สอนธรรมมะให้ลูกน้อย

สอนธรรมมะให้ลูกน้อย

ธรรมมะเป็นสิ่งที่สคัญมากเป็นอันดับต้นๆของการสอนเลยก็ว่าได้ แล้วเราคสรจะสอนลูกด้วยธรรมมะอย่างไรดีล่ะ


อบรมจิตให้คิดชอบ หลังจากฝึกใจให้สงบแล้ว ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นควรฝึกใจให้มีปัญญาด้วยคือ คิดถูกคิดชอบ เมื่อประสบกับสิ่งใดก็ตาม ก็เอาความถูกต้องเป็นหลัก แม้ไม่ถูกใจแต่ก็ต้องรับฟังเพื่อมาใคร่ครวญว่าที่เขาพูดนั้นถูกต้องไหม การคิดถูกคิดชอบต้องอาศัยการฟังและอ่านสิ่งที่มีประโยชน์ พ่อแม่จึงควรสนับสนุนให้ลูกได้รับรู้สิ่งที่ดีงาม ได้ฟังสิ่งที่เป็นคติธรรมของชีวิต เช่น แนะนำหนังสือที่ดี หรือรายการโทรทัศน์ที่มีประโยชน์ นอกจากนั้นเวลาดูโทรทัศน์หรือสื่อต่างๆ พ่อแม่ควรที่จะอยู่เป็นเพื่อนเพื่อคอยช่วยแนะนำสิ่งที่ดีมีประโยชน์ให้กับลูกด้วย

การสอนลูกให้มีจิตใจที่สะอาด สว่าง และสงบจะสามารถนำมาซึ่งความสุขอย่างแท้จริง ไม่มีอะไรจะสำคัญสำหรับมนุษย์มากไปกว่าสิ่งนี้ พ่อแม่พร้อมให้อะไรมากมายแก่ลูก เช่น เงิน บ้าน ที่ดิน แต่สิ่งหนึ่งที่ลืมไม่ได้คือ การสอนลูกให้เป็นคนดี รู้จักบุญ และมีชีวิตที่เปี่ยมบุญ มรดกใดเล่าจะสำคัญไปกว่าการที่พ่อแม่ให้ความรู้และสอนให้ลูกรู้จักทำความดี

 ฝึกจิตใจให้สงบเบาสบาย ข้อนี้เปรียบเสมือนกับการฝึกสมาธิให้กับลูก ฝึกให้ลูกหายใจเข้า-ออก ช้าๆ สัก 4 – 5 ครั้งเป็นอย่างน้อยทุกเช้า ถ้าพ่อแม่สามารถทำร่วมกันกับลูกได้ก็จะดีมาก การฝึกจิตใจนี้จะช่วยให้ลูกใจสงบง่าย สามารถดับความโกรธความเร่าร้อนได้ดี แล้วถ้าหากสามารถฝึกลูกๆให้สวดมนต์ไหว้พระได้อย่างง่ายๆ โดยการกล่าวนะโม 3 จบ และกล่าวด้วยไตรสรณคมน์ (เริ่มต้นด้วยพุทธัง สะระณัง คัจฉามิ 3 จบ) และแนะนำให้ลูกกราบพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ 3 ครั้ง เพื่อระลึกถึงคุณของบิดามารดาและครูบาอาจารย์ พร้อมทำใจให้สงบก่อนเข้านอน หากลูกยังเล็ก พ่อแม่สามารถที่จะสอนให้ลูกรดน้ำต้นไม้หรือเลี้ยงสัตว์พร้อมกันนั้นก็สอนให้ลูกรู้จักแผ่เมตตาแล้วพูดว่า ขอให้ต้นไม้และสัตว์ทั้งปวงจงมีความสุขและพ้นทุกข์ หากทำได้เช้าเย็น ลูกๆของเราก็จะเปี่ยมไปด้วยความเมตตา

 โลกสวยด้วยน้ำใจ สอนให้เขารู้ว่า จะให้อะไร ราคาเท่าไร ไม่สำคัญเท่ากับน้ำใจที่คิดจะให้ พ่อแม่จะช่วยลูกได้มากหากสอนให้ตระหนักว่า แม้เขาจะมีกำลังน้อย เงินไม่มาก แต่เขาก็สามารถทำบุญและได้บุญเท่าเทียมกับผู้ใหญ่ หากเรามีน้ำใจ คุณค่าของคนมิได้อยู่ที่วัยหรือชื่อเสียงเงินทอง แต่อยู่ที่คุณภาพทางใจต่างหาก พวกเขาสามารถเสียสละเพื่อส่วนรวมได้โดยอาจจะเริ่มสอนลูกในมีจิตใจดีจากการช่วยเหลืองานบ้าน งานที่โรงเรียน ช่วยเก็บขยะหรือถือของให้คนแก่เป็นต้น

 อยู่อย่างไม่เบียดเบียน การช่วยเหลือผู้อื่นต้องเริ่มจากการไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่น หรือเอาเปรียบส่วนรวม ยกตัวอย่างเช่น การไม่ฆ่าหรือทำร้ายสัตว์ การลักขโมยหรือฉ้อโกงเป็นต้น พ่อแม่ที่สอนลูกให้ไม่ไปเบียดเบียนใคร ไม่ว่าบุคคลหรือส่วนรวมก็เท่ากับการสร้างรั้วป้องหันไม่ให้ความเดือดเนื้อร้อนใจเข้ามาใกล้ตัว ความชะล่าใจเพียงเล็กน้อยอาจะจำไปสู่ความผิดพลาดอันยิ่งใหญ่ได้ ดังนั้นพ่อแม่จึงไม่ควรที่จะนิ่งดูดายหากลูกขโมยปากกาของเพื่อน ลอกการบ้าน ลอกข้อสอบหรือ ฆ่ามดบี้ไส้เดือนเป็นต้น


 

Post a Comment