ลูกสะดือจุ่น + โป่ง อันตรายหรือไม่?

ลูกสะดือจุ่น + โป่ง อันตรายหรือไม่?

ลูกสะดือจุ่น + โป่ง อันตรายหรือไม่?

ลูกสะดือจุ่น เพราะอะไร ผิดปกติหรือไม่

Image result for รูปเด็กสะดือจุ่น

ในทางธรรมชาติแล้ว รกของเด็กที่อยู่ในครรภ์จะเชื่อมต่อกับสายสะดือของแม่ เป็นส่วนที่เด็กจะสามารถได้รับสารอาหารที่แม่กินเข้าไปเมื่อเด็กคลอดออกมา แพทย์จะทำการตัดสายสะดือของเด็กและมัดเอาไว้ สายสะดือส่วนนี้ที่ถูกตัด จะสามารถแห้งไปได้เองตามธรรมชาติ ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาหลายอาทิตย์หรือเป็นเดือน แล้วแต่ร่างกายของแต่ละคน

ส่วนของสะดือนี้  จะยังคงยื่นออกมาในช่วงแรกๆ ของการคลอดดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายจึงมั่นใจได้ว่า เป็นเรื่องปกติและมันจะยุบบุ๋มกลับลงไปในที่สุด

ลักษณะอาการ สะดือจุ่น 

อาการ สะดือจุ่น หรือทางการแพทย์เรียกว่า ไส้เลื่อนที่สะดือ (Umbilical hernia) อาการนี้มักพบตั้งแต่แรกเกิดถ้า ซึ่งในทารกที่คลอดก่อนกำหนดจะมีโอกาสพบมากขึ้น เพราะเมื่อทารกคลอดออกมาแล้ว ผนังหน้าท้องตรงสะดือจะปิดไปตั้งแต่ชั้นของผิวหนัง ชั้นของกล้ามเนื้อ และมีชั้นของพังผืดเข้ามาปกคลุม ถ้าหากผนังหน้าท้องส่วนที่อยู่ใต้ชั้นของผิวหนังปิดไม่สนิทแล้ว บางส่วนของลำไส้ก็จะเคลื่อนตัวออกมาอยู่ใต้สะดือและดันจนสะดือโป่งได้

โรคไส้เลื่อนที่สะดือ

โรคไส้เลื่อน หรือ Hernia คือโรคที่อวัยวะภายใน (บางส่วน) เกิดการเคลื่อนตัวออกจากตำแหน่งที่อยู่เดิม ผ่านรูหรือดันตัวผ่านบริเวณกล้ามเนื้อหรือพังผืดที่เกิดความหย่อนยานสูญเสียความแข็งแรง ไปอยู่ยังอีกตำแหน่งหนึ่งและมักปรากฏเป็นก้อนตุงออกมา โดยส่วนที่เคลื่อนตัวออกไปจะยังคงถูกห่อหุ้มด้วยเยื่อหุ้มเดิมของมัน อวัยวะที่เกิดไส้เลื่อนได้บ่อยคือ ลำไส้เล็ก1

คำว่า Hernia มาจากภาษาลาตินแปลว่า Rupture (แตก) ทั้งนี้โรคไส้เลื่อนแบ่งออกได้เป็นหลายชนิดตามตำแหน่งที่อวัยวะเคลื่อนไปอยู่และตามสาเหตุการเกิด การรักษาส่วนใหญ่ต้องอาศัยการผ่าตัด2

ไส้เลื่อนแต่ละชนิดจะพบได้ในเพศและวัยที่แตกต่างกันไป แต่พบได้ในคนทุกเชื้อชาติทั้งนี้

1.ไส้เลื่อนตรงขาหนีบ (Inguinal hernia) พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง 25 เท่า ส่วนมากพบในวัยกลางคนจนถึงสูงอายุ เป็นไส้เลื่อนชนิดที่พบได้บ่อยที่สุดคือประมาณ 75% ของไส้เลื่อนทั้งหมด

2.ไส้เลื่อนที่สะดือ (Umbilical hernia) หรือที่เรียกกันว่าสะดือจุ่น มักพบตั้งแต่แรกเกิดถ้า เป็นทารกที่คลอดก่อนกำหนดจะมีโอกาสพบมากขึ้น เพศหญิงพบบ่อยกว่าเพศชายในสัดส่วน 3:1 ส่วนใหญ่จะหายได้เองก่อนอายุ 2 ขวบ พบว่าทารกชาวผิวดำพบเกิดเป็นไส้เลื่อนชนิดนี้มากกว่าทารกชาวผิวขาวถึง 8 เท่า

สาเหตุของการเป็นไส้เลื่อนที่สะดือ

ไส้เลื่อนที่สะดือ (Umbilical hernia) เมื่อทารกคลอดออกมาแล้ว ผนังหน้าท้องตรงสะดือก็จะปิดไปตั้งแต่ชั้นของผิวหนัง ชั้นของกล้ามเนื้อ และมีชั้นพังผืดเข้ามาปกคลุม แต่หากผนังหน้าท้องส่วนที่อยู่ใต้ต่อชั้นของผิวหนังปิดไม่สนิทแล้ว ทำไห้มีบางส่วนของลำไส้ก็จะเคลื่อนตัวออกมาอยู่ใต้สะดือและดันจนสะดือโป่งได้3 ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ทารกแรกเกิดเป็นโรคไส้เลื่อนที่สะดือมาจากการร้องไห้ โดยอาการไส้เลื่อนที่สะดือ จะปรากฏเป็นก้อนที่สะดือ หรือทำให้กลายเป็นสะดือจุ่น

ลูกสะดือจุ่น (สะดือเป็นก้อนโป่งขึ้น) จะเป็นอะไรหรือไม่ ?

หากคุณแม่สังเกตเห็นว่าลูกน้อย 1 เดือน มีอาการสะดือจุ่น หรือโป่งปูดขึ้นมา ลักษณะของสะดือจุ่นแบบปกติ มักจะมีขนาดไม่เกิน 1 ซม. โดยคุณแม่ไม่ต้องทำอะไร ยิ่งเฉพาะเวลาที่ลูกร้องไห้หรือเบ่งอุจจาระจะทำให้โตมากขึ้น และตึง จนเป็นที่หวาดเสียวแก่คุณพ่อคุณแม่ เพราะกลัวว่ามันจะแตกออกมาเหมือนลูกโป่ง ทั้งนี้ เป็นเพราะในช่วงเวลานั้นเป็นจังหวะที่มีความดันในช่องท้องเพิ่มขึ้น สาเหตุเกิดจากความอ่อนแอของกล้ามเนื้อหน้าท้องบริเวณนั้นส่วนใหญ่นั่นเอง ถ้าขนาดที่โป่งออกมาไม่ใหญ่จนเกินไป (เช่น เส้นผ่าศูนย์กลางยาวถึง 5 เซนติเมตรขึ้นไป)

ซึ่งอาการนี้จะหายไปเองตามธรรมชาติ ตามปกติสะดือจะยุบไปเองภายใน 2-3 เดือน แต่บางคนอาจถึง 1 ปี ถ้ามีคนชักชวนให้ทำการผ่าตัด คุณแม่อย่าตกลงด้วยง่าย ๆ เพราะของมันหายได้เองตามธรรมชาติ ไม่ต้องทำการผ่าตัด และถึงแม้เด็กจะอายุ 1 ขวบแล้ว แต่สะดือยังไม่ยุบ หมอบางคนยังให้รอดูถึง 4 ขวบ  นอกเสียจากว่ามีขนาดโตหรือผิดปกติ ก็อาจจะต้องรีบเข้ารับการตรวจจากแพทย์ เพราะอาจจะมาจากสาเหตุของการติดเชื้อ ที่เกิดขึ้นได้จากการรักษาความสะอาดที่ไม่ดีพอ

Post a Comment