เลือกโรงเรียนแบบไหน “ใช่” สำหรับลูก

เลือกโรงเรียนแบบไหน “ใช่” สำหรับลูก

ปัจจุบันนี้ คุณหมอคิดว่าผู้ปกครองนิยมเลือกโรงเรียนประเภทไหนให้ลูกคะ จากที่ได้คุยกับพ่อแม่หลาย ๆ คน แต่ละบ้านจะมีแนวคิดต่างกันออกไป ขึ้นกับความคาดหวังในเรื่องอาชีพ และการดำเนินชีวิตของลูก และเป็นไปตามฐานะทางสังคมและการเงินของครอบครัวครับ นอกจากนี้ยังขึ้นกับชั้นเรียนด้วยว่า เลือกโรงเรียนอนุบาล ประถม หรือมัธยม แต่ละช่วงการเรียนครอบครัวจะมีความคิดต่างกัน

หลักในการเลือกโรงเรียนที่เหมาะสมกับลูก ควรเป็นอย่างไร
ข้อแรก ต้องดูวิสัยทัศน์ทางการศึกษาของครอบครัวก่อนว่า จะจัดการศึกษาให้ลูกเรียนรู้อะไร อ.นพ.ประเวศ วะสี ได้พูดถึงการศึกษาไว้ว่า ต้องเรียนรู้โลกภายนอก และโลกภายใน โลกภายนอก คือ ความรู้วิชาการ ในโลกกว้าง ส่วนโลกภายใน คือ การเรียนรู้ตัวเอง ก็เกี่ยวกับทัศนคติ และนิสัยใจคอ ขั้นต่อมา ดูโรงเรียน และระบบ ว่าตอนนี้อะไรที่ตอบโจทย์ของเราได้ดี ถ้ามองแบบที่ผมยกตัวอย่าง ก็จะเห็นเลยว่า โรงเรียนอะไร ๆ ก็พอได้ เพราะในการเรียนโลกภายนอกนั้น มีสองส่วน ส่วนแรก เรียนแบบเป็นทางการ คือ เป็นไปตามหลักสูตรในโรงเรียน

ส่วนที่สอง เรียนแบบไม่เป็นทางการ บางคนเรียกว่า ทักษะชีวิต เช่น การขึ้นรถเมล์ การต่อราคารถสามล้อ ฯลฯ
สำหรับการเรียนโลกภายใน จะเป็นหน้าที่ที่พ่อแม่ต้องใกล้ชิด และเอาใจใส่ สอน และกำกับลูก จะเห็นว่า โรงเรียนมีส่วนเพียง หนึ่งในสาม เท่านั้น อีกสองส่วน ส่วนหนึ่งจะมาจากบ้าน และอีกส่วนจะมีจากสังคม มองแบบนี้ เรื่องโรงเรียนจะกลายเป็นประเด็นรอง เรื่องที่เป็นประเด็นหลักจะกลายเป็นว่า เราจะสอนอะไรลูก สอนไปเพื่ออะไรมากว่า
ถ้ามองแคบ จะพึ่งโรงเรียนอย่างเดียว จัดการศึกษาให้ลูกได้แค่หนึ่งในสามเท่านั้น อีกสองส่วนกลายเป็นตามบุญตามกรรม ส่วนโรงเรียนที่เหมาะสม คือ อะไร ถ้าตามความคิดที่ผมเสนอ จะเห็นว่า โรงเรียนที่เหมาะสมนั้น เป็นโรงเรียนที่ตอบโจทย์ของครอบครัวได้ แต่ไม่ต้องตอบโจทย์ได้หมด เพราะจะมีการศึกษาอีกชุดหนึ่งที่พ่อแม่เป็นคนจัดการ ไม่มีโรงเรียนไหนที่สอนลูกเราได้ทุกเรื่อง มีหลายเรื่องที่เราต้องสอนเองครับ

การที่ผู้ปกครอง เลือกโรงเรียนให้ลูกโดยไม่ได้คำนึงถึง ความพร้อมของเด็ก จะมีผลเสียมากน้อยแค่ไหนคะ
ข้อนี้จากตัวคำถามเองก็เห็นกันแล้วว่ามีปัญหา แต่ในบางกรณี อาจจะมีข้อยกเว้นอื่น เช่น ถ้าไม่มีคนเลี้ยง หรือมีย่ายายช่วยเลี้ยง แล้วเด็กซนมาก อย่างนี้เอาเข้าเรียนเร็วหน่อย เพื่อป้องกันอันตรายกับผู้สูงอายุ ก็คงต้องยอมรับ เพราะเป็นข้อจำกัดเฉพาะครัวเรือน แต่ถ้าเอาเข้าเรียน เพื่อให้พร้อมก่อน หรือเรียนเร็วกว่า ก็ไม่สมควร

ไม่รู้ว่าแนวคิดนี้จะ เวิร์ค หรือเปล่า แต่ตัวเองเชื่อว่า ถ้ายังติดความคิดแบบเก่าว่า จบอะไรต้องทำอย่างนั้น(ซึ่งไม่ใช่ความคิดที่ผิด แต่อาจจะไม่เหมาะหรือไม่พอสำหรับยุคอนาคต) จะมีสาขาให้เลือกไม่มากแล้ว ในอนาคต จบอะไรก็ต้องรู้กว้างกว่าที่จบ ทำได้มากกว่าที่เรียน

การเรียนรู้ในความเห็นของผม จึงไม่ใช่เรียนทางเทคนิคแบบสมัยเก่า แต่เป็น การเรียนวิธีเรียน, การเรียนการสังเคราะห์ประสบการณ์ตกผลึกเป็นความรู้ความชำนาญเชิงประยุกต์ ทั้งในการแสวงหาความรู้ใหม่ หรือการสร้างทักษะใหม่ให้ตัวเอง

 

Post a Comment