ทำถูกแล้ว! คุณแม่ไม่ให้คนนอกบ้านกอด-หอมลูกวัยทารก เสี่ยงติดเชื้อ

ทำถูกแล้ว! คุณแม่ไม่ให้คนนอกบ้านกอด-หอมลูกวัยทารก เสี่ยงติดเชื้อ

ทำถูกแล้ว! คุณแม่ไม่ให้คนนอกบ้านกอด-หอมลูกวัยทารก เสี่ยงติดเชื้อ

   คุณแม่เป็นงง หลังไม่ให้คนนอกบ้านกอดและหอมลูกน้อยวัย 6 เดือน เพราะกลัวติดเชื้อโรค ด้านเพื่อนบ้านไม่เข้าใจ ซ้ำโพสต์ประชด วิตกจริต ลูกคุณไม่ได้ป่วยง่ายอย่างที่คิดหรอกค่ะ ด้านเพจหมอแนะวิธีปฏิบัติต่อคุณแม่แรกคลอดและทาร

มีข้อมูลความรู้ ข้อปฏิบัติยามไปเยี่ยมแม่หลังคลอด และการเยี่ยมเด็กแรกเกิด ไว้อย่างละเอียด

1. ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งที่สัมผัส ทารกแรกเกิด
เพราะเด็กแรกเกิดนั้นมีความเสี่ยงสูงมากต่อการติดเชื้อทุกชนิด ดังนั้นต้องล้างมือทุกครั้งก่อนสัมผัสเด็ก อันนี้รวมถึง เสื้อผ้าที่สวมใส่ หากทำได้ก็ต้องไม่สกปรกเปรอะเปื้อน หากมาเยี่ยมที่ รพ. แนะนำขอเสื้อคลุมเพื่อความสะอาดและปลอดภัย

2. ห้ามหอมแก้ม จูบแก้ม จูบปาก เด็กแรกเกิด
เพราะสกปรกและทำให้ติดเชื้อได้ง่ายมาก และแม้ไม่ใช่เด็กแรกเกิด ก็ไม่ควรจะไปหอมแก้มลูกใครโดยพลการ ทางที่ดีไม่หอมแก้มลูกคนอื่นจะดีกว่า ไม่ว่าจะสนิทแค่ไหนก็ตามหากไม่ใช่คนในครอบครัว หากเป็นสมาชิกในครอบครัวควรให้ผ่านสามเดือนแรกไปก่อนจะดีกว่า (แต่จริงๆ ก็ไม่ได้มีการศึกษาไหนบอกว่า เริ่มหอมแก้มเด็กได้เมื่ออายุเท่าไร)

3. หากป่วย ช่วยอยู่บ้าน อย่ามาเยี่ยม

4. อย่าปากเสีย อย่าคอมเมนต์อะไรที่ไม่น่ารัก
เพราะแม่หลังคลอดเสี่ยงต่อการเกิดภาวะซึมเศร้าอยู่แล้ว ดังนั้นอะไรก็สามารถเก็บมาคิดได้ โดยเฉพาะเรื่องนมแม่ พยายามอย่าพูด หากแม่หลังคลอดไม่ถาม พูดง่ายๆ คือ อย่าเผือกมาก
ประโยคที่ชอบพูดกันว่า
 “นมแม่มาหรือยัง” (ฟังดูดี แต่พอฟังจริงกดดันเนอะ) 
“ได้เริ่มทำสต๊อกหรือยัง” 
“ลูกเธอดูหลับเยอะเนอะ” 
“เหลืองเยอะเนอะ ถึงต้องไปอบ”
แนะนำนะครับ คงห้ามไม่ได้ หลีกเลี่ยงก็จะน่ารักขึ้นเยอะ ถามแม่ด้วยประโยคน่ารักๆ จะดีกว่า เช่น 
“เป็นไงบ้าง เจ็บแผลไหม” 
“ลูกน่ารักน่าชังจัง” 
“ลูกเป็นไงบ้าง” 
“ช่วงนี้เป็นไงบ้างแก” (แล้วให้เขาเล่าให้ฟัง)
ดูดีกว่าเนอะ น่ารักกว่าด้วย

ทั้งนี้ รวมถึงอย่าเอาความเชื่อแปลกๆ มายัดใส่หัวคุณแม่ ช่วยลดละเลิกกันหน่อย เลี้ยงลูกคนหนึ่งมิใช่ง่าย ยังต้องมาเจอความเชื่อแปลกๆ ที่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อีก เช่นเรื่อง “เขียดตบปาก” ให้เด็กพูดได้บ่อยๆ เห็นแล้วรู้สึกเพลีย…

Post a Comment