่ม โอ่ง ต้องปิดฝาเสมอ แล้วอย่าลืมทำรั้วกั้นสระน้ำหรือบ่อน้ำด้วยครับ

3…อุบัติเหตุจราจร

มีเด็กไทยเสียชีวิตจากการจราจรถึงราว 779 ราย ต่อปี ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มาจาก “รถจักรยานยนต์” ในเมื่อบ้านเรายังไม่พร้อมทั้งการโดยสารสาธารณะ ทั้งการใช้กฏหมายสวมหมวกกันน็อคยังไม่เข้มพอ ใครที่จำเป็นต้องให้ลูกนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์ จะต้องคิดถึงความปลอดภัยเป็นหลัก โดยตัวคุณและลูก จะต้องใส่หมวกนิรภัยที่ได้มาตรฐานและเหมาะสมกับอายุ รวมทั้งห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ขับขี่รถทุกประเภท

4…การพลัดตกหกล้มจากที่สูงหรือสิ่งของล้มทับ

ช่วงปิดเทอมมีเด็กได้รับบาดเจ็บประเภทนี้บ่อยๆ ได้แก่ ตู้ล้มทับ หรือของหนักอื่นๆ ล้มทับ เช่น แป้นบาส หรือเครื่องเล่นต่างๆ ในสนามเด็กเล็ก ประตูรั้ว ซึ่งล้วนเป็นของหนักกว่าร้อยกิโลกรัม ตามสถิติ เฉลี่ยราว 1,186 รายต่อปี

5…อันตรายจากไฟฟ้า

เช่น ไฟดูดเพราะเด็กๆ เอานิ้วหรือวัตถุอื่นๆ แหย่รูปลั๊กไฟ ก่อนปิดเทอมควรสำรวจและจัดการเปลี่ยนบรรดาสายไฟที่มีรอยขาด หรือเก่ากรอบ ครอบปลั๊กไฟและบ้านไหนติดตั้งปลั๊กไฟต่ำชนิด รีบย้ายปลั๊กไฟได้เลยนะครับ (ทางที่ดีควรตามช่างไฟผู้ชำนาญมาแก้ไข จะดีที่สุด)

 

6…อันตรายจาก “ระเบียงบ้าน”

บ้านไหนมีเด็กเล็กต้องเอาใจใส่ให้มาก ว่าช่องว่างของระเบียงเสี่ยงต่อการที่น้องเล็กอาจเล่นเพลินจนตกลงไปได้ ทางที่ดี ควรติดตั้งที่กั้นกันตก หรือแก้ไขให้เป็นแบบปิดทึบและหนาแน่น ระยะห่างระหว่างลูกกรงนอกจากไม่ควรห่างจนเสี่ยงที่เด็กจะพลัดตกไปทั้งตัว ยังจะต้องไม่ถี่เกินไปเพราะอาจทำให้ศีรษะ แขน ขาของเด็กเข้าไปติด“บันได” เป็นอีกจุดที่มีช่องว่าง ควรติดตั้งที่กั้นบริเวณราวบันได โดยช่องห่างระหว่างราวบันไดไม่ควรห่างเกินไป เพื่อป้องกันเด็กเล็กพลัดตกด้วย

7…อันตรายจากการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ และการ”แชท”

การอนุญาตให้เด็กๆ เล่นเกมก็ได้ แต่ ไม่ควรปล่อยให้เด็กเล่นนาน เพราะนอกจากจะทำให้เสียสายตาและการที่ใช้นิ้วมือที่หนักเกินไป มีโอกาสทำให้เกิดโรคนิ้วล็อก เหตุเพราะเกิดเส้นเอ็นอักเสบเรื้อรัง

“การแชท”ทางอินเทอร์เน็ต พ่อแม่ควรดูแลและให้คำแนะนำ ด้วยความใจเย็นไม่เอะอะโวยวายนะครับ)   เช่น กำชับลูกไม่ให้เขาให้ชื่อ ที่อยู่หรือเบอร์โทรศัพท์ที่แท้จริง อาจยกตัวอย่างจากข่าวภัยอินเตอร์เนตซึ่งเกิดขึ้นเสมอ ให้ลูกได้รับรู้และเข้าใจ เพื่อป้องกันการถูกหล่อลวงจากบุคคลอันตรายที่แฝงตัวมาทางอินเทอร์เน็ต

อย่างไรก็ดี การดูแลลูกอย่างใกล้ชิดเท่านั้นยังไม่พอ ยังควรส่งเสริมให้ลูกใช้เวลาให้มีคุณค่าและ “มีความสุข”ด้วย เช่น จัดหากิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาทักษะเด็กตามวัย เปิดโอกาสให้เด็กใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ และสร้างเพลิดเพลินสนุกสนาน ทำให้เป็นปิดเทอมที่พ่อแม่สบายใจ…ลูกๆ ก็มีความสุขกันถ้วนหน้าค่ะ

Post a Comment