ลูกเราเลียนแบบนกฮูกหรือเปล่า?

คุณหมอจูดิธบอกว่าระยะเวลาที่นอนและความสม่ำเสมอของวงจรหลับและตื่นเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เด็กหลับพักผ่อนได้อย่างมีคุณภาพมั้ย “ถ้านอนไม่พอจะมีผลตามมาที่ส่งผลต่ออารมณ์ กับพฤติกรรมของเด็ก” พอลูกเราเครียดก็จะส่งผลกับการเจริญเติบโต ด้านร่างกายไปด้วย แต่คุณแม่ไม่ใช่คนเดียวบนโลกที่เจอเรื่องนี้ หรอกค่ะ! เพราะผู้เชี่ยวชาญอีกท่านจาก Sleep Disorders Center ในฟิลาเดเฟีย ด็อกเตอร์โจดี้ มินเดลล์บอกว่า “ไม่น่าเชื่อว่ามีจำนวน ครอบครัวที่ลูกเล็กเข้านอน 4-5 ทุ่มมากมายขนาดนี้” เหตุผลง่ายๆ ก็เพราะว่าครอบครัวเดี๋ยวนี้กว่าพ่อแม่จะกลับบ้านก็ 2-3 ทุ่ม แถมยังต้องทำงานค้างถึงดึกทำให้พาลูกเข้านอนช้า

สัญญาณที่บอกว่าลูกนอนไม่พอ:

เวลาเดินทางไปไหนใกล้ๆ พอพาขึ้นรถปุ๊บ ลูกหลับฟุบไปทันที ขยี้ตา หงุดหงิด ก้าวร้าวงอแง ด็อกเตอร์โจดี้บอกว่าข้างในร่างกายของเรา มีนาฬิกาชีวิตที่เป๊ะมากๆ ลูกอาจจะตื่น 6-7 โมง ทั้งที่เมื่อคืนนอนดึก สุดๆ ถ้ายิ่งปล่อยให้ลูกนอนดึกตั้งแต่ 1-3 ขวบ แล้วคิดว่า จะปรับคืน ก่อนไปโรงเรียนอาจจะทำให้ลูกไม่ยอมตื่นทำให้เกลียดการ ไปโรงเรียนได้เลย

เทคนิคพาลูกนอนแต่หัวค่ำ

จำไว้ว่าเด็กที่อายุ 2-3 ปีนอนอยู่ที่ระหว่าง 9-13 ชั่วโมงต่อคืน ถ้าอยากให้ลูกตื่นเช้าขึ้นก็ต้องให้นอนเร็วขึ้นตามทิปส์ของเราตามนี้

พาลูกนอนเร็วขึ้น 15 นาทีทุกวัน หรือเร็วขึ้น 15 นาทีทุกๆ 2-3 วัน

ควบคุมแสงไฟให้ดี เพราะผู้เชี่ยวชาญบอกว่าแสงมีผลกับฮอร์โมนที่ควบคุมนาฬิกาชีวิตของเรา ถ้าอยากให้ตื่นสดใส พยายามทำให้แสงสว่างจัดๆ ตอนเช้า เปิดม่านให้ลูกลุกขึ้น อาจจะพาลูกไปเดินเล่นที่สนามในหมู่บ้านหลังกินอาหารเช้าแล้ว ตอนกลางคืนก็ปรับไฟสลัวๆ

หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นให้ลูกอยากเล่น ปิดโทรทัศน์ เล่นกันกรี๊ดกร๊าด หรือมือถือนี่เก็บไปเลย ทำห้องให้เงียบ อาจจะให้ลูกดื่มนม ก่อนนอน เล่านิทานน่ารักฟังสบาย