สัญญาณเตือน “เด็กติดเกม” แนะรักษาก่อนสาย

สัญญาณเตือน “เด็กติดเกม” แนะรักษาก่อนสาย

สัญญาณเตือน “เด็กติดเกม” แนะรักษาก่อนสาย

แนะป้องกันเด็กติดเกม ก่อนเซลล์สมองแย่-สมาธิสั้น - Thaihealth.or.th ...

จิตแพทย์เด็ก เตือนผู้แม่ผู้ปกครองสังเกตสัญญาณเสี่ยงลูกติดเกม หากพบความผิดปกติเล่นเกมติดต่อกันนานหลายชั่วโมง อดหลับอดนอน กระทบชีวิตประจำวัน และมีอารมณ์หงุดหงิด ก้าวร้าว เมื่อต้องหยุดเล่นเกม แนะปรึกษาจิตแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษา

จากกรณี เด็กคนหนึ่งทุบคอมพิวเตอร์ด้วยอาการอารมณ์เสีย แล้วหยิบมีดเดินเข้าหาครอบครัวหลังเล่นเกมแพ้ ก่อนที่สื่อสังคมออนไลน์จะมีการส่งต่อคลิปวีดีโอเหตุการณ์ดังกล่าวและวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก

วันนี้ (21 ต.ค.2562) ไทยพีบีเอสออนไลน์ สัมภาษณ์ นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต ระบุว่า องค์การอนามัยโลก ได้ประกาศ “โรคติดเกม” (Gaming Disorder) เป็นหนึ่งในโรคทางจิตเวช ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากพฤติกรรมเสพติด ในทางสมองมีลักษณะคล้ายกับติดสารเสพติด เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาสมอง พัฒนาการ และพฤติกรรมของเด็ก

หลังประเทศไทยมีการประกาศให้ E-Sport เป็นกีฬาประเภทหนึ่งแล้ว พบว่า ตัวเลขของเด็กติดเกมที่เข้ารับคำปรึกษากับกรมสุขภาพจิตมีเพิ่มขึ้นถึง 7 เท่า ซึ่งการจะประกาศให้ E-sport เป็นกีฬานั้น ประเทศไทยควรมีการเตรียมความพร้อมและมีมาตรการที่ชัดเจนมากกว่านี้ อย่างต่างประเทศมีการบังคับให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ต้องลงทะเบียนก่อนเล่นเกม และไม่ให้มีการแข่งขันเกมภายในโรงเรียน รวมถึงมีการควบคุมการใช้โทรศัพท์มือถือภายในโรงเรียน

ต้นเหตุสำคัญอีกอย่างของโรคติดเกมนั้น ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่ามาจากความไม่เข้าใจของพ่อแม่ และผู้ปกครอง ที่มองว่าเด็กอยู่กับเครื่องมือไอที และเด็กเล่นอยู่ในสายตา แล้วรู้สึกว่าไม่อันตราย แต่จริงๆ แล้วการเล่นเกมจนกลายเป็นการเสพติดกลับยิ่งทำให้เด็กไม่ได้พัฒนาทักษะและส่งผลต่อสุขภาพ

สำหรับข้อสังเกตว่าเด็กติดเกมหรือไม่นั้น สามารถตรวจสอบได้จาก 3 ข้อ ได้แก่

  1. เด็กเล่นเกมหลายชั่วโมงติดต่อกัน
  2. สูญเสียการควบคุมตนเอง ไม่ทำการบ้าน ไม่ไปโรงเรียน
  3. สูญเสียการควบคุมชีวิตตัวเอง เช่น ไม่กินข้าว อดหลับอดนอน

หากเด็กเริ่มมีพฤติกรรมเหล่านี้จะส่งผลกระทบตามมาให้ได้เห็นเป็นรูปธรรมผ่านการกระทำของเด็ก คือ เด็กเริ่มใช้ความรุนแรง ก้าวร้าว เด็กเริ่มพูดโกหก และสุดท้ายเด็กเริ่มขโมยเงิน เพื่อนำไปใช้ซื้อของในเกมหรือนำไปเล่นเกม

ส่วนเด็กที่แกล้งเด็กคนอื่นในเกมนั้น ก็น่าเป็นห่วงมากเช่นกัน เพราะทุกคนที่มีพฤติกรรมเสพติดเกมนั้นน่าสงสาร และควรรักษาให้เร็วที่สุด แต่สิ่งสำคัญคือ เราควรป้องกันไม่ให้เด็กติดเกมมากกว่ามารักษาในภายหลัง

3 ต้อง 3 ไม่ ช่วยเด็กไม่ติดเกม

3 ต้อง

  1. ต้องควบคุมเวลาให้เล่นเกมอย่างเหมาะสม
    เด็กประถมศึกษา ควรเล่นวันละ 1 ชั่วโมง
    เด็กมัธยมศึกษา ควรเล่นวันละ 1 ชั่วโมง
    ส่วนเด็กเล็กพ่อแม่ไม่ควรให้เล่น
  2. ต้องเลือกเกมที่ไม่มีความรุนแรง และส่งเสริมให้มีการพัฒนาทักษะทางความคิด
  3. ต้องเล่นด้วย พ่อแม่และผู้ปกครองควรแบ่งเวลาเล่นเกมกับลูก เพื่อให้ทราบว่าลูกกำลังเล่นเกมอะไรอยู่

3 ไม่

  1. ไม่เล่นในห้องนอน เพราะเป็นพื้นที่ส่วนตัว อาจกระทบกับการใช้ชีวิตและอดหลับอดนอน
  2. ไม่เล่นตอนทำกิจกรรมในครอบครัว เช่น เล่นตอนรับประทานอาหารร่วมกัน
  3. ไม่เป็นแบบอย่าง พ่อแม่และผู้ปกครองไม่ควรเป็นแบบอย่างที่ไม่ดี เช่น การเล่นเฟซบุ๊ก หรือเล่นอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์ตลอดเวลา

ทั้งนี้ หากพบว่าเด็กมีอาการติดเกมควรเร่งให้เด็กเข้ารับการปรึกษา โดยปัจจุบันโรงพยาบาลจังหวัดทั่วประเทศมีการให้บริการจิตแพทย์เด็กและเยาวชน รวมถึงหน่วยงานของกรมสุขภาพจิต หรือสามารถโทรปรึกษา สายด่วนกรมสุขภาพจิต 1323 และเว็บไซต์กรมสุขภาพจิต

เมื่อชีวิตมาถึงจุดที่พาลูกเข้าโรงพยาบาลเพราะติดเกม

สอดคล้องกับ พญ.เบญจพร ตันตสูติ หรือ หมอมินบานเย็น จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น เจ้าของเพจเข็นเด็กขึ้นภูเขา ที่ได้เผยแพร่ข้อความเกี่ยวกับเด็กติดเกม ซึ่งได้หยิบยกกรณีตัวอย่างจากละครดังอย่างวัยแสบสาแหรกขาด 2 โดยระบุว่า

เหมือนลูกไม่ใช่ตัวเขา ผมไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้มาก่อนเลย เสียงดังพูดจาหยาบคาย พูดกับผมเหมือนคนไม่รู้จัก แล้วก็แรงเยอะมาก ไม่รู้แรงมาจากไหน ตาขวางๆ แต่พอกลับไปเล่นเกมก็กลับไปเหมือนปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

พ่ออย่างเขาซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมานั้น ไม่เคยคิดว่าการที่ลูกเล่นเกมจะมีปัญหาตรงไหน จนกระทั่งถูกบุ๊คชกเอาที่หน้านั่นแหละ จากวันหนึ่งที่เขาเห็นว่าบุ๊คเล่นเกมนานไปจนไม่ยอมทานข้าว เพราะห่วงว่าลูกจะหิว บวกด้วยความไม่พอใจลูกที่เล่นเกมจนไม่สนใจอะไร เขาจึงตวาดบุ๊คเสียงดัง และดึงปลั๊กออกเพื่อปิดคอมพิวเตอร์ของลูก เขารู้ดีว่าที่ผ่านมาไม่เคยบังคับลูกแบบนี้มาก่อน เขาเป็นพ่อที่ยอมให้ลูกชายตลอด แต่ก็ไม่คิดว่าบุ๊คจะโกรธจนชกเขาจนเลือดออก

การที่ได้เห็นลูกชายควบคุมความโกรธไม่ได้ ชกหน้าอย่างแรง กำมือแน่น ตัวสั่น พร้อมรีบคว้าปลั๊กไปเสียบใหม่ และเปิดเกมด้วยความร้อนรน หลังจากนั้นก็เล่นเกมต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำให้ต้องยอมรับว่า การที่ลูกเล่นเกมจนกลายมาเป็นแบบนี้ มันไม่ใช่ความปกติเสียแล้ว…

เรื่องของบุ๊คอยู่ในละครวัยแสบสาแหรกขาด 2 หลายคนถามหมอว่า การที่เด็กเล่นเกม มันรุนแรงกระทั่งต้องพาไปเข้าโรงพยาบาลเลยหรือ มันเว่อร์เกินไปไหม หมออยากบอกว่า ไม่ได้เว่อร์เกินไป ในชีวิตจริงที่ทำงานเป็นจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น มีเคสติดเกมเยอะมากขึ้นเรื่อยๆ และบางเคสต้องมาบำบัดในโรงพยาบาล

Post a Comment